คุณป๊าคุณม้า... ที่ชอบเก็บเจ้าตัวเล็กอยู่แต่ในบ้าน จะพาออกมาข้างนอกก็กลัวเป็นนู่นเป็นนี่
เปลี่ยนความคิดได้แล้วค่ะ เพราะว่าการพาเจ้าตัวเล็กออกมาเตร็ดเตร่นอกบ้านได้ประโยชน์มากมีเชียวนะคะ
ไม่เชื่อล่ะสิ...ตามมาทางนี้เลยค่ะ
เหตุที่หนูต้องออกเที่ยวเล่นบ้าง
ก่อนอื่นขอแจงข้อมูลก่อนค่ะว่า..การที่เจ้าตัวเล็กอยู่แต่ในบ้านนั้น ก็มีสิทธิ์ได้รับสารพิษเหมือนกันค่ะ
สารพิษที่ว่านั้นออกมาจากตัวอาคารบ้านเรือนนั่นเอง ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิด
โรคแพ้ตึกเป็นตึกเป็นพิษ (Sick Building Sydrome) โรคนี้มีอยู่จริงค่ะ
เพราะองค์การอนามัยโลกออกมายืนยันแล้วว่าสารพิษที่ออกมาจากตึกทำให้เกิดโรคได้
สารพิษที่ว่าส่วนใหญ่มาจากวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้าง วัสดุทำเฟอร์นิเจอร์ รวมถึงวัสดุตกแต่งบ้าน
จากเดิมที่เคยใช้ไม้ก็เปลี่ยนมาใช้วัสดุที่มีส่วนผสมของผลิตภัณฑ์สังเคราะห์ กาวเรซินหรือยางสังเคราะห์
สีสังเคราะห์แทน เพื่อให้วัสดุทนทานและมีอายุการใช้งานมากขึ้น เช่น พลาสติก ฝ้าเพดานสำเร็จรูป
พรมปูพื้น น้ำยาเคลือบเงาไม้ อุปกรณ์เหล่านี้ล้วนมาจากสารสังเคราะห์ซึ่งก็ปล่อยสารพิษออกมาได้ค่ะ
ตัวอย่างของสารพิษที่ออกมาก็อย่าง
- ฝ้าเพดานสำเร็จรูป มีสารฟอร์มาดีไฮด์ ไซรีน โตรูอีน และเบนซิน
- ส่วนพรมปูพื้นก็มีสารไซรีน โตรูอีน เบนซิน
- และสีทาบ้าน น้ำยาเคลือบเงาไม้ ก็ได้รับสารพิษแบบเดียวกับพรมปูพื้น แต่มีแอลกอฮอล์เพิ่มเข้าไปด้วยค่ะ
- รวมถึงน้ำยาล้างเล็บและเครื่องสำอางก็มีสารอาซีโตนค่ะ ฯลฯ
อาการของคนที่ป่วยเป็นโรคแพ้ตึกจะอ่อนเพลีย ปวดศีรษะ ง่วงเหงาหาวนอน ซึม มีผื่นขึ้นตามตัว
ระคายเคืองตา และอาจจะหายใจขัด หอบ หืด และอาจจะเป็นโรคภูมิแพ้แบบที่ไม่ทราบสาเหตุร่วมด้วยค่ะ
โดยอาการจะเป็นๆ หายๆ
แต่ก็ใช่ว่าทุกคนจะเป็นโรคแพ้นะคะ อาการจะเกิดขึ้นกับคนอยู่ในตึกและอาคารเป็นเวลานาน
แล้วนอกจากสารพิษแล้ว ฝุ่นละอองจากแอร์คอนดิชั่นเนอร์ตัวเก่าที่ไม่เคยล้างก็เป็นสาเหตุสำคัญให้เจ้าตัวเล็กเป็นโรคภูมิแพ้
ซึ่งทั้งสารพิษและฝุ่นละอองจากแอร์คอนดิชั่นเนอร์สามารถป้องกันและแก้ไขด้วยวิธีง่ายๆ ที่ลืมกันไปแล้วค่ะ
วิธีง่ายๆ ช่วยสรรค์สร้างอากาศบริสุทธิ์
ระบายอากาศในบ้านหรืออาคารเป็นประจำ เพื่อให้อากาศบริสุทธิ์ได้ไหลเวียนแทนที่อากาศเสีย
- หันมาใช้วัสดุตกแต่งบ้านที่มาจากธรรมชาติแทนที่วัสดุสังเคราะห์
- ถ้าลดสารเคมีที่ใช้ในบ้านลงได้ก็จะดีเยี่ยม
- หมั่นล้างเครื่องกรองอากาศแอร์คอนดิชั่นเนอร์เป็นประจำ
- ปลูกต้นไม้ที่ดูดสารพิษอย่าง ต้นโกสน ดอกหน้าวัว กุหลาบหิน พลูด่าง
- หาเวลาไปเที่ยวนอกบ้านเพื่อรับอากาศบริสุทธิ์และสัมผัสธรรมชาติบ้าง
เท่านี้อาการจากโรคแพ้ตึกก็จะหายแล้วได้สุขภาพที่ดีกลับคืนมาค่ะ
knock knock ! เปิดประตูให้หนูออกเที่ยว
การที่เจ้าตัวเล็กออกมานอกบ้านประโยชน์มากมีนะคะ แล้วการได้รับแสงแดดอ่อนๆ ช่วงเช้า
ทำให้จิตใจแจ่มใสแล้วยังได้รับวิตามินดีจากแสงแดดแค่เพียงวันละ 10-15 นาที สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง
เท่านี้ก็เพียงพอที่จะได้รับวิตามินดีที่มีหน้าที่สำคัญในการดูดซึมแคลเซียมไปใช้แล้วค่ะ
เพราะถ้าขาดวิตามินดีจะทำให้ป่วยเป็นโรคกระดูกพรุนตามมาได้ค่ะ
และการได้ออกมานอกบ้านเป็นการเพิ่มภูมิคุ้มกันโรคให้เจ้าตัวเล็กด้วยค่ะ
นอกจากนี้การพาเจ้าตัวเล็กออกมานอกบ้านหรือพาไปเที่ยวต่างจังหวัด ยังเป็นการเปิดหูเปิดตาให้เจ้าตัวเล็กได้เห็นสิ่งใหม่ๆ
ทำความรู้จักกับธรรมชาติรอบตัว สนามหญ้าเขียวขจี ต้นไม้ใบหญ้าริมทาง พร้อมทำหน้าที่ปลุกประสาทสัมผัสทั้งห้าของเจ้าตัวเล็กให้ตื่นตัว
ส่งผลต่อให้เซลล์สมองพัฒนา ฝึกทักษะด้านต่างๆ และยังได้รับความสนุกสนานดีกว่าการนั่งจับเจ่าอยู่ในบ้านเป็นไหนๆ
...ที่นี้เชื่อหรือยังว่าดีจริง
คุณอุ้มลูกจูงมือคุณพ่อมาเที่ยวเล่นที่นี้ได้
- สวนรถไฟ ยิ่งตอนนี้สวนรถไฟพึ่งจะเปิดอุทยานผีเสื้อไปหยกๆ พาเจ้าตัวเล็กเรียนรู้วงจรชีวิตผีเสื้อก็ดีไม่น้อย
หรือจะเช่าจักรยานปั่นออกกำลังกายรอบสวน ชวนเจ้าหนูแวะเข้าเมืองจราจร เรียนรู้กฎจราจรเบื้องต้น
แหม! มาเที่ยวสวนได้ทั้งร่างกายแข็งแรงและฝึกระเบียบวินัยด้วยนะ
- พิพิธภัณฑ์เด็ก แหล่งการเรียนรู้ที่ครบครัน ทั้งการเรียนรู้ทางคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ได้เรียนรู้หลากเรื่องราว
เหมาะกับเจ้าตัวเล็กอย่างยิ่ง แล้วยังมีแหล่งเรียนรู้แห่งใหม่ สำหรับวัยอนุบาล แฟมิลี่เลิร์นนิ่งเซ็นเตอร์
อาคารยูนิลิเวอร์ ที่นี้ เด็กๆ จะได้เรียนรู้เรื่องราวที่น่าสนใจเหมาะกับเจ้าตัวเล็กวัยอนุบาลค่ะ โทร. 0-2615-7333, 0-2615-7847
- สวนสันติไชยปราการ (ป้อมพระสุเมรุ) ที่นี้เขาจัดกิจกรรมอยู่เป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นเทศกาลละครสำหรับเด็ก
หรือว่าถ้าไม่มีกิจกรรมก็พาเจ้าหนูไปเดินเล่น อากาศตอนเย็นริมแม่น้ำสดชื่นน่าดู
โทรถามก่อนได้ค่ะว่าช่วงนี้มีกิจกรรมอะไรบ้าง โทร. 0-2246-0354
- อุทยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ถึงบ้านจะอยู่แถวฝั่งธนก็ไปเดินเล่นที่นี้ได้ค่ะ
เพราะนอกจากว่าจะเป็นสวนสาธารณะแล้วยังมีพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงภาพพระราชประวัติของสมเด็จย่าและพระราชกรณียกิจ
รวมถึงของใช้ส่วนพระองค์ซึ่งจะจัดแสดงด้านในของอุทยานค่ะ โทร. 0-2437-7799, 0-2439-0902
(update 13 ตุลาคม 2005)
[ ที่มา..
นิตยสารดวงใจพ่อแม่ ปีที่ 10 ฉบับที่ 115 พฤษภาคม 2548]
|