เต้าไหนเร้อ! จะสู้เต้าเราได้ คุณค่าทางกายนั้นสุดยอด ทางใจนั้นก็เยี่ยม...มมมอยู่แล้ว...
วันนี้ไม่ได้คิดจะขโมยซีนคุณ ธริษตรี เจ้าแม่ เฮ้ย! เจ้าของคอลัมน์ อิ่มอุ่น
ที่เธอปากเปียกปากแฉะรณรงค์เรื่องความสำคัญของการให้นมแม่มาแต่ไหนแต่ไร
ซึ่งเรื่องนี้ดิฉันก็เห็นด้วยมาก ...กกกกอยู่แล้ว...วววค่ะ
แต่เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่าแฟนคอลัมน์ของจีนนี่สิคะ หลายท่านซะด้วยกำลังอยู่ในช่วงให้นมลูกอยู่
ทั้งเพิ่งให้และให้มานานแล้วก็มี ทั้งอีเมล์ ทั้งจดหมาย บ้างก็โทรศัพท์เข้ามา คุยถึงเรื่องการให้นมลูก
รวมทั้งเรื่องผลิตภัณฑ์อาหารทั้งหลายแหล่ว่าเป็นยังไง เช่น ไคโตซาน, แอล-คาร์นิทีน, CLA concentration,
สารสกัดจากดอกคำฝอย ผลส้มแขก
เออ...เรื่องนี้ตัวดิฉันเองก็ไม่ค่อยจะสันทัดกรณีสักเท่าไหร่ ครั้นจะขอเปลี่ยนคำถาม... (ก็ไม่ได้นะ)
หรือตอบ 2 ครั้ง (ก็ไม่ได้เพราะต้องเป็นคำตอบที่ถูกที่สุดเท่านั้น) มีอย่างเดียวที่ทำได้คือถามใครก็ได้ ...ใช่แล้วค่ะ
ดิฉันขอใช้สิทธิ์ถาม รศ.ดร.ประไพศรี ศิริจักรวาล หัวหน้าฝ่ายมนุษยโภชนาการ สถาบันวิจัยโภชนาการ
มหาวิทยาลัยมหิดล แล้วดิฉันและคุณผู้อ่านก็ได้สิทธิ์นั้นเดี๋ยวนี้
เริ่มจากคำถามที่ ...1 แม่ที่ให้นมลูกจะลดน้ำหนักได้ไหม ?
คำตอบก็คือ : ช่วงให้นมลูกไม่แนะนำให้ลดน้ำหนักนะคะ จริงๆ แล้วแต่ต้องรับประทานอาหารมากกว่า
ช่วงท้องอีกนิดหน่อยด้วยซ้ำในแง่ของพลังงานโดยรวม ปกติตอนท้องร่างกายต้องการพลังงานเพิ่มประมาณ 300 กิโลแคลอรี
พอถึงช่วงให้นมลูกร่างกายต้องการเพิ่มมากกว่าเดิมอีกค่ะ คือเพิ่มถึง 500 กิโลแคลอรี
พอลูกดูดนมแม่แม่ก็ต้องเตรียมร่างกายให้พร้อมเพื่อผลิตน้ำนมให้เพียงพอ เพราะฉะนั้นไม่ต้องกลัวเรื่องอ้วน
ถ้าลดน้ำหนักขณะให้นมลูกจะทำให้น้ำนมลดลง ยิ่งถ้าแม่ตั้งใจหรือกังวลมากจนเครียด จะทำให้การหลั่งของน้ำนมลดลง
ก็ไม่ดีต่อสุขภาพของแม่และลูกด้วยค่ะ
คำถามที่ ...2 ช่วงที่ให้นมลูกควรบำรุงด้วยอาหารอะไร ?
คำตอบก็คือ : ไม่ได้แนะนะให้มีอาหารอะไรที่พิเศษ รับประทานได้เหมือนขณะท้อง
ถ้าอยู่ในช่วง 6 เดือนแรกของการให้นมก็รับประทาน 3 มื้อ ดื่มนมวันละ 2 แก้ว เพิ่มมื้อว่างระหว่างมื้อ
เพื่อให้มีการกระจายพลังงานสม่ำเสมอทั้งวัน ร่างกายจะได้ผลิตน้ำนมได้เพียงพอ เพราะในช่วงของการให้นมลูก
ร่างกายแม่จะอ่อนเพลียเพราะต้องสูญเสียพลังงานค่อนข้างเยอะ ฉะนั้นเสริมด้วยอาหารว่าง
และผลไม้ให้ร่างกายได้รับพลังงานและโปรตีนเพียงพอ สามารถผลิตน้ำนมออกมาได้เพียงพอและมีคุณค่ากับลูกด้วย
อีกทั้งตัวคุณแม่เองก็ไม่เพลียมาก ไม่โทรมมากด้วยค่ะ
ควรงดของบ้างอย่าง เช่น ของรสจัด แอลกอฮอล์ กาแฟ เราอาจจะขับมาทางน้ำนมได้
สิ่งที่ควรจะเพิ่มก็คือผักผลไม้ ซึ่งจะทำให้แม่รู้สึกสดชื่นและระบบขับถ่ายก็ดีด้วย
หลัง 6 เดือนคุณแม่เริ่มดูแลตัวเองได้แล้ว (หมายความว่าคุณแม่เริ่มควบคุมอาหารได้บ้างแล้วค่ะ)
ซึ่งตอนนี้น้ำนมแม่ยังมีคุณค่าเท่าเดิม แต่ปริมาณลดลงและความต้องการสารอาหารของลูกจะเพิ่มขึ้น
ลูกควรได้อาหารเสริมตามวัยของลูก ถ้าแม่ยังให้นมต่อตอนนี้ก็รับประทานอาหารตามปกติ เหมือนตอนก่อนตั้งท้อง
เพิ่มการออกกำลังกายเพื่อให้ร่างกายกระชับขึ้น เรื่องของการออกกำลังกายสามารถทำได้ตั้งแต่หลังคลอดค่ะ
แต่อย่าหักโหมหลังคลอดใหม่ๆ
คำถามที่ ...3 ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่บอกว่ามีสารดักจับไขมัน
ลดคอเลสเตอรอลในเลือด อย่างดอกคำฝอยผลส้มแขก เป็นอย่างไร ?
คำตอบก็คือ : หากในแต่ละวันเรารับประทานผักและผลไม้อยู่แล้ว
ไม่จำเป็นต้องรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารพวกนี้เลย ที่บอกว่ามันจับไขมันนั้นก็คือ
จับไขมันในทางเดินอาหารของเรา ไม่ได้เข้าไปจับในเลือด ซึ่งการรับประทานผักผลไม้ก็ทำได้เช่นเดียวกัน
ต้องเข้าใจตรงนี้ด้วยนะคะ
ซึ่งถ้าเราควบคุมไม่รับประทานอาหารที่มันเยอะ พร้อมกับรับประทานผักผลไม้ในแต่ละมื้อ
ใยอาหารในผักผลไม้ก็ไปทำหน้าที่จับไขมันที่อยู่ในอาหาร แล้วขับถ่ายออกมา
นอกจากนั้นผักผลไม้ที่ว่ายังไปจับน้ำดีที่หลั่งออกมาในทางเดินอาหารด้วย
ปกติน้ำดีเป็นสารที่สร้างมาจากตับ ช่วยในการย่อยไขมัน เมื่ออาหารผ่านมาถึงลำไส้เล็ก
ถุงน้ำดีจะถูกกระตุ้นให้บีบตัวปล่อยน้ำดีลงไปสู่ลำไส้เล็ก เพื่อช่วยย่อยไขมัน ปกติน้ำดีเป็นสารที่ต้องใช้คอเลสเตอรอลสร้าง
เมื่อน้ำดีถูกนำมาใช้ร่างกายก็จะสร้างน้ำดีขึ้นมาใหม่ ซึ่งต้องใช้คอเลสเตอรอลจากร่างกาย
เพราะฉะนั้นเมื่อมีการดึงคอเลสเตอรอลมาใช้ คอเลสเตอรอลในเลือดก็จะลดลง
การรับประทานผักผลไม้นอกจากจะได้ใยอาหารแล้วยังมีประโยชน์อื่นๆ อีกคือร่างกายจะได้รับวิตามิน
และแร่ธาตุอื่นๆ ด้วย เพราะฉะนั้นการรับประทานผักและผลไม้ย่อมดีกว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเหล่านั้นทุกๆ ด้านอยู่แล้ว
คำถามที่ ...4 แอล-คาร์นิทีน หรือไคโตซาน โครเมียม
อะมิโนแอซิคคีเลต สารพวกนี้เป็นยังไง ?
คำตอบก็คือ : ไคโตซานเป็นสารที่สกัดมาจากเปลือกกุ้งและปู มีการอ้างว่าจะช่วยจับไขมันและลดน้ำหนัก
แต่ยังไม่มีการวิจัยว่าได้ผลดังกล่าวอ้าง มีการทดลองให้ไคโตซาน 8 แคปซูลต่อวัน เป็นเวลา 4 สัปดาห์
ไม่ได้ให้ผลลดน้ำหนักแตกต่างจากผู้ที่ไม่ได้รับ
ในงานวิจัยของการจับไขมัน พบว่าไคโตซานไม่ได้จับไขมัน และที่ร้ายกว่านั้นคือ มันจับแร่ธาตุและวิตามิน
ผู้ที่แพ้อาหารทะเลต้องระวังด้วย
ส่วนโครเมียม เป็นแร่ธาตุที่พบในแหล่งอาหารทั่วไปอยู่แล้ว ทำหน้าที่ช่วยการขนถ่ายน้ำตาลในเลือด
คาร์นิทีนนั้น สร้างขึ้นจากกรดอะมิโนไลซีนและเมทไธโอนีนที่มีอยู่ในอาหารทั่วไปที่เรารับประทานอยู่แล้ว
เช่น ในข้าว เนื้อสัตว์ คาร์นิทีนทำหน้าที่ในการขนถ่ายมันไปสลายที่ตับ ผลิตภัณฑ์ที่มีการขายเป็นเพียงผลิตภัณฑ์
ที่มีการแปรสภาพให้เป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปก็เท่านั้นเอง การรับประทานในลักษณะเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริม
จะถูกแบคทีเรียในทางเดินอาหารย่อยจนเกือบหมด ไม่มีคุณสมบัติเหมือนเดิม
เรารับประทานอาหารตามปกติ ไม่จำเป็นต้องเสียเงินซื้อผลิตภัณฑ์เหล่านั้นเลย
คำถามที่ ...5 CLA คืออะไร ?
คำตอบก็คือ : CLA คือ Conjugated linoleic acid เป็นกรดไขมันที่พบในธรรมชาติ ในเนื้อสัตว์ นมและผลิตภัณฑ์นม
มีการกล่าวอ้างว่าช่วยในเรื่องการกำจัดไขมัน ช่วยลดน้ำหนัก แต่ยังไม่มีการศึกษาที่ได้ผลชัดเจนในคน
และถ้ารับประทานมากไปก็อาจทำให้ร่างกายสะสมไขมันโดยรวม
CLA เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ถามว่ามีโทษไหม มีรายงานว่าอาจเกิดการระคายเคืองในระบบทางเดินอาหารได้
แต่ยังไม่เคยมีรายงานการขาด CLA ในคน เพราะร่างกายสร้างขึ้นเองได้
คำถามที่ ...6 ทำอย่างนั้นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารก็ไม่ได้มีประโยชน์สักเท่าไร ?
คำตอบก็คือ : อาจมีประโยชน์บ้างสำหรับคนที่ไม่ได้รับประทานอาหารตามปกติ ปัจจุบันผลิตภัณฑ์เหล่านี้มีออกมาขายเยอะมาก
จริงๆ แล้วไม่ใช่ของจำเป็นเลย ที่ขายได้เพราะคนส่วนใหญ่ควบคุมเรื่องการรับประทานอาหารด้วยตนเองไม่ได้
ถ้าสังเกตดูให้ดีๆ จะมีการระบุว่าให้รับประทานไปพร้อมๆ กับการควบคุมอาหารและการออกกำลังกายด้วย
ไม่ใช่รับประทานผลิตภัณฑ์นั้นอย่างเดียว ความจริงแล้วการที่จะลดน้ำหนักตัวได้ก็อยู่ที่การจำกัดอาหารและการออกกำลังกาย
ถ้าคุณรับประทานตามใจชอบรับรองว่าไม่มีทางลดได้
คำถามที่ ...7 ฟังธงได้ไหมว่า พวกนี้ไม่จำเป็น ?
คำตอบก็คือ : แน่นอนว่าไม่จำเป็น ถ้าบางคนที่เชื่อรับประทานแล้วรู้สึกจิตใจสบาย คือถ้าเขาเชื่อว่ารับประทานแล้วจะดีจะได้ผล
เขาก็จะรู้สึกดี จริงๆ มีส่วนทางด้านจิตใจมากกว่า สิ่งที่ได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
ถือได้ว่าไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายแต่เสียเงินเท่านั้นเอง และประโยชน์อาจจะไม่ได้ตรงกับที่โฆษณาไว้ทั้งหมด
ยกตัวอย่างคนที่ไม่ค่อยรับประทานอาหารทะเล หรือเนื้อสัตว์ก็จะมีภาวะพร่องแร่ธาตุสังกะสี ซีลีเนียม
พอเขาได้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีสารพวกนี้เข้าไปก็จะสามารถทดแทนกันได้
แต่ถ้าปกติในชีวิตประจำวันมีอาหารเนื้อสัตว์อยู่แล้วก็ไม่จำเป็น นอกจากนี้หากรับประทานมากๆ
หรือรับประทานติดต่อกันเป็นระยะยาว อาจมีการสะสมจนเกิดโทษก็ได้
โดยสรุปก็คือมีประโยชน์อยู่บ้าง แต่ว่าจะคุ้มค่าหรือเปล่านั้นก็แล้วแต่คุณแม่แต่ละท่านนะคะ
เพราะถ้าถามว่าเราจำเป็นต้องได้จากผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหรือไม่เมื่อเราได้จากอาหารตามธรรมชาติอยู่แล้ว
ก็ตอบได้เลยว่าไม่จำเป็น และส่วนใหญ่ผลิตภัณฑ์พวกนี้จะมีราคาค่อนข้างแพง
เพราะมีขั้นตอนและขบวนการในการผลิตเยอะแยะ และที่สำคัญผลิตภัณฑ์หลายชนิด
ก็ยังไม่มีข้อพิสูจน์สรรพคุณแน่ชัดตามที่กล่าวอ้าง นอกจากนี้ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการได้รับในระยะยาว
ก็ยังไม่มีผู้ใดรับรอง
อะ...อะ เดี๋ยวก่อนค่ะ เกือบลืมไป รศ.ดร.ประไพศรี ศิริจักรวาล ฝากบอกมาว่า
ในกรณีของแม่ที่กำลังให้นมลูกอยู่ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงอายุเท่าใดก็ตาม
ไม่ควรรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีขายอยู่ทั่วๆ ไปว่าจะเป็นประเภทใดก็ตาม
เพราะอาจมีผลต่อปริมาณและคุณค่าของน้ำนม วิธีที่ดีที่สุดหากต้องการลดหุ่นหรือรักษารูปร่าง
ควรควบคุมอาหารพร้อมกับการออกกำลังกายจะดีกว่าค่ะ
รู้อย่างนี้แล้วดิฉันคนหนึ่งล่ะที่ขอเก็บเงินไว้ในกระเป๋าลดน้ำหนักด้วยการออกกำลังกาย Up&Down
แล้วก็ควบคุมอาหารเอาเองดีกว่าค่า
(update 30 พฤศจิกายน 2005)
[ ที่มา..
นิตยสารรักลูก ปีที่ 23 ฉบับที่ 266 มีนาคม 2548]
|