เจ้าคนขี้บ่น


ถ้าเสียงบ่นนั้นยังดำเนินต่อไปไม่รู้จบ มันอาจเป็นสิ่งปลุกเร้าความรำคาญ โดยเฉพาะในยามที่พ่อแม่เอง ก็มีพื้นอารมณ์หงุดหงิดมาก่อนบ้างแล้ว... และที่สุดประโยคซ้ำซากและท่าทีแห่งความทุกข์ของหนูน้อยอาจทำให้พ่อแม่สับสน... ไม่รู้จะทำอย่างไรดี

"เบื่อจิ๊บมากเลยแม่ ชอบพูดอวดตลอดเลย... เบื่อๆ ๆ ๆ ไม่อยากฟัง...
...เอมี่ก็เหมือนกัน พอจิ๊บอวด เอมี่ก็อวดบ้าง ...อวดกันไปอวดกันมา เบื่อๆ ๆ ๆ ไม่อยากฟัง”

หน้าตาบึ้งตึง กับท่วงท่าตั้งอกตั้งใจ จีบปากจีบคอบอกเล่า มักทำให้คุณพ่อคุณแม่ต้องชะงัก ปล่อยวางภารกิจในมือ เพื่อหยุดฟังอย่างใส่ใจ เพราะดูเหมือนชุดคำพูดเหล่านั้นจะไม่จบลงง่ายๆ

"...ทำไมนะ โรงเรียนนี้ถึงได้มีคนชอบพูดอวดดีขนาดนี้ โรงเรียนอะไรก็ไม่รู้ ไม่เห็นน่าอยู่เลย...
...คุณครูก็ปล่อยให้เด็กอวดอยู่ได้ รู้มั้ยว่าเด็กบางคนก็ไม่อยากฟัง... คงไม่มีใครอยากฟังแน่ๆ ละ ก็มีแต่เรื่องอวดกันอย่างนี้...”

ประโยคบอกเล่ายาวนานและวกวนเช่นนี้ อาจสร้างความรู้สึกต่างๆ ให้กับคุณพ่อคุณแม่ได้ในแต่ละช่วงอารมณ์

คุณพ่อคุณแม่อาจขบขันกับท่าทางและคำพูดสำหรับครั้งแรกๆ ที่เผชิญกับการบ่นชุดเล็ก เมื่อรับฟังนานไป อาจเริ่มคล้อยตามและเห็นใจ ...สงสารลูกจัง...ใครนะช่างร้ายกาจกับลูกเราจริง...

แต่ถ้าเสียงบ่นนั้นยังดำเนินต่อไปไม่รู้จบ มันอาจเป็นสิ่งปลุกเร้ารำคาญ โดยเฉพาะในยามที่พ่อแม่เองก็มีพื้นอารมณ์หงุดหงิดมาก่อนบ้างแล้ว ...และที่สุด ประโยคซ้ำซากและท่าทีแห่งความทุกข์ของหนูน้อยอาจทำให้พ่อแม่สับสน...ไม่รู้จะทำอย่างไรดี

ทำไม ลูกรักของคุณพ่อคุณแม่จึงได้ขี้บ่นถึงเพียงนี้...?!?
"การบ่น” เป็นปรากฏการณ์ใหม่ที่พบได้บ่อยมาก เมื่อเจ้าหนูน้อยของเราเริ่มเติบโตเข้าสู่วัยประถม

วัย 7-8 ขวบที่หนูน้อยให้ความสนใจกับสิ่งแวดล้อมรอบตัวมากขึ้นทุกขณะ ทุ่มเทความคาดหวังให้กับกลุ่มเพื่อนในช่วงเวลาไปโรงเรียน ทุ่มเทความคาดหวังให้กับกลุ่มเพื่อนในช่วงเวลาไปโรงเรียน และกลับมาตักตวงกำลังใจจากบ้านในยามโรงเรียนเลิก

ความช่างคิดและจริงจังกับเรื่องราวต่างๆ ผนวกกับอารมณ์ที่ละเอียดลึกซึ้ง เป็นองค์ประกอบเบื้องหลังที่นำไปสู่การถ่ายทอดด้วยการใช้คำต่างๆ เพื่อบรรยายความรู้สึก

การหยอกล้อเล่นหัวของหนูน้อยวัยอนุบาล จึงเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นบทสนทนาและการถ่ายทอดเรื่องราวมากขึ้น การบ่นจึงเป็นเรื่องธรรมดามากสำหรับวัยนี้ อย่างไรก็ตาม ถ้าเจ้าหนูอาการหนักหนาถึงขั้นเป็นเจ้าคนขี้บ่น จุดนี้อาจเป็นเครื่องเตือนใจให้คุณพ่อคุณแม่ก้มลงสำรวจและปรับปรุงความเป็นพ่อพิมพ์แม่พิมพ์ต้นแบบหแงการบ่นก็ได้

การบ่นของลูกอาจสะท้อนให้เห็นว่า หนูๆ ได้ตกอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เร้าให้มองโลก และคนรอบตัวในแง่ร้ายมากเกินไป และที่สำคัญการบ่นอาจเป็นสิ่งแสดงถึงปัญหาในการปรับตัวของลูกสุดที่รักก็ได้

มองดูแล้วที่มาของการบ่นๆ ๆ ช่างน่าวิตกเสียจริง !!! อย่าปล่อยให้ความวิตกรบกวนเราจนเสียกระบวนท่า
เรามาพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสกันเถอะ

โอกาสที่เริ่มจากการใส่ใจกับพฤติกรรมของลูก แต่จงอย่าหนักใจจนเกินไป
เพราะหากคุณพ่อคุณแม่ได้พยายามตอบสนองการบ่นของลูกอย่างผ่อนคลาย
สร้างบรรยากาศสบายๆ ในการรับฟัง

แสดงความเห็นใจด้วยสายตาและคำพูด ซึ่งไม่ใช่คำพูดเข้าข้าง หรือยุส่งให้เกลียดเพื่อน เกลียดครู เกลียดโรงเรียนหนักขึ้นอีก เช่น แทนที่จะพูดว่า
"หนูก็อย่าไปอยู่ใกล้เด็กขี้อวดพวกนี้สิ เด็กนิสัยไม่ดี โธ่เอ๊ย! คิดว่าตัวเองร่ำรวย”

ก็อาจจะลดความร้อนแรงของอารมณ์ลูกด้วยประโยคเบาๆ ว่า
"ต้องฟังเรื่องอวดซ้ำๆ ลูกคงเบื่อแย่เนอะ เพื่อนคงตื่นเต้นกับของใหม่มากๆ เลย จนอยากบอกหนูตลอดเวลา...เค้าอวดอะไรบ้างล่ะค่ะ...”

นอกจากนี้ ยังอาจเติมเต็มความมั่นใจให้ลูก พร้อมกับแทรกแซงแนวคิดให้ลูกเรียนรู้การมองโลกในแง่ดี และฝึกปรับตัวกับสิ่งแวดล้อมด้วยคำพูด

"น้องจิ๊บยังเหมือนเด็กเล็กเลยนะ แต่ลูกแม่เหมือนผู้ใหญ่แล้ว เวลาเด็กๆ มีอะไรใหม่ก็อยากจะเล่าให้คนอื่นตื่นเต้นด้วย เวลาเด็กๆ มีอะไรใหม่ก็อยากจะเล่าให้คนอื่นตื่นเต้นด้วย แต่ลูกแม่จะคุยเรื่องที่คนอื่นชอบฟังด้วยแถมยังอดทนฟังเพื่อนได้อีก เยี่ยมมากเลย”

หรือจะเลือกให้ลูกฝึกการแก้ปัญหาและตัดสินใจด้วยการถามถึงทางออกที่ลูกเตรียมไว้ เมื่อต้องเจอะเจอสถานการณ์นั้นอีก หากคำตอบนั้นเหมาะสมดีก็แสดงความชื่นชม แต่ถ้าฟังดูแปลกๆ คุณพ่อคุณแม่ก็สามารถเสนอแนวทางให้ลูกลองเลือกปฏิบัติได้ แล้วเชิญชวนให้ลูก นำเอาผลการปฏิบัติที่ว่านั้นมาพูดคุยกันอีกในวันต่อๆ ไป

แค่นี้ เสียงบ่นก็จะกลายเป็นเสียงบอกเล่าถึงอีกประสบการณ์ภาคภูมิแห่งการแก้ปัญหาของหนูน้อยได้เป็นอย่างดี


(update 21 พฤศจิกายน 2005)
[ ที่มา.. kids & family ปีที่ 10 ฉบับที่ 116 พฤศจิกายน 2548]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600