รู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกหาม ที่ต้องขอเอาสุภาษิตโบราณบทนี้มาขึ้นต้นก็เป็น
เพราะพี่ชายตัวดีที่บ้านของผมเพิ่งมีลูกคนแรกไปเมื่อตอนต้นปีนี้เองครับ คุณพี่ชายบ่นกระปอดกระแปดทั้งๆ
ที่วัยยังไม่ถึงกับเป็นตาแก่ ว่าต้องพาเจ้าหนูไปหาหมออยู่เรื่อย หมอเองก็นัดบ่อยเสียจริง... 1 เดือน 2 เดือน 4 เดือน
6 เดือน 9 เดือน ไม่รู้ว่าจะต้องนัดตรวจอะไรกัน เบื่อคนบ่นก็เลยหาข้อมูลคลายความสงสัยให้คุณพี่ชาย
แล้วก็เอามาฝากคุณผู้อ่านด้วยไงครับ
Baby First Check : การตรวจร่างายหลังคลอด
เป็นการตรวจร่างกายทารกครั้งแรกหลังคลอด ซึ่งจะทำภายในห้องคลอดโดยแพทย์
และพยาบาลที่เชี่ยวชาญด้านการทำคลอดสามารถเช็กร่างกายให้กับทารกได้ไม่ต้องอาศัยแพทย์ทารกแรกเกิด
สิ่งแรกที่ตรวจดูก็คือ มีสิ่งฉุกเฉินที่ต้องช่วยเหลือเด็กหรือไม่ มีความผิดปกติร้ายแรง
ซึ่งจะมีผลต่อการรอดของเด็กหรือเปล่า ถือเป็นช่วงที่จะช่วยชีวิตเด็กเป็นหลัก
หากมีเรื่องฉุกเฉินก็ช่วยเหลือก่อน เช่น ต้องรีบใช้เครื่องช่วยหายใจหากเด็กไม่หายใจ
สำหรับการตรวจครั้งแรกจะเป็นการตรวจเช็กความผิดปกติของร่างกายอย่างรวดเร็ว
เด็กสูดน้ำคร่ำหรือไม่ ดูแขนขา รูทวาร ตรวจดูว่ามีความพิการอะไรหรือเปล่า จากนั้นก็ดูระบบการทำงานต่างๆ
ของร่างกายไม่ว่าจะเป็นระบบการหายใจ การเต้นของหัวใจ สีผิวและมีการให้คะแนน Apgar Score
Apgar Scor คือใบประเมินความสมบูรณ์ของทารกแรกเกิด
ซึ่งใช้เช็กความสมบูรณ์ของร่างกายเด็กแรกเกิดใน 5 ด้านด้วยกัน คือ
- การเต้นของหัวใจ (Heart Rate) ช้าหรือต่ำกว่า 100 ครั้ง/นาที ?
- การหายใจ (Respiratory Effort) สม่ำเสมอหรือไม่สม่ำเสมอ ?
- การเกร็งของกล้ามเนื้อ (Muscle Tone) มีลักษณะอ่อนปวกเปียกหรือเคลื่อนไหวได้ดี ?
- การตอบสนองการกระตุ้น (Reflex Irritability) มีการสนองตอบโดยการร้องหรือไม่มี ?
- สีผิวหนังของเด็ก (Color) ไม่เขียวหรือซีด
ซึ่งการตรวจชนิดนี้จะทำการตรวจ 3 ครั้ง ในช่วงเวลา 1 นาที 5 นาที และ 10 นาทีทันทีหลังจากการคลอด
เพื่อเช็กดูว่าหลังจากที่เด็กหายใจแล้วสามารถปรับตัวได้ไหม มีอะไรที่น่าเป็นห่วงหรือเปล่า ?
Second Check : ตรวจร่างกายอย่างละเอียดใน 24 ชั่วโมง
ช่วง 6-12 ชั่วโมงแรก จะเป็นเวลาที่เด็กปรับตัว กุมารแพทย์จะตรวจร่างกายเด็กอย่างละเอียดในช่วง 24 ชั่วโมงหลังการคลอด
โดยไล่ตั้งแต่หัวจรดเท้า มีการตรวจขนาดศีรษะ กระหม่อม ลักษณะกระดูกกะโหลกศีรษะ เช็กตา การมองเห็น
ต้อกระจก ตรวจจมูก ฟัน (ถ้ามีฟันโผล่มาต้องพาไปถอนออก) ตรวจปากแหว่งเพดานโหว่ ดูการเต้นของหัวใจซ้ำ
ตรวจปอด ท้อง ตับ ม้าม ฯลฯ
กรณีพบสิ่งผิดปกติ จะมีการตรวจโดยใช้กระบวนการพิเศษเมื่อพบสิ่งผิดปกติในทารก
เช่น เอกซเรย์หรือตรวจ Echo หัวใจ หากการหายใจหรือหัวใจเต้นผิดปกติ หอบหรือหายใจไม่สม่ำเสมอ
ตรวจเลือด หากพบหัวโตผิดปกติ ตับ ม้ามไต ผิวซีด อัลตราซาวนด์ สมอง ถ้าหัวใจหรือเล็กลีบ เป็นต้น
Third Check : ก่อนกลับบ้าน
เป็นการตรวจร่างกายอย่างละเอียดซ้ำอีกครั้งพร้อมกับพ่อแม่ของเด็กก่อนที่จะกลับบ้าน
เพื่อจะเช็กร่างกายพร้อมกับแจ้งคุณพ่อคุณแม่ให้ทราบและเข้าใจหากมีสิ่งผิดปกติ เช่น มีปาน ตัวเหลือง ฯลฯ
นอกจากนั้นก็จะเป็นการแนะนำและให้ข้อมูลเกี่ยวการดูแลทารก ทั้งในเรื่องการขับถ่าย การกิน การนอน
อาการต่างๆ ที่เป็นปกติของทารก ซึ่งคุณพ่อคุณแม่อาจจะยังไม่รู้
กรณีพิเศษ หากทารกมีอาการป่วยหนักในช่วงแรกเกิด ก่อนกลับบ้านแพทย์จะทดสอบการได้ยิน
โดยการใช้เครื่องมือพิเศษเพิ่มเติม สำหรับเด็กคลอดก่อนกำหนดจะมีการตรวจตาเพิ่มเติมด้วย
ทำไมต้องตรวจซ้ำๆ ?
เป็นการนัดมาเพื่อตรวจร่างกายทั่วไป และเพื่อตรวจเช็กพัฒนาการตามวัย พร้อมกับการฉีดวัคซีน
โดยจะนัดเมื่อตอนเด็กอายุ 1 เดือน 2 เดือน 4 เดือน 6 เดือน 9 เดือน และเมื่อครบ 1 ปี
ในช่วงปีแรกจะมีการนัดซ้ำอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เป็นเพราะความผิดปกติบางอย่าง
อาจจะยังไม่แสดงให้เห็นในช่วงแรกคลอด ทำให้เช็กความผิดปกติบางอย่างไม่ได้
โดยเฉพาะเรื่องพัฒนาการกับสมอง
หากเป็นเด็กที่ขาดออกซิเจนในช่วงคลอด จะยิ่งเป็นกลุ่มที่จะต้องดูอย่างต่อเนื่อง
หรือที่เรียกว่าเป็น High Risk เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงจึงต้องมีการตรวจดูแลกันอย่างใกล้ชิดนั่นเอง
Concern
- ถ้าเด็กเล็กมีอาการผิดสังเกตหรือสังเกตเห็นความผิดปกติ อย่านิ่งนอนใจ
ควรรีบติดต่อแพทย์เพื่อขอคำแนะนำหรือพาไปพบให้คุณหมอตรวจทันทีโดยไม่ต้องรอตามนัด
- พาคุณหนูๆ ไปเช็กสุขภาพและพัฒนาการตามที่คุณหมอนัดทุกครั้ง
- ศึกษาข้อมูลในสมุดสุขภาพประจำตัวของลูกและเก็บสมุดสุขภาพของลูกให้ดี
(update 23 กรกฎาคม 2005)
[ ที่มา..
นิตยสารดวงใจพ่อแม่ ปีที่ 10 ฉบับที่ 111 มกราคม 2548 ]
|