ปฏิเสธไม่ได้ว่า ภาษาที่ 2 มีความสำคัญกับเด็กในยุคปัจจุบันมาก
หลายครอบครัวจึงพยายามสนับสนุนให้ลูกเรียนรู้ภาษาด้วยวิธีต่างๆ
เช่น การพาลูกไปเรียนภาษาตามสถาบันสอนภาษาต่างๆ พาลูกไปต่างประเทศ
และการสร้างบ้านให้เป็นบ้าน 2 ภาษา ซึ่งต้องอาศัยพื้นฐานภาษาที่ดีของคนในครอบครัวเป็นสำคัญ...
Step to make a bilingual home
- ถ้าลูกเป็นเด็กลูกครึ่งที่เติบโตในเมืองไทย หรือเกิดในครอบครัวที่มีทั้งอาม่า อากง
และชอบใช้ภาษาจีนกับลูก ควรสนับสนุนให้เด็กได้เรียนรู้อีก 1 ภาษา เพราะเป็นการเรียนภาษาโดยธรรมชาติ
จากสิ่งแวดล้อมที่ดีที่สุด ใกล้ที่สุด คือในบ้านนั่นเอง
- หากจะทำบ้านให้เป็นบ้าน 2 ภาษา คุณพ่อคุณแม้องเข้าใจถึงเงื่อนไขในการเรียนภาษาของเด็กก่อนว่า
ลูกจะต้องสามารถเข้าใจและใช้ภาษาทั้งสองได้อย่างเท่าเทียมกัน
- คุณพ่อคุณแม่ต้องพร้อมที่จะเป็นผู้มีส่วนร่วมในการเรียนรู้ภาษาของลูกด้วยตนเอง โดยพูดภาษาที่ 2
กับลูกด้วยสำเนียงที่ดี พูดได้ถูกต้อง เพราะคุณพ่อคุณแม่เป็นต้นแบบที่ดีที่สุด
- การเรียนภาษาที่ 2 ของลูกนั้นต้องเรียนภายใต้เงื่อนไขและสถานการณ์ที่เป็นธรรมชาติ
คนในครอบครัวควรที่จะใช้ได้ทั้ง 2 ภาษา เพื่อจะได้พูดจาโต้ตอบกับลูกได้ด้วย
- การใช้ภาษาอื่นในบ้าน ไม่ใช่แค่การพูดทักทายกันว่า Good morning
แต่ควรใช้โต้ตอบกันในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่เรียนท่องจำแบบนกแก้วนกขุนทอง
หรือแค่จับลูกมานั่งให้ท่อง A B C
- การนำภาษาอื่นเข้ามาพูดคุยกันในครอบครัวโดยไม่บังคับลูก
แต่คุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตว่าลูกสนุกกับการเรียนรู้หรือไม่
- การเรียนภาษาที่ 2 ตั้งแต่เล็กๆ ข้อดีคือ เด็กได้เรียนรู้ ซึมซาบกับสำเนียงของภาษาตั้งแต่เล็กๆ
ทำให้เขาสามารถใช้ภาษานั้นได้อย่างไพเราะ มีสำเนียงถูกต้องมากยิ่งขึ้น
- การสร้างบรรยากาศในบ้านด้วยการเปิดโทรทัศน์หรือวิดีโอการ์ตูนภาษาอังกฤษหรือภาษาอื่น
เป็นวิธีการที่ดีที่ทำให้ลูกฝึกฝนการฟังเสียงหรือสำเนียงจากโทรทัศน์นั้น แต่ทีวีไม่ใช่วิธีการที่ดีที่สุด
เพราะเป็นการสื่อสารทางเดียว ลูกไม่มีโอกาสพูดคุยโต้ตอบ อาจทำให้ลูกมีพัฒนาการด้านภาษาล่าช้าได้อีกด้วย
- ถ้าเข้าใจและส่งเสริมการเรียนรู้ 2 ภาษาของลูกอย่างถูกต้องและเหมาะสม
ลูกก็จะซึมซับมีพัฒนาการด้านภาษางอกงามดีสมกับที่คุณพ่อคุณแม่ตั้งใจค่ะ
Q&A Language Learning
- อยากให้ลูกเก่งภาษาเลยให้ลูกท่องศัพท์วันละ 10 คำ เป็นวิธีที่ถูกต้องหรือไม่ค่ะ
- การให้ลูกเรียนภาษาที่ 2 ด้วยวิธีการที่ไม่เหมาะสม ยัดเยียดความรู้ให้แก่ลูก
จะทำให้เกิดปัญหาลูกมีความกดดันต่อต้านและกลายเป็นคนที่ปฏิเสธภาษาที่เราพยายามจะสอน
หรืออาจไม่อยากที่จะรับรู้หรือเกี่ยวข้องกับภาษานี้อีกต่อไปค่ะ
- จริงหรือไม่ที่ลูกพูดช้าเพราะรับรู้หลายภาษามากเกินไป
- ความล่าช้าทางภาษาจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อเด็กคนนั้นมีความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหานี้อยู่แล้ว
เช่น เด็กที่มีความผิดปกติบางด้านทางพัฒนาการทางภาษา เป็นโรคบางอย่างที่รบกวนการเรียนรู้ทางภาษาการสื่อสารของลูก
แต่สำหรับในเด็กทั่วๆ ไปที่มีศักยภาพตามปกติแล้วการเรียนรู้ภาษามากกว่า 1 ภาษาในช่วงวัยเล็กๆ
เป็นสิ่งที่ค่อนข้างเป็นประโยชน์ในแง่ของการส่งเสริมให้สำเนียงหรือว่าการสื่อภาษาทั้ง 2
ถูกต้องและมีความชัดเจน
- แต่ในช่วงแรกๆ ลูกอาจจะพูดช้าหรือสับสน พูดไทยปนภาษาอื่น
จะไม่กระทบกระเทือนในระยะยาวถ้าภาษาของลูกถูกสร้างให้สมบูรณ์แล้ว
- ให้ลูกเรียนที่โรงเรียน Bilingual ดีหรือไม่
- การเรียนภาษาโดยธรรมชาติในครอบครัวสามารถเริ่มเมื่ออายุเท่าไรก็ได้
แต่ถ้าเรียนในโรงเรียนควรเริ่มได้ตั้งแต่ 3 ขวบขึ้นไป เพราะเป็นวัยของการเรียนรู้ที่งอกงามอย่างรวดเร็ว
เด็กจะเริ่มเรียนรู้ภาษาจากศัพท์ ประโยค แล้วตามด้วยเรื่องราวยาวๆ
การได้ฟังการพูดที่ดีและถูกต้องจะช่วยให้เด็กได้เรียนรู้กฎไวยากรณ์การออกเสียงไปด้วย
(update 25 พฤศจิกายน 2005)
[ ที่มา..
นิตยสารดวงใจพ่อแม่ ปีที่ 10 ฉบับที่ 117 กรกฎาคม 2548]
|