ทราบกันดีค่ะว่า คนเป็นพ่อเป็นแม่ทุกคนรักลูกดั่งดวงใจ ไม่มีใครอยากเห็นลูกรักต้องเจ็บปวดกันทั้งนั้น
แต่บางครั้งการปกป้องลูกและตามใจลูกมากเกินไป ก็กลับทำให้ความสามารถในการปรับตัวของลูก
เมื่อเจอเหตุการณ์ที่พลิกผันได้ยากลำบาก มาลองเช็กตัวเองหน่อยมั้ยว่า
คุณน่ะเป็นพ่อแม่ที่เลี้ยงลูกแบบปกป้องเกินไปหรือเปล่า ?
1. วันแรกของการเปิดเทอมใหม่
คุณพาลูกวัย 3 ขวบครึ่งไปโรงเรียน แต่เจ้าตัวเล็กเอาแต่ร้องไห้ และกอดขาคุณไว้แน่น คุณจะ
1. แกะมือลูกออกแล้วรีบเดินออกไปจากโรงเรียน
2. แม้ว่าจะสงสารลูกที่ร้องไห้ แต่คุณก็ยอมปล่อยหน้าที่นี้ให้ครูเป็นผู้ดูแลและบอกกับลูกว่า
เดี๋ยวตอนเย็นหนูเรียนเสร็จ แม่ทำงานเสร็จ เราก็เจอกันแล้ว
3. พาลูกกลับบ้าน และขอคุณครูเป็นกรณีพิเศษ ให้เลื่อนวันเข้าเรียนของลูกออกไปก่อน
2. เจ้าตัวเล็กวัย 2 ขวบ ก้มลงเก็บของใต้โต๊ะ
พอแกจะลุกขึ้นหัวเกิดไปชนเข้ากับขอบโต๊ะอย่างจังคุณจะ...
1. ปลอบลูกและสอนลูกให้รู้ว่า เวลาก้มเก็บของ หนูต้องระวังอย่าให้หัวไปกระแทกโต๊ะ
เดี๋ยวจะทำให้ลูกเรียนหรังสือไม่เก่งนะ
2. ปลอบลูกว่า ไม่เป็นไรนะลูก เดี๋ยวก็หายเจ็บแล้ว
3. ตีไปที่โต๊ะทันที และพูดกับลูกว่า โต๊ะ...มันไม่ดี ทำให้หนูต้องหัวโป๊กแบบนี้
3. ลูกสาววัย 5 ขวบ
เพิ่งจะทำตุ๊กตาตัวเก่งตกลงไปในท่อน้ำหน้าบ้าน เลยร้องไห้จะเอาตุ๊กตาตัวเดิมให้ได้ คุณจะ...
1. ดุลูกสาวว่า ทำไมไม่รู้จักระวัง ตุ๊กตาตัวหนึ่งหลายบาทนะลูก
2. ปลอบและพูดกับลูกว่า ไม่เป็นไรนะคะ แม่ลงไปเก็บไม่ได้ ไว้เดี๋ยวเราไปหาน้องตุ๊กตาตัวใหม่กัน
แต่คราวนี้หนูต้องระวังอย่าให้น้องตุ๊กตาตกไปอีกนะคะ
3. ปลอบลูกและบอกลูกว่า เดี๋ยวแม่พาไปซื้อตุ๊กตาตัวใหม่เลย
4. ลูกสาววัย 3 ขวบ กลัวสุนัขมาก
แต่บังเอิญคุณต้องพาลูกไปงานปาร์ตี้บ้านเพื่อนที่เลี้ยงสุนัขตัวใหญ่ไว้ในบ้านด้วย คุณจะ...
1. บอกลูกว่า สุนัขไม่เห็นจะน่ากลัวตรงไหนเลยลูก พร้อมกับชวนลูกเข้าไปในงาน
2. บอกลูกว่าสุนัขเป็นเหมือนเพื่อนของหนูไงคะ ถ้าหนูไม่ทำร้ายมันก่อน มันก็ไม่ทำร้ายหนู
3. บอกให้เจ้าของบ้านช่วยพาสุนัขไปไว้ในกรงให้หน่อย เพราะว่าลูกไม่กล้าเข้าในงานเลี้ยง
5. เจ้าลูกชายวัยอนุบายเห็นพี่ข้างบ้านมีเกมกดรุ่นใหม่
ก็อยากได้บ้าง แต่คุณไม่ยอมเจ้าหนูเลยลงไปชักดิ้นชักงอกอยู่ที่พื้น คุณจะ...
1. เข้าไปโอบกอดอย่างนุ่มนวล รอให้เขาหยุดร้องแล้วค่อยอธิบายให้ลูกเข้าใจด้วยว่า
หนูยังเด็กไปที่จะเล่นเกมกดแบบนี้
2. อย่าเพิ่งเข้าไปโอ๋ทันที ปล่อยให้ลูกร้องจนหยุดไปเอง
3. รีบเดินตรงดิ่งไปว่าเด็กคนนั้นทันทีว่า ทีหลังอย่าเอามาเล่นให้น้องเห็นอีกนะ
6. เจ้าจอมแสบวัย 5 ขวบ
หยิบขนมออกมาจากร้านขายขนมโดยไม่จ่ายเงิน โดนเจ้าของร้านตามมาว่าถึงที่บ้าน คุณจะ...
1. ดุลูกทันทีว่า เวลาแม่สอนทำไมหนูไม่จำเลย
2. ขอโทษเจ้าของร้าน และค่อยกลับมาคุยกับลูกด้วยท่าทีที่ดี และใช้เหตุผลเข้าคุยกับลูก
3. เข้าข้างลูกก่อน เพราะคุณไม่เชื่อว่าลูกจะกล้าหยิบของออกจากร้านโดยไม่จ่ายเงินก่อน
7. มีฝรั่งตัวสูงคนหนึ่งเดินเข้ามาทักทายเจ้าหนูวัยจิ๋ว
แต่แกอายมากและไปยืนหลบอยู่ด้านหลัง คุณจะ...
1. พูดเชิงบ่นต่อหน้าคนอื่นในขณะที่ลูกก็ยังอยู่ในนั้น ทำไมหนูเป็นเด็กขี้อายแบบนี้ล่ะลูก
ไม่เห็นต้องอายเลย
2. สร้างกำลังใจให้เขาและสอนให้เขาเข้าใจว่า ฝรั่งไม่ได้น่ากลัว ลองคุยกับเขาดูสิ
หนูจะได้มีเพื่อนเยอะๆ ไงจ๊ะ แล้วคุณก็หันไปยิ้มทักทายกลับ
3. แสดงสีหน้าไม่พอใจใส่ฝรั่งแปลกหน้า แล้วจูงลูกหนีจากตรงนั้น
เฉลย
1. ตอบ 2 เพราะว่าลูกควรจะเรียนรู้บทบาทหน้าที่ของตัวเอง คือ การมาเรียนหนังสือที่โรงเรียน
คุณพ่อคุณแม่สามารถอธิบายให้ลูกเข้าใจได้ว่า การมาโรงเรียนเหมือนหนูได้มาเล่นกับเพื่อนเยอะๆ ไงคะ
2. ตอบ 1 เพราะว่าการกล่าวโทษสิ่งของไม่ได้เป็นการช่วยพัฒนาความคิดให้เด็ก
ฉะนั้น การปลอบลูกและอธิบายถึงเหตุผลที่แท้จริง จะช่วยให้เจ้าหนูเริ่มเข้าใจความเป็นจริงในชีวิตมากขึ้น
3. ตอบ 2 เพราะว่าการสอนลูกด้วยเหตุและผล จะทำให้เด็กเข้าใจถึงสิ่งที่เกิดขึ้นได้ดี
กว่าที่พ่อแม่จะโอ๋เขาเพียงอย่างเดียว
4. ตอบ 2 การพูดด้วยท่าทีที่นุ่มนวลกับลูกจะทำให้เด็กรู้สึกผ่อนคลาย
และลดความกลัวลงไปได้
5. ตอบ 1 เพราะว่าการเข้าไปโอบกอดอย่างนุ่มนวล และคุยกับเขาด้วยเหตุและผล
จะช่วยให้เขาสงบลงและพร้อมที่จะรับฟังสิ่งที่พ่อแม่อธิบายได้มากกว่า
6. ตอบ 2 การถามถึงที่มาที่ไปกับลูกก่อนที่จะตัดสินว่าลูกถูกหรือผิด
ด้วยท่าทีที่นุ่มนวลหนักแน่น จะช่วยให้ลูกกล้าที่จะยอมรับและได้เรียนรู้เรื่องเหตุและผลจากคุณด้วย
7. ตอบ 2 เพราะว่าการสร้างกำลังใจให้ลูกเป็นสิ่งที่พ่อแม่ไม่ควรละเลย
และควรกระตุ้นด้วยการให้กำลังใจให้ลูกกล้าที่จะเข้าไปคุยกับเขา
และยังทำให้ลูกรู้สึกว่าเขาได้รับการคุ้มครองด้วย
เป็นยังไงคะ ตอบตรงกับที่แนนนี่เฉลยไหมคะ ถ้าคุณพ่อคุณแม่ท่านไหนตอบได้ตรงทุกข้อ
แสดงว่าคุณเป็นพ่อแม่ที่เข้าใจและยอมรับความเป็นจริงของชีวิตได้ดีเชียวค่ะ
แต่ถ้าคำตอบส่วนใหญ่ของคุณเป็นข้อ 3 ล่ะก็เข้าข่ายโอ๋ลูกไปนิดนะคะ
ลองพยายามบอกตัวเองให้ใจแข็งสักหน่อย แล้วเปิดโอกาสให้ลูกได้เผชิญกับสถานการณ์ต่างๆ
ในชีวิตด้วยตัวเขาเองแบบที่มีคุณอยู่เคียงข้างบ้างสิคะ ถือซะว่าเรากำลังสร้างภูมิต้านทานทางจิตใจ
ให้กับลูกก็แล้วกัน
(update 6 เมษายน 2005)
[ ที่มา..
นิตยสารดวงใจพ่อแม่ ปีที่ 9 ฉบับที่ 97 พฤศจิกายน 2546 ]
|