เมื่อลูกโดนไฟดูด


โลกของเด็กตั้งแต่ 8 เดือนขึ้นไป ช่างน่าตื่นเต้น มีอะไรแปลกๆ ใหม่ๆ อยู่ทั่วทุกที่ ทำให้เจ้าหนูของเราอยากรู้อยากเห็นไปซะหมด ยิ่งคลานได้คล่อง ยิ่งไม่ยอมอยู่นิ่ง ทั้งมือไม้ก็หยิบจับอะไรต่อมิอะไรเก่งขึ้น ดังนั้นการคว่ำ แคะ รื้อ โยนจึงเป็นเรื่องแสนสนุกสำหรับเขา แม้คุณพ่อคุณแม่จะดีใจที่ลูกรักพัฒนามาถึงขั้นนี้แล้ว แต่สิ่งที่ไม่ควรละเลยก็คือ นิ้วมือเล็กๆ ที่หยิบจับของเล่นนั้นก็พร้อมจะดึงสายไฟจากปลั๊ก หรือแหย่เข้าไปในรูปลั๊กไฟได้ทุกเมื่อ

ดังเช่นรายของน้องก้อย...คุณวิมล คุณแม่ของน้องก้อย (วัย 10 เดือน) พาน้องมาในสภาพมือเป็นแผล บวมเล็กน้อย เหตุจากเอานิ้วแหย่เข้าไปในปลั๊กไฟ จนไฟดูด โชคดีตัวไม่เปียก เท้าไม่เปียก แหย่ไม่ลึก นิ้วมือหลุดออกจากรูเสียก่อน ทำให้กระแสไฟผ่านตัวได้ไม่มาก คุณหมอตรวจร่างกาย ตรวจการเต้นหัวใจน้องก้อย และหาบาดแผลทางออกของกระแสไฟ พบว่ามีแผลไม่ลึกไม่ใหญ่ที่เท้าอีกแห่งหนึ่ง หลังจากคุณหมอให้การรักษาจนพ้นอันตราย จึงขอคุยกับคุณวิมลเรื่องการระมัดระวัง เรื่องไฟดูดไฟช็อต

จากการวิจัยพบว่า เด็กที่เสี่ยงต่อการโดนไฟดูดคือกลุ่มที่อายุต่ำกว่า 5 ขวบ และกลุ่มเด็กโต คือ 10-14 ปี โดยในเด็กเล็กมักจะเกิดกรณีเดียวกับน้องก้อย ก็คือ เอานิ้วหรือไปหยิบเอาของที่ตกตามพื้น เช่น กิ๊บติดผม ไม้แคะหู ตะปูแหย่เข้าไปในรูปลั๊กไฟ หรือปลั๊กไฟสามตาที่เสียบไฟไว้ไม่งั้นก็คว้าสายไฟ (ที่เสียบไฟอยู่) ไปเคี้ยวเล่นด้วยความมันเขี้ยว ดังนั้น...คุณพ่อคุณแม่ควรป้องกันไว้ก่อนโดยการ
  • หาซื้อตัวครอบปลั๊กไฟหรือแผ่นเสียบรูปลั๊กไฟมาปิดรูปลั๊กไฟที่ไม่ได้ใช้ ซึ่งหาซื้อได้ตามร้านหรือแผนกเครื่องใช้ไฟฟ้า ไม่งั้นก็หาเทปพันสายไฟมาแปะปิดไว้ก่อนก็ได้ครับ

  • ควรติดตั้งปลั๊กไฟให้สูงจากพื้นราว 1.5 เมตร เพื่อกันการเล่น การแหย่ของเด็กเล็ก

  • ควรสำรวจอยู่เสมอนะครับ ว่ามีสายไฟจากเครื่องใช้ไฟฟ้าใดหรือไม่ที่ห้อยโตงเตงลงมาจากโต๊ะ มีเครื่องใช้ไฟฟ้าใดหรือไม่ที่วางแหมะอยู่ที่พื้น พร้อมที่จะให้เด็กเล็กกระชากสายไฟเล่นจนเกิดไฟช็อต หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าตกใส่หัว (ยิ่งถ้าเป็นกาน้ำร้อนก็ยิ่งอันตราย)

    แม้แต่การจับสายไฟมาเคี้ยวเล่นอย่างไม่รู้อิโหน่อิเหน่ก็เสี่ยงต่อการไฟรั่วไฟดูดเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดที่ใช้งานเสร็จแล้วจะต้องม้วนไฟให้ดี และเก็บเครื่องให้เข้าที่ทุกครั้งครับ

  • การเสียบปลั๊กที่ไม่แน่น ไม่มิด หรือคาไว้นานๆ จนเหล็กเสียบเลื่อนออกมาก็จัดว่าอันตราย เพราะอาจทำให้ไฟสปาร์คขึ้นหรือเกิดประกายไฟที่หัวปลั๊ก แล้วก็ยังเสี่ยงต่อการที่เจ้าน้องเล็กจะไปจับเล่นเข้าจนไฟดูด

    ส่วนเด็กโต (10-14 ปี) นั้น สาเหตุจากการโดนไฟดูด โดยมากเกิดจากการทำกิจกรรม หรือการเรียนที่เกี่ยวกับไฟฟ้า การซ่อมสร้างอุปกรณ์ไฟฟ้า การเดินสายไฟ แต่ที่พบเห็นกันอยู่เสมอก็คือ การดึง เกี่ยว หรือพยายามสอยว่าว หรือลูกโป่งที่ไปติดหรือเชือกไปพันอยู่บนสายไฟแรงสูง

    ซึ่งควรจะรู้ถึงอำนาจอันรุนแรงของสายไฟแรงสูงว่า กระแสไฟ 2 หมื่นโวลต์ของมันสามารถกระโดดข้ามอากาศ เข้าสู่ร่างกายของคนได้อย่างฉับพลัน อย่าว่าแต่ไปโดนเลยครับแม้แต่เข้าใกล้เกินกำหนดก็มีสิทธิ์โดนช็อตอย่างรุนแรง โอกาสจะเสียชีวิตหรือพิการมีสูงมากครับ

  • สอนเด็กว่าอย่าเสียดายว่าวหรือลูกโป่งที่ติดตามสายไฟให้ห่วงชีวิตของตนซะก่อนเกิด (สมัยผมเด็กๆ เคยเห็นคุณพ่อคนหนึ่งช่วยลูกสอยว่าวใกล้สายไฟด้วยซ้ำไป)

  • หากพบสายไฟแรงสูงขาดหรือห้อยย้อยลงมา ให้เดินห่างๆ ไว้ และโทร.ไปแจ้งการไฟฟ้าด้วยครับ

  • ต้นไม้ที่ปลูกไว้ก็ควรดูแลอย่าให้มันงอกงามจนไปเกาะเกี่ยวเหนี่ยวรั้งเอาสายไฟแรงสูง แม้ยามจะหักกิ่งตัดต้นก็ต้องระมัดระวังอย่างที่สุด โดยเฉพาะต้นไม้ที่อยู่ใกล้สายไฟแรงสูงก็ไม่ควรแตะต้อง ทางที่ดีปล่อยเป็นหน้าที่ของมืออาชีพจะดีกว่า โดยโทร.แจ้งเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าโดยด่วน

    สำหรับคนเป็นพ่อเป็นแม่อย่างพวกเรา ควรหมั่นตรวจตราสิ่งแวดล้อมในบ้าน เพื่อความปลอดภัยจากไฟช็อตหรือไฟรั่วดังต่อไปนี้ครับ

  • อย่าปล่อยให้สายไฟแม้แต่เส้นเดียวเปื่อยหรือชำรุด หากเจอเข้าต้องเปลี่ยนทันที

  • หากบ้านใดใช้ปลั๊ก 3 ตา เพื่อกันเด็กเล็กจับต้องหรือเล่นซนจนได้รับอันตราย จึงควรไว้ในที่สูง และขอแนะนำว่าอย่าเสียบไฟทบกันไปมาจนเกินกำลังไฟจะรับไหว
    การใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าพร้อมกันคราวละหลายๆ ตัว ก็เสี่ยงต่อการเกิดไฟช็อตไฟรั่ว

  • สมัยนี้บ้านใครไม่มีเครื่องตัดไฟอัตโนมัติ ก็ไม่ผิดอะไรกับบ้านที่ไม่รั้วป้องกันขโมย ดังนั้นการใช้จ่ายเพื่อความปลอดภัยของทุกคนในบ้าน ก็นับว่าเป็นความคุ้มค่าอย่างยิ่ง แต่ก็อย่าลืมเปิดอ่านคู่มือการใช้ เพื่อศึกษาให้เข้าใจและใช้เป็นนะครับ

    เคยมีกรณีทึ่งแม่ผู้รู้เท่าไม่ถึงการณ์ให้ลูกชายวัย 8 ขวบ เสียปลั๊กน้ำร้อนให้ด้วย ในขณะที่ลูกชายกำลังอาบน้ำ เจ้าหนุ่มน้อยก็วิ่งแจ้นออกมาทั้งที่ตัวเปียกม่อลอกม่อแลก และเสียบปลั๊กที่คุณแม่สั่ง ผลปรากฏว่าโดนไฟดูดอาการปางตาย ดังนั้นทุกคนโปรดจำไว้ ตัวเปียกหรือกำลังยืนอยู่บนพื้นแฉะๆ ห้ามแตะสวิทช์ไฟ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เสียบปลั๊กอยู่โดยเด็ดขาด

  • ลองสำรวจเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิด ทุกตัวที่มีอยู่ภายในบ้านสิครับ อาจจะพบบางตัวที่สายไฟชำรุด โดยเฉพาะตรงหัวต่อของตัวเสียบ ที่มักจะฉีกขาด หรือมีรอยรั่ว เนื่องจากผ่านการใช้งานมานาน ถ้าเจอแบบนี้ก็เปลี่ยนใหม่ได้เลยครับ

หากคนในบ้านโดนไฟดูดจะทำอย่างไร

กระแสไฟเมื่อเข้าสู่ร่างกายจะไหลผ่านจากทางเข้าลงสู่พื้นดิน หากรุนแรงจะเกิดอาการกล้ามเนื้อกระตุก หัวใจเต้นผิดจังหวะ เส้นประสาทชาไปทั่วร่าง หมดสติ และหยุดหายใจ

กระแสไฟจะทำลายเซลล์และเนื้อเยื่อต่างๆ ทั้งผิวหนัง กล้ามเนื้อ ความร้อนจากไฟฟ้าจะทำลายอวัยวะภายใน และที่ต้องเสียชีวิตก็เพราะหัวใจหยุดเต้นอย่างเฉียบพลัน การช่วยคนโดนไฟดูดอย่างไม่ถูกวิธี กลับจะทำให้คนที่เข้าไปช่วย กลายเป็นเหยื่อไฟช็อตไปอีกคน
  • วิธีการที่ผิดก็คือ ใช้มือเปล่าดึงคนโดนไฟดูดออกมา การทำเช่นนี้กระแสไฟจะวิ่งเข้าสู่อีกคนทันที (ในกรณี ช่วยคนจากสายไฟแรงสูง แม้แต่การเข้าใกล้ก็ยังต้องมีระยะห่าง มิเช่นนั้นจะโดนดูดเข้าไปติดกันกับเหยื่อคนแรกได้เลย)

  • หากผู้ที่โดนไฟดูดยังติดอยู่กับสายไฟให้ถอดปลั๊กและยกคัทเอาท์ลง เพื่อเป็นการตัดแหล่งจ่ายไฟออกก่อน หรืออีกวิธีก็คือ ใช้วัตถุที่ไม่เป็นสื่อไฟฟ้า (ฉนวนไฟฟ้า) เช่น ไม้แห้งๆ เชือก สายยางพลาสติกแห้งๆ หรือหนังสือพิมพ์ที่ม้วนเป็นแท่ง เขี่ยหรือเกี่ยวสายไฟให้หลุดจากตัวคนโดนไฟดูด หากจะให้ดีคนที่ช่วยควรจะยืนอยู่บนฉนวนเช่นกัน เช่น ยืนอยู่บนกองหนังสือพิมพ์ ผ้าห่ม กล่องไม้หรือรองเท้ายาง การใส่ถุงมือยาง การใช้หนังสือพิมพ์หนาๆ หรือผ้าแห้งหนาห่อมือแล้ว ผลักคนโดนไฟดูดให้หลุดออกมา ก็เป็นอีกทางหนึ่งในการช่วยเหลือ

  • อีกทางเลือกหนึ่งก็คือ การใช้มีดหรือขวาน (ที่มีด้ามเป็นไม้หรือมีฉนวนหุ้มกันไฟ) ฟันฉับให้สายไฟนั้นขาด

เอาหละครับ...เมื่อช่วยเขาพ้นออกมาจากกระแสไฟได้แล้ว ก็ดูว่าเขาหมดสติหรือได้รับบาดเจ็บส่วนใดของร่างกายหรือไม่ เพื่อจะได้หาวิธีปฐมพยาบาลได้อย่างถูกต้อง


(update 17 พฤศจิกายน 2005)
[ ที่มา.. นิตยสารบันทึกคุณแม่ เมษายน 2548 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600