พัฒนาการทางสมองของมนุษย์มีความซับซ้อนภายใต้การควบคุมของรหัสพันธุกรรมที่ได้รับจากพ่อแม่นับตั้งแต่ปฏิสนธิ
ดังนั้นเป้าหมายของการช่วยพัฒนาสมอง คือ การช่วยให้สมองเจริญเติบโตพัฒนาได้ใกล้เคียงศักยภาพที่ควรจะเป็นมากที่สุด
กระบวนการพัฒนาสมอง
สมองมนุษย์เริ่มมีการพัฒนาตั้งแต่อยู่ในครรภ์แม่ มีทั้งกระบวนการเพิ่มขึ้นและกระบวนการฝ่อ
หรือขจัดออกดำเนินเหลื่อมกันไปและต่อเนื่องไปจนตลอดวัยรุ่น
ส่วนของสมองที่ถูกขจัดออกหรือฝ่อไปนั้น ส่วนใหญ่จะสัมพันธ์กับการที่เซลล์สมองและแขนงของมัน
แย่งกันไปเชื่อมโยงกับส่วนเกี่ยวข้องที่จำเป็นสำหรับการอยู่รอดแต่มีอยู่จำกัดที่เกิดมากเกินไป
หรือไม่ถูกต้องจนทำงานได้ไม่สมบูรณ์
สมองส่วนที่จะฝ่อไปอีกส่วนโดยที่ไม่ควรจะฝ่อ คือ ส่วนสมองที่ควรจะถูกใช้ แต่ได้ใช้น้อยหรือไม่ได้ใช้เลย
ร่างกายก็จะขจัดทิ้งไปเช่นกัน เพราะร่างกายจะตีความว่าไม่ต้องการใช้ส่วนนี้อีกต่อไป
เห็นได้จากเด็กที่ได้รับการกระตุ้นน้อยหรือไม่ได้รับกระตุ้นอย่างเพียงพอนั้นสมองจะมีขนาดเล็กกว่าสมองเด็กที่อายุเดียวกัน
สภาวการณ์นี้จะไม่เกิดในเด็กที่กินนมแม่เลย
ทารกคลอดครบกำหนดมีระบบประสาทและสมองพร้อมที่จะสื่อกับแม่ได้ทั้งทางรูป รส กลิ่น เสียง หรือสัมผัส
การได้รับการกระตุ้นที่เหมาะสมต่อเนื่องและสม่ำเสมอตั้งแต่แรกคลอด เช่น การให้แม่โอบกอด
และให้ลูกเริ่มดูดนมแม่ภายใน 30 นาทีหลังคลอด การให้แม่และลูกอยู่ด้วยกันตลอด 24 ชั่วโมง
ช่วยให้สมองลูกมีปฏิกิริยาโต้ตอบ มีความจำ มีการเรียนรู้ และมีประสบการณ์เพิ่มขึ้น เพราะขณะที่ลูกดูดนมแม่
ลูกจะสื่อกับแม่ทางสายตา รสนมแม่ กลิ่นแม่ เสียงแม่ และสัมผัสอันนุ่มนวลอ่อนโยนของแม่
ทำให้เกิดสายสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูก ซึ่งเป็นรากฐานที่สำคัญของการเจริญเติบโตและพัฒนาการของร่างกาย
มีความฉลาดทั้งสมองและอารมณ์ มีจิตใจและมีสุขภาพจิตดีตั้งแต่ระยะเริ่มต้นของชีวิต
ทารกที่ได้รับนมแม่มีการเจริญเติบโตและเพิ่มขนาดสมองอย่างเหมาะสม เพราะในน้ำนมแม่มีสารอาหารครบถ้วน
และสาระสำคัญอื่นๆ เด็กที่ได้รับนมแม่มีพัฒนาการด้านการเรียนรู้และเชาวน์ปัญญา การรับรู้ การมองเห็น
การใช้กล้ามเนื้อที่แตกต่างจากทารกที่ได้รับนมผสมอย่างชัดเจน เมื่อควบคุมปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องพบว่า
ค่าคะแนนเชาวน์ปัญญาอาจลดลงบ้าง แต่เด็กที่ได้รับนมแม่ยังคงมีพัฒนาการที่ดีกว่าที่ได้รับนมผสม
และพบว่าพัฒนาการของทารกที่ได้รับนมแม่ที่สูงกว่าทารกที่ได้รับนมผสมมีความสัมพันธ์กับระยะเวลาของการได้รับนมแม่
หรือปริมาณนมแม่ที่เพิ่มขึ้น หากเป็นไปได้แม่ควรให้นมลูกจนถึงขวบปีที่สองหรือนานกว่านั้น
เพื่อก่อให้เกิดการเจริญเติบโตพัฒนาของลูก มีร่างกายสมบูรณ์ สมองดี สติปัญญาดี ฉลาดเฉลียว ใกล้เคียงกับศักยภาพมากที่สุด
และยังเป็นการโยงใยสายสัมพันธ์แม่-ลูก ให้มีสุขภาพจิตที่ดีต่อไปเบื้องหน้าเพื่อรองรับการพัฒนาประเทศชาติและมนุษยชาติต่อไป
การที่เด็กกินนมผสมบางคนมีสมองดี สติปัญญาอยู่ในเกณฑ์ฉลาด อาจเป็นเพราะได้รับการถ่ายทอดพันธุกรรมมาจากพ่อแม่
แม้จะขาดสารที่สำคัญหลายอย่างที่มีในนมแม่ หรือขาดการกระตุ้นการพัฒนาสมองที่เหมาะสม ยังมีสติปัญญาอยู่ในเกณฑ์ดีได้
แต่ถ้าหากได้กินนมแม่เพิ่มขึ้นจะทำให้มีสมองและสติปัญญาดียิ่งกว่านี้
(update 19 พฤศจิกายน 2005)
[ ที่มา..
นิตยสารบันทึกคุณแม่ เมษายน 2548]
|