โอ๊ะ...ระวังสัตว์มีพิษ


อย่าคิดว่าในชีวิตประจำวันของเรา โอกาสที่เด็กๆ จะเผชิญกับสัตว์มีพิษนั้นน้อย หรือแค่เห็นในหนังสารคดีหรือในหนังสยองขวัญเท่านั้น เรื่องอย่างนี้ระวังและป้องกันไว้เป็นดีที่สุด ดังนั้น...การทำความรู้จักให้ถ่องแท้ และเตรียมพร้อมให้มั่นใจ ย่อมจะดีกว่าเอาแต่ร้องไห้ ตกใจจนทำอะไรไม่ถูกครับ


...ตะขาบ กิ้งกือ...

ตะขาบเป็นสัตว์ประจำบ้านเราที่ทกคนรู้จักดี ส่วนใหญ่มันจะแอบอยู่ใต้ดิน โผล่ออกมาเฉพาะเวลากลางคืน ลำตัวของตะขาบเป็นข้อๆ แต่ละข้อจะมีขาอยู่คู่หนึ่ง มันจะวิ่งได้เร็วมาก เด็กๆ ที่เห็นเป็นครั้งแรกอาจจะสนใจ ไล่จับ โยเฉพาะถ้าเป็นลูกตะขาบตัวเล็กๆ ที่ดูไม่น่ากลัว แต่พันธุ์ที่ใหญ่ๆ อาจยาวได้ถึง 26 เซนติเมตร

พิษของตะขาบ ประกอบด้วยสารก่อปฏิกิริยาอักเสบต่อร่างกาย ได้แก่ 5 hydroxytryptamine หรือ cytolysin ทำให้เกิดอาการบวม ปวด แดง ร้อน หากบวมมาก เช่น ที่นิ้วมือหรือนิ้วเท้าอาจกดเส้นเลือด ทำให้นิ้วขาดเลือดมาเลี้ยงจนกระทั่งนิ้วดำ เนื้อตาย ต้องตัดทิ้งได้

โดยทั่วไปพิษตะขายไม่รุนแรงถึงกับทำให้เสียชีวิตได้ อย่างไรก็ตามมีรายงาการเสียชีวิตในเด็กหญิงฟิลิปปินส์อายุ 7 ปี 1 ราย ที่ถูกตะขาบพันธุ์ Scolopendra subspinipes ขนาดยาว 23 เซนติเมตรกัดที่บริเวณศีรษะ

ข้อที่ควรระมัดระวังก็คือ ต้องสอนเด็กให้รู้จักตะขาบ และไม่ใช้มือไปสัมผัสมันอย่างเด็ดขาด สำหรับบ้านที่อยู่ใกล้ไร่นาป่าสวนในฤดูฝน ต้องตรวจห้องนอน ห้องน้ำให้ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากนอนกับพื้น เจ้าตะขาบอาจแอบอยู่ในผ้าห่มหรือใต้ฟูกได้ หากพื้นถนนมีน้ำนอง น้ำขัง หรือจำเป็นต้องเดินลุยเข้าไปในจุดที่น้ำท่วม ก็ควรใส่รองเท้าที่ห่อหุ้มเท้าไว้มิดชิด เช่น รองเท้าบู๊ตใส่หนีน้ำ

หรือในยามที่หยิบจะล้วงสิ่งของจากที่มืดก็ควรส่องไฟฉายเพื่อดูให้แน่ใจก่อนว่า จะไม่จ๊ะเอ๋กับเจ้าตะขาบ เวลาจะเก็บเสื้อผ้าที่ตากไว้ โดยเฉพาะกลางค่ำกลางคืน ก็ให้ออกแรงสะบัดๆ ผ้าที่เก็บเสมอ เพื่อความปลอดภัยจะได้ไม่โดนพิษจากคมเขี้ยวอันน่าสยองของมัน

การปฐมพยาบาลเมื่อถูกกัด ไม่มีวิธีเฉพาะเจาะจง เพียงกินยาแก้ปวด ประคบด้วยน้ำเย็นเท่านั้น แต่หากถูกกัดที่นิ้วแล้วบวมมาก ปวดมาก ต้องรีบไปพบแพทย์ ถ้านิ้วบวมมีเนื้อเริ่มดำ อาจมีการตายของเนื้อเกิดขึ้น ไม่ควรทิ้งไว้เพราะอาจต้องถูกตัดนิ้วในภายหลังได้

สำหรับกิ้งกือนั้น มีขามากกว่าเพราะแต่ละข้อจะมีขา 2 คู่ กิ้งกือกัดไม่ได้ พิษของมันมาจากรูข้างลำตัว ก่อให้เกิดอาการคันแพ้ได้เท่านั้น พิษส่วนใหญ่เป็นสาร benzoquinones, aldehydes และ hydrocyanic acid บางพันธุ์พ่นพิษได้ไกลถึง 25 เซนติเมตร ควรสอนให้เด็กๆ หลีกเลี่ยงจากการสัมผัสตัวกิ้งกือ หากสัมผัสถูกให้รีบล้างด้วยน้ำสะอาด ถ้ามีอาการคันให้ทายาแก้แพ้ได้


...แมงป่อง...

บุคคลประเภทชอบอวดเบ่ง-วางก้าม-ขี้โม้ (แต่บ่อมีไก๊) นั้น กวีโบราณของเรามักจะเปรียบเปรยว่า เหมือนดั่งแมงป่องที่เที่ยวทำท่ายโสโอหังชูหาง ข่มขู่ไปทั่วทั้งๆ ที่ ...พิษน้อย จนหลายๆ คนคิดว่าพิษสงของมันจิ๊บจ๊อย แต่ในความเป็นจริง แมงป่องมีหลายชนิด มีหลายขนาด และบางพันธุ์นั้นใครโดนมันเล่นงานเข้าอาจมีอาการหนักได้ทีเดียว

แมงป่องมีลำตัวค่อนข้างยาว แบ่งออกเป็นสองส่วน คือ ส่วนหัวและอกซึ่งติดกันและส่วนท้อง มีก้ามคล้ายก้ามของปู 1 คู่ ใช้ในการจับเหยื่อได้เช่นเดียวกับก้ามของปู และมีขา 4 คู่ ใช้ในการเดิน ที่หัวไม่มีหนวดซึ่งแตกต่างจากแมลง ลักษณะเด่นของแมงป่องอยู่ที่ส่วนท้อง ซึ่งยาวเรียวออกไปทางด้านหลัง จนดูคล้ายกับหาง และตอนปลายซึ่งงอโค้งขึ้นได้มีอวัยวะสำหรับต่อย (stinger) มีเหล็กในและน้ำพิษ

วิธีการล่าสังหารก็แสนจะน่าทึ่ง โดยมันจะใช้ก้ามหนีบเหยื่อผู้โชคร้าย (เหยื่อส่วนใหญ่คือแมงมุมและแมลงต่างๆ) ตวัดหางต่อยเข้าไปอย่างจัง หลังจากนั้นจะปล่อยเหล็กในและน้ำพิษร้ายเข้าไปในร่างกายของเหยื่อ เพื่อให้เหยื่อเป็นอัมพาตก่อนจะกิน

ขนาดของแมงป่องมีตั้งแต่ 1/3 นิ้ว จนถึงขนาดตัวเป้ง 8-9 นิ้ว โดยทั่วไปพวกมันจะชุกชุมอยู่ในเขตร้อนชื้น (เช่นในไทยเรานี่แหละ) และบางชนิดก็ฝังตัวอยู่ในทะเลทราย เวลาหาเหยื่อคือกลางคืน ส่วนเวลากลางวันแมงป่องมักจะซุกตัวนอนอยู่ในซอกมืด เช่น ซอกหิน ซอกดิน รอยแยกของหิน กำแพง ใต้ใบไม้หรือกองไม้

แต่ในฤดูฝน มันอาจจะวิ่งเข้ามาหลบฝนอยู่ในบ้านคน แล้วซ่อนอยู่ตามหลืบหรือซอกต่างๆ ตามถนัด ดังนั้นยามหน้าฝนหากจะค้นจะรื้อของก็จะต้องมีไฟฉายส่องนำทางก่อนเสมอ

ใครที่โดนมันต่อยเข้า หากโชคไม่ร้ายนักอาจเจอแมงป่องชนิดพิษไม่รุนแรง (แต่ก็ทำเอาปวดร้อนและอักเสบเอาเรื่องเหมือนกัน) แต่ถ้าโชคไม่ดีไปเจอประเภทพันธุ์ดุเข้า ก็มีหวังเกิดอาการปวดร้าวลามไปทั่วสรรพางค์กาย

พิษของแมงป่องโดยทั่วไปจะทำให้ปวดบวมยกเว้นบางพันธุ์เท่านั้นที่มีผลต่อระบบประสาทของร่างกาย พันธุ์ดุที่มีพิษร้ายแรงจะกระตุ้นเส้นประสาทสมองทำให้มีอาการกลอกตา ลิ้นสั่น กลืนไม่ได้ กระตุ้นระบบประสาทอัตโนมัติ ทำให้เกิดความดันโลหิตสูง หัวใจเต้นเร็ว ไข้สูง หยุดหายใจได้ กระตุ้นระบบประสาททั่วไปของร่างกายทำให้กล้ามเนื้อมักจะหดเกร็ง กระทั่งเกิดการชัก มีการตายของเซลล์กล้ามเนื้อ เกิดปัสสาวะเข้ม และไตวายได้

ในประเทศสหรัฐอเมริกามีรายงานคนได้รับพิษจากแมงป่องถึง 14,569 รายในปี 2001 มีรายงานการตาย 4 รายในเวลา 11 ปี แต่ในประเทศเม็กซิโกมีรายงานการตายจากพิษแมงป่องปีละกว่า 1,000 ราย

การปฐมพยาบาล เบื้องต้นต้องให้ผู้ถูกกัดพยายามอยู่นิ่งๆ อย่าเคลื่อนไหวไปมา เพื่อไม่ทำให้พิษแผ่ซ่านอย่างรวดเร็ว ใช้น้ำแข็งห่อด้วยผ้า แล้ววางโปะบริเวณแผลที่โดนต่อย เพื่อให้เส้นเลือดหดตัว พิษจะได้กระจายช้าลง ในรายที่มีอาการใจสั่น ไข้ขึ้น ชัก ปัสสาวะเข้ม มีความผิดปกติทางระบบประสาทต้องรีบนำส่งพบแพทย์


...แมงมุม ...

คุ้นหน้าคุ้นตากันดีสำหรับบ้านเรา ยิ่งบ้านไหนไม่ค่อยได้กวาดหยากไย่มันก็ยิ่งทอใยอยู่กันเต็มมุมกำแพงห้อง แต่ไม่ต้องตกใจ เพราะแม้โลกนี้จะมีแมงมุมถึงกว่า 1 แสนชนิด แต่ที่จะมีพิษภัยต่อคนเรานั้นมีอยู่แค่ไม่กี่ชนิด ตัวที่ได้ยินกันบ่อย พบได้เกือบทุกที่ไม่ว่าจะเป็นเอเชีย อาฟริกา ออสเตรเลีย ยุโรป หรือแถบอเมริกา ก็คือแมงมุมพันธุ์แม่ม่าย (widow spider) ซึ่งเป็นแมงมุมที่จัดอยู่ในจีนัส Latrodectus

แมงมุมแม่ม่ายส่วนใหญ่มีสีดำ สีอื่นก็มีได้แตกต่างกันไปตามพื้นที่ เช่น สีน้ำตาล (Latrodectus gemetricus) สีดำและขาสีแดง (Latrodectus bishopi) เป็นต้น แมงมุมแม่ม่ายนี้มีขนาดราว 1/2 นิ้ว ขายาว 2 นิ้ว (ตัวเมียจะมีขนาดที่โตกว่า แถมมีพิษที่แรงกว่าตัวผู้) แต่ดูที่หน้าท้องของมันจะมีจุดเล็กๆ เป็นสีแดง และเหลืองดูคล้ายกับรูปทรงของนาฬิกาทราย จริงๆ โดยธรรมชาติแมงมุมไม่ว่าจะสายพันธุ์ไหนมันจะชอบอยู่อย่างสงบ ชักใยของมันเพลินไป ไม่ค่อยวอแววุ่นวายกับใครนอกจากจะโดนรุกรานจะโดยตั้งใจหรือไม่ก็ตาม มันก็ต้องป้องกันตัวตามสัณชาตญาณล่ะ

แมงมุมแม่ม่ายกัดแล้วจะพบรอยเขี้ยว วินาทีที่แมงมุมแม่ม่ายงับเข้าให้ น้ำพิษสีเหลืองของมันก็จะถูกฉีดออกมา น้ำพิษของมันคือ Alpha-latrotoxin จะอันตรายต่อระบบประสาท แต่อาการของผู้ที่โดนมันกัด จะดำเนินไปแบบค่อยเป็นค่อยไป ตั้งแต่เหมือนโดนแค่เข็มตำคันๆ เจ็บๆ ในกลุ่มที่มีอาการรุนแรงประมาณ 1 ชั่วโมง หลังจากนั้นจะเริ่มมีการเกร็งกล้ามเนื้อรอบๆ แผลก่อน และเริ่มปวดกล้ามเนื้อทั่วไปมีการเกร็งแขน ขา หน้าท้อง รู้สึกปวดร้าวไปทั่วตัว ตามด้วยมีอาการอาเจียน หัวใจเต้นเร็ว ความดันโลหิตสูง ปวดศีรษะได้ บางครั้งจะมีการกระตุ้นเส้นประสาทสมองทำให้กล้ามเนื้อใบหน้าเกร็ง หนังตาบวม น้ำตาไหล

การปฐมพยาบาล คงเหมือนกันครับ คือ ส่วนใหญ่ไม่รุนแรง เบื้องต้นต้องให้ผู้ถูกกัดล้างแผลด้วยน้ำสะอาด ใช้น้ำแข็งห่อด้วยผ้า แล้ววางโปะบริเวณแผล ให้ยาแก้ปวดถ้ามีอาการปวด ในรายที่มีอาการปวดกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อเกร็ง ใจสั่น ให้นำส่งพบแพทย์ครับ


...งู...

แม้จะนำมาพูดถึงในลำดับสุดท้าย แต่พิษภัยของมันอยู่อันดับต้นๆ เลยก็ว่าได้ เพราะบ้านเราจัดว่าเป็นประเทศที่มีงูค่อนข้างชุกชุม เนื่องจากเป็นเมืองร้อน ภูมิประเทศเป็นที่ลุ่ม มีห้วยหนองคลองบึงมากมาย ซ้ำยังอุดมไปด้วยท้องนา-พงหญ้า-โพรงไม้-กอไผ่ ฯลฯ อันเป็นแหล่งเหมาะแก่การซุกตัวอยู่อาศัยของบรรดางู

ดังนั้นในแต่ละปี เราจึงมีสถิติของเด็กและผู้ใหญ่ที่ถูกงูกัดไม่ใช่น้อย แม้งูนั้นจะมีมากมายหลายยี่ห้อหลายสายพันธุ์ แต่เราแบ่งงูออกเป็น 2 แบบ คือ
    1. แบบไม่มีพิษ
    2. แบบมีพิษ

งูไม่มีพิษมีฟันแต่ไม่มีเขี้ยว เมื่อถูกมันกัดจะเกิดเป็นแผลบวมเล็กน้อย สังเกตที่บาดแผลจะเป็นรอยฟันแต่ไม่มีรูที่เกิดจากเขี้ยวงู การปฐมพยาบาลก็เพียงแต่ล้างแผลด้วยน้ำสะอาด และสบู่หรือยาฆ่าเชื้อโรคแล้วซับให้แห้ง ปิดด้วยผ้ากอซที่สะอาด จากนั้นก็พาไปพบคุณหมอเพื่อประเมินและสังเกตอาการ

ส่วนงูมีพิษนั้นตามักจะเรียวยาว (ตารี) หัวเป็นรูปสามเหลี่ยม มีรอยบุ๋ม (หลุม) อยู่ตรงกลางระหว่างหัวตา รูจมูกทั้งสองอยู่ด้านข้าง แต่ที่ชัดเจนคือจะมีเขี้ยวโค้งสองข้างที่ปากงูด้านบน (ขากรรไกรบน) ภายในร่องเขี้ยวจะเป็นร่องกลวงเหมือนเข็มฉีดยา ชั่วขณะที่มันกัดเหยื่อนั้น ต่อมมีพิษภายในปากของมันจะถูกบีบตัว และฉีดน้ำพิษไหลมาตามช่องของเขี้ยวมาสู่บาดแผลที่ถูกมันกัด เราจะเห็นรูเขี้ยวงู 2 รู บนแผลอย่างชัดเจนแถมยังมีรอยย้ำเป็นจ้ำจากกระดูกฟันกราม และรอยฟันบน รอยฟังล่าง ลักษณะของแผลจะบวมมีสีเขียวคล้ำ

งูพิษบ้านเราที่คุ้นชื่อคุ้นหน้าคืองูเห่า งูจงอาง งูแมวเซา งูสามเหลี่ยม งูทับสมิงคลา งูกะปะ งูทะเลและงูเขียวหางไหม้ พิษของพวกมันแบ่งได้เป็น 3 กลุ่มคือ
กลุ่มที่มีผลต่อระบบประสาท เมื่อถูกพิษแล้วจะมีอาการอ่อนเปลี้ย-ง่วงซึม ขากรรไกรแข็ง พูดอ้อแอ้ หยุดหายใจ ได้แก่พิษของ งูเห่า งูจงอาง งูสามเหลี่ยม และงูทับสมิงคลา

กลุ่มที่มีผลต่อระบบเลือด เมื่อถูกพิษแล้วจะมีอาการเลือดออกไม่หยุดในหลายทาง เช่น ตามไรฟัน ผิวหนัง อาเจียน ปัสสาวะเป็นเลือด เลือดออกในสมอง ได้แก่ พิษของงูแมวเซา งูกะปะ งูเขียวหางไหม้

กลุ่มที่มีผลต่อระบบกล้ามเนื้อ เมื่อถูกพิษแล้วจะมีอาการปวดกล้ามเนื้อทั้งแขน ขา ลำตัว เมื่ออาการมากขึ้นจะถึงกับเคลื่อนไหวไม่ได้ ปัสสาวะเป็นสีดำคล้ำ ระบบขับถ่ายปัสสาวะล้มเหลว ได้แก่ พิษของงูทะเล

ข้อปฏิบัติให้ปลอดภัยจากงู
1. หากต้องลุยป่าผ่าดงควรใส่กางเกงหนาๆ และสวมรองเท้าบู๊ต และถือไม้ยาวๆ เดินไปฟาดไป (ฟาดพุ่มไม้ใบหญ้า) หากมีงูซ่อนอยู่มันจะได้ตกใจและเลื้อยหนีไป

2. เมื่อเดินผ่านต้นไม้ควรชำเลืองมองดูด้วยเพราะอาจจะมีงูพันตัวอยู่ตามกิ่งไม้ โดยเฉพาะในย่านที่ได้ชื่อว่ามีงูชุม

3. งูมักจะออกล่าเหยื่อประเภท อึ่งอ่าง-กบ-เขียด และบรรดาสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำนี้ ก็ชอบหากินในคืนที่ฝนตก ดังนั้น...ในคืนฝนตก...โปรดระวังงู!

4. เมื่อน้ำท่วม งูมักจะหาที่หลบน้ำ ดังนั้น...ใครอาศัยอยู่ในบ้านที่อยู่ในสวน โปรดพึงระวัง!

5. นอกจากนิยมนอนขดอยู่ในพงหญ้า ในถ้ำ งูยังชอบซุกตัวอยู่ที่อับชื้น เช่น ซอกหิน ท่อนไม้ผุๆ ดังนั้นก่อนที่จะหย่อนก้นลงนั่งในบริเวณดังกล่าวกรุณาตรวจตราให้ถี่ถ้วนครับ

6. หากวันใดจ๊ะเอ๋เข้ากับงูอย่างจัง ก็ขอจงตั้งสติให้เยือกเย็นและมั่นคง ทำตัวให้นิ่งๆ เป็นหุ่น แล้วงู (โดยมาก) ก็จะเลื้อยหนีไปเอง

การปฐมพยาบาล
ทำความสะอาดแผล เช็ดให้แห้ง ใช้ผ้ายืด (ที่ใช้กับนักกีฬา) พันรัดรอบเหนือแผลก่อน แล้วพันลงทับรอยแผล หลังจากนั้นใช้ไม้ตามดามรอบแผล เพื่อลดการเคลื่อนไหว เป็นการลดโอกาสการแผ่ซ่านของพิษเข้าสู่กระแสโลหิต และนำส่งพบแพทย์ต่อไป สำหรับการใช้เชือกรัดเหนือแผลที่ถูกงูกัด อาจมีอันตรายทำให้ขาดเลือดมาเลี้ยงแขนขาส่วนปลาย และเนื้อเยื่อเน่าตายได้ จึงไม่ควรใช้เป็นวิธีปฐมพยาบาล ถ้าไม่มีผ้ายืดให้ใช้ผ้าสะอาดพันรอบแผล แล้วนำส่งโรงพยาบาล

ถ้าเป็นไปได้ก็ควรทราบว่าเป็นงูพันธุ์ใด หรือจำลักษณะเด่นๆ ของมันให้ได้ เพื่อคุณหมอที่รักษาจะได้รักษาหรือจ่ายยาได้ถูกตรงกับการแก้พิษ ของงูชนิดนั้นๆ หรือถ้าจัดการฆ่างูตัวนั้นได้ก็นำไปให้คุณหมอได้ดูด้วย (แต่ต้องมั่นใจว่ามันตาย สนิทแล้วจริงๆ เพราะเคยมีกรณีที่ตีงูจนแน่นิ่งไปแล้ว จนมีคนชะล่าใจ เอามือไปลูบๆ คลำๆ มันเข้า มันกลับฟื้นคืนสติ และฉกกัดคนลูบเข้าให้อย่างรวดเร็ว)


(update 3 กันยายน 2005)
[ ที่มา.. นิตยสารรักลูก ปีที่ 22 ฉบับที่ 258 กรกฎาคม 2547 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600