ทุกช่วงท่าของการเต้นรำตามจังหวะเสียงดนตรีล้วนมีที่มา นอกเหนือจากการเป็นกระบวนท่าที่
ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเป็นมนุษย์ได้อย่างโดดเด่นชัดเจนว่าแตกต่างไปจากสัตว์โลกชนิดอื่นอย่างไร
และไม่ว่าจะมองย้อนหลังไปยุคใด สมัยใด ชนเผ่าใด มีอารยธรรมสูงส่งหรือไม่ก็ตาม การเต้นรำ
ที่ปรากฏออกมาของแต่ละชนเผ่าล้วนบ่งบอกถึงเอกลักษณ์เฉพาะตน
การเต้นรำ จึงเป็นศิลปะอีกแขนงหนึ่งซึ่งสามารถถ่ายทอดเรื่องราววิถีชีวิตของผู้คนในแต่ละสังคม
ได้อย่างน่าอัศจรรย์ บันทึกคุณแม่ ฉบับนี้จะขอนำคุณผู้อ่านไปทำความรู้จักกับความน่าอัศจรรย์
ยิ่งกว่าของศิลปะการเต้นรำซึ่งเรียกขานกันว่า ระบำปลายเท้า หรือบัลเล่ต์
คำว่า บัลเล่ต์ อาจจะฟังดูคุ้นหูมานานและหลายคนส่ายหน้าตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ยินได้ฟัง
ด้วยทัศนคติอันได้รับการปลูกฝังมาว่า การเต้นรำชนิดนี้สำหรับพวกผู้ดีที่ไม่มีอะไรจะทำเท่านั้น
วันนี้เราจะไปค้นหาคำตอบด้วยกันนะคะว่า ศิลปะการเต้นรำซึ่งมีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนาน
มีค่าแค่เพียงบทสรุปสั้นๆ เท่านั้นเองหรือ
ผู้ออกแบบท่าเต้นของชนเผ่าต่างๆ ทั่วทุกมุมโลกในสมัยโบราณ
ได้แปรความหมายของบรรดาสรรพสิ่งรอบกายไม่ว่าจะเป็นการแสดงท่าทางล้อ
หรือเลียนแบบสัตว์ป่าทั้งหลาย ความรู้สึกอารมณ์ต่างๆ ของมนุษย์ไปจนถึงสงครามการต่อสู้
ความเชื่อถือศรัทธาของชนเผ่าที่มีต่อธรรมชาติ นำสิ่งแวดล้อมและเหตุการณ์ต่างๆ
ในขณะนั้นมาสอดแทรกไว้ในลีลาร่ายรำของตน
การเต้นรำมีวิวัฒนาการขึ้นเรื่อยๆ ตามอายรธรรมของโลก ดังจะเห็นได้จากการร่ายรำเพื่อบวงสรวงดวงวิญญาณ
เพื่อบวงสรวงบูชาภูตผีปีศาจในสมัยยุคดึกดำบรรพ์ซึ่งต่อมาได้วิวัฒนาการกลายมาเป็นการเต้นรำ
เพื่อสื่อถึงความรู้สึกของจิตใจในสมัยกรีกโบราณ และหลังจากนั้นได้ถูกนำมาเป็นส่วนสำคัญในพิธีการทางศาสนา
ฉลองงานวิวาห์ รวมทั้งงานรื่นเริงบันเทิงต่างๆ
นอกเหนือไปจากท่วงท่าเคลื่อนไหวที่งดงามอ่อนช้อยแล้ว มนุษย์ในยุคโบราณยังค้นพบว่า
การเต้นรำ คือการออกกำลังกายอย่างหนึ่ง มีเรื่องเล่าว่า ในขณะกำลังเดินเรืออยู่ท่ามกลางมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ไพศาลอยู่นั้น
กัปตันคุกนักเดินเรือผู้มีชื่อเสียงซึ่งพวกเรารู้จักกันดี ได้ออกคำสั่งให้ลูกเรือเต้น 'Hornpipe'
ในยามว่าเพื่อสุขภาพพลานามัยที่ดี ความเชื่อนี้สอดคล้องกับ Carlo Blasis ปรมาจารย์ด้านการเขียนตำราบัลเล่ต์ซึ่งได้กล่าวว่า
ประโยชน์ของการเต้นรำนอกเหนือไปจากความเพลิดเพลินแล้ว ยังทำให้ร่างกายแข็งแรงแม้ในหญิงสูงวัยถึง 70 ปี
หากได้เต้นรำสม่ำเสมอจะยังคงแข็งแรงเคลื่อนไหวได้กระฉับกระเฉงกว่าคนวัยเดียวกัน
การเคลื่อนไหวภายใต้สภาวะบังคับ 'The Dance d'ecole' โดยการนำเอาลีลาท่าเต้น การเคลื่อนที่
สรีระ ดนตรี ความยืดหยุ่น มาประกอบเป็นแม่บทของการเต้นรำ จากความคิดสร้างสรรค์ของนักออกแบบท่าเต้น
ผู้ออกแบบฉากและเครื่องแต่งกาย มาเป็นผู้สร้างสรรค์ผลงานให้สมดุลตามจังหวะ ท่าทางและสิ่งที่ต้องการสื่อ
ศิลปะอ่อนช้อยงดงามที่เรียกกันว่า บัลเล่ต์นั้น สืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14
ซึ่งเป็นเพียงการเต้นสลับกับการเสวยพระกระยาหารเท่านั้น เรียกการเต้นรำนี้ว่า
ระบำในราชสำนัก (Court Dance) อย่างไรก็ตาม พระเจ้าหลุยส์ที่ 14
ทรงโปรดปรานการเต้นชนิดนี้มาก จึงได้ทรงสถาปนาโรงเรียนบัลเล่ต์แห่งแรกของโลกขึ้น
บัลเล่ต์ในยุคปัจจุบันได้สลัดละทิ้งภาพลักษณ์ซึ่งดูเหมือนเครื่องจักรกล เย็นชา ปราศจากความรู้สึก
ให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นด้านฉาก แสง เสียง เครื่องแต่งกาย และที่สำคัญ คือ
สภาพและความสามารถของนักเต้น มีการสอดใส่อารมณ์เข้าไปในลีลาเพื่อให้สื่อความหมายได้อย่างมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น
แม้ว่า บัลเล่ต์คลาสสิคดั้งเดิม (Classical Ballet) ที่มีมากกว่า 400 ปีนั้น จะดูไร้อารมณ์
แต่ก็ได้มีผู้คำนวณว่าท่าเต้นบัลเล่ต์ซึ่งปรากฏอยู่ในโลกนี้มีจำนวนถึง 39,550 ท่า
และหากนับรวมท่าที่พลิกแพลงต่างๆ แล้วมีไม่น้อยกว่า 1 ล้าน 5 พันท่าเลยทีเดียว
- ประโยชน์ของการเรียนบัลเล่ต์
- ทำให้ผู้เรียนมีพัฒนาการทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา
- ทำให้ผู้เรียนมีสรีระและบุคลิกภาพที่ดี เช่น เวลายืน เพราะการยืนแบบบัลเล่ต์จะต้องยืนหลังตรงหน้าเชิดตลอด
- ฝึกให้ผู้เรียนมีความรับผิดชอบและมีระเบียบวินัย เพราะมีการสอนเลื่อนระดับทุกปี
- ส่งเสริมพัฒนาการทางด้านดนตรี ช่วยให้ผู้เรียนได้รู้จักเพลงคลาสสิค
- เป็นการปูพื้นฐานการเต้นทุกชนิดให้กับผู้เรียน หากเริ่มเรียนบัลเล่ต์ไปได้สักระยะหนึ่งแล้ว
ผู้เรียนสามารถที่จะเรียนการเต้นรำชนิดอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการเล่นสเก็ตน้ำแข็ง การเต้นลีลาศ
ยิมนาสติกลีลา ระบำใต้น้ำ แจ๊ส ระบำสเปน หรือแม้กระทั่งฮิบฮอป
ได้ง่ายขึ้นมากกว่าคนที่ไม่มีพื้นฐานบัลเล่ต์มาก่อน
- ปลูกฝังรสนิยมที่ดีให้กับเด็ก
- มาตรฐานสากลของหลักสูตรการเรียนการสอนบัลเล่ต์
Pre-Ballet สำหรับเด็ก 3 ขวบครึ่ง - 4 ขวบครึ่ง เป็นการสร้างจินตนาการของเด็ก
และปูพื้นฐานเบื้องต้น เช่น การยืน การนั่ง การกดปลายเท้า ท่าแขน
Pre-Primary สำหรับเด็ก 4 ขวบครึ่ง - 5 ขวบครึ่ง เป็นการปูพื้นฐานท่าต่างๆ ท่าแขน ท่าเท้า
และการกระโดดเบื้องต้น รวมถึงสร้างเสริมจินตนาการไปตามเสียงดนตรี
Premary สำหรับเด็ก 5 ขวบครึ่ง - 6 ขวบครึ่ง เน้นเรื่องเทคนิคมากขึ้น เริ่มมีระบำหรือเพลงที่ยาวขึ้น
เริ่มมีการเต้นรำเดี่ยว ส่งเสริมพัฒนาการการรู้จักเต้นให้เข้ากับจังหวะมากยิ่งขึ้น
Grade 1 - Grade 8 เริ่มตั้งแต่เด็ก 7 ขวบขึ้นไป ความยากง่ายขึ้นอยู่กับระดับชั้นที่เรียน Advance
พื้นฐานการเรียนบัลเล่ต์ในระดับสูงสำหรับผู้ที่ต้องการยึดเป็นอาชีพต่อไป
หลักสูตร Adult Ballet เหมาะสำหรับผู้ใหญ่ที่ต้องการเสริมบุคลิกภาพ ออกกำลังกาย
กระชับรูปร่างให้ได้สัดส่วนมากขึ้น
หลายคนตั้งคำถามว่าเรียนบัลเล่ต์ไปทำไม ทำไมพ่อแม่ผู้ปกครองบางคนต้องเสียทั้งเงิน
เสียทั้งเวลาไปนั่งเฝ้าเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ กลุ่มใหญ่วิ่งไปวิ่งมารอบๆ ห้องอย่างนั้น
คุณกัลยา สุมลวรางกูร คุณแม่ของ น้องป้อน เด็กหญิงกมลยากร สุมลวรางกูล อายุ 9 ขวบ
นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัยเปิดใจให้ฟังถึงเหตุผล
ที่สนับสนุนส่งเสริมให้น้องป้อนเรียนบัลเล่ต์ว่า
จริงๆ แล้วเริ่มเรียนครั้งแรกตั้งแต่ตอนสามขวบกว่าๆ เขาเป็นคนมาขอเรียนเองค่ะ
อาจจะเป็นเพราะเห็นในรายการทีวีเด็กๆ เต้นบัลเล่ต์ สวมชุดสวยๆ ก็เลยอยากเรียนบ้าง
เลยตามใจพาเขาไปที่โรงเรียนบัลเล่ต์ ไปแบบไม่ได้ตั้งใจว่าจะให้เรียนหรืออะไรหรอกค่ะ
เพราะเพิ่งสามขวบเอง ปกติบัลเล่ต์นี่เขาจะเริ่มกันที่ประมาณสี่ขวบใช่ไหมคะ
พอไปถึงคุณครูลองเทสต์ความพร้อมของเขาดู ปรากฏว่าเรียนได้เลยซื้อชุดซื้อถุงเท้ากันวันนั้นเลยค่ะ
ตอนนี้เรียนมาได้ 4 ปีแล้วค่ะ ลูกจะติดคุณครูมาก สมัยยังเรียนอยู่ Pre-Primary
วันไหนคุณครูที่เขารักไม่มาสอนวันนั้นเขาจะไม่ยอมเรียน มีเพื่อนบางคนถามเหมือนกันค่ะว่า
ให้ลูกเรียนบัลเล่ต์ทำไมไม่เห็นจะได้อะไรเลย จริงๆ แล้ว ช่วงที่ลูกเรียนระดับ Pre
ก็มีความรู้สึกอย่างนั้นบ้างเหมือนกันนะคะ คือเหมือนเสียเงินฟรี ไม่ได้อะไร
แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมากในเมื่อลูกชอบก็คิดเสียว่า เป็นการได้ออกกำลังกาย
เพราะเด็กกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่แทบไม่ได้ออกกำลังกายกันเลย ก็ปล่อยให้เขาเรียนไปเรื่อยๆ
จนกระทั่งมาเริ่มเกรด 2 เกรด 3 ตอนเขาใกล้สอบก็จะไปดูเขาซ้อมก่อนสอบจริงกับครูฝรั่ง
เห็นท่าต่างๆ แล้วก็เริ่มรู้สึกว่าที่เรียนมาก็ได้ผลดีนะ คือท่าจะสวยขึ้น
อยากจะฝากบอกคุณพ่อคุณแม่ว่าเด็กๆ ยังไม่รู้หรอกค่ะว่าเขาจะเรียนอะไรได้ไหม
เขาจะชอบอะไรเขาจะยังไม่รู้ แต่ถ้าลูกสนใจก็ให้โอกาสเขาเถอะค่ะ
อีกหน่อยหากเขาโตขึ้นมาแล้วไม่ชอบก็เลิกได้ อย่างน้องป้อนเนี่ยดิฉันจะคุยกับคุณครูตลอดว่า
เขาเรียนเป็นอย่างไร พอจะไปได้ไหม ตอนนี้เขายังเรียนแค่เกรด 3 อยู่เลย
จึงไม่ได้หวังอะไรมากไปกว่าให้เขาได้ออกกำลังกาย ได้รู้จักเพื่อนฝูงต่างโรงเรียน
แต่ผลที่ได้รับนอกเหนือไปจากที่คาดไว้ก็มีนะคะอย่างเช่น เวลาไปเล่นไอซ์สเก็ตท่าทางลีลาเขาจะสวย
เรียนแจ๊สก็เรียนรู้ได้เร็ว ตอนนี้น้องป้อนสนใจอยากลองเรียนระบำสเปนควบคู่ไปกับการเรียนบัลเล่ต์ค่ะ
เชื่อว่า ด้วยความที่มีพื้นฐานการเรียนบัลเล่ต์มาก่อน
ไม่ว่าจะเป็นระบำชนิดไหนก็ไม่ใช่เรื่องยากเกินไปสำหรับน้องป้อนอย่างแน่นอน
(update 11 สิงหาคม 2005)
[ ที่มา..
นิตยสารบันทึกคุณแม่ ปีที่ 11 พฤศจิกายน 2547 ]
|