จะว่าไปเรื่องสวยๆ งามๆ ก็เป็นเรื่องไม่เข้าใครออกใคร ยิ่งกับเด็กที่กำลังก้าวสู่วัยเป็นหนุ่มสาวรุ่นๆ ด้วยละก็
ทุกอย่างต้องเนี้ยบเรียบกริบ ผมสักเส้นยังไม่อยากให้กระดิก อย่าว่าแต่ไรขนอ่อนๆ ที่จะขึ้นมาแผ้วพานทั้ง
รักแร้ หน้าแข้ง ขนแขน ไรหนวด รู้สึกมันเป็นส่วนเกินไปเสียทั้งนั้น
แล้วก็เจ้าอารมณ์อย่างนี้ละค่ะ ทำให้เกิดอาการกระหายใคร่หาวิธีกำจัดขนอันไม่พึงประสงค์ขึ้นมา
ว่ากันไปเรื่อยตั้งแต่การใช้วิธีธรรมชาติอย่างการถอนและโกน ไปจนถึงพึ่งพาสารเคมีอย่างครีมกำจัดขน
ก็มันแสนจะสะดวก ง่าย ผิวหนังเรียบ และขนก็หายไปได้ราวปลิดทิ้ง!!
เห็นด้วยค่ะกับความสะดวกสบาย แต่บางทีเราอาจต้องแลกกับอาการคล้อยหลัง
ที่อาจติดตามมาจากการใช้ครีมกำจัดขน เห็นผิวเรียบอยู่หลัดๆ กลับกลายเป็นผื่นแดงเถือก
หรือคันคะเยอปวดแสบปวดร้อน บางคนถึงขั้นบวมเลยเชียว
นั้นแหละน้องหนูกำลังเจออาการแพ้ยาเข้าให้แล้ว
การจะใช้วิธีสบายๆ อย่างนี้จึงต้องอาศัยการ รู้ไว้ใช่ว่า อยู่บ้าง
เพื่อดูแลรักษาผิวให้ยังคงอยู่อย่างปกติสุข
ซึ่งในเรื่องนี้คุณหมอประวิตร พิศาลบุตร อาจารย์พิเศษภาควิชาเภสัชกรรม คณะเภสัชศาสตร์
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านโรคผิวหนัง
ได้ให้ข้อแนะนำเกี่ยวกับเรื่องครีมกำจัดขนเอาไว้ว่า
" ครีมกำจัดขน (chemical depilatorie) ที่วางขายอยู่ในท้องตลาดขณะนี้ จะมีทั้งในรูปครีม
ขี้ผึ้ง เจล โฟม และโรลออน ซึ่งครีมที่ใช้ได้ผลส่วนใหญ่ประกอบไปด้วยสารเคมีจำพวกซัลไฟด์ (sulfide)
ซึ่งจะออกฤทธิ์รวดเร็วและได้ผลดี แต่เวลาใช้ครีมตัวนี้จะทำให้เกิดก๊าซไข่เน่าที่ส่งกลิ่นเหม็นและทำให้ผิวระคายเคือง
และสารไทโอไกลโคเลต (thioglycolate) ซึ่งถือเป็นตัวผสมหลักในครีมกำจัดขนที่ใช้กันอยู่ทั่วไป
สำหรับสารตัวนี้จะไม่ค่อยก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนัง และไม่ส่งกลิ่นเหม็น
แต่การที่ขนจะหลุดออกมาต้องใช้เวลานานกว่าครีมที่มีส่วนผสมของซัลไฟด์
" ความจริงการใช้ครีมกำจัดขนไม่มีความจำเป็นเลย เพราะขนเป็นเรื่องธรรมชาติ
แต่ถ้าเด็กอยากใช้จริงๆ ก็ควรรอให้อายุเกิน 15 ปีไปแล้ว และควรอยู่ภายใต้การดูแลของผู้ปกครอง
อย่าเลือกใช้เองตามลำพังเพราะอาจทำให้เกิดอันตรายได้
" ก่อนใช้ควรอ่านฉลากยาและวิธีใช้ให้เข้าใจถ่องแท้เสียก่อนด้วย
เพราะครีมกำจัดขนไม่ได้ออกฤทธิ์ที่เส้นขนอย่างเดียว แต่ยังออกฤทธิ์ที่ผิวหนังส่วนนอก
จึงอาจทำให้เกิดการระคายเคืองได้ และระดับความรุนแรงของอาการจะขึ้นอยู่กับชนิดของผลิตภัณฑ์ที่ใช้
คือถ้ามีพวกซัลไฟด์เป็นส่วนผสมก็จะทำให้เกิดการระคายเคืองง่าย"
คุณหมอจึงมีข้อแนะนำสำหรับคนรักสวยรักงามที่ยังสมัครใจจะใช้ครีมกำจัดขนดังนี้ค่ะ
- ควรอ่านฉลากยาให้เข้าใจวิธีการใช้อย่างชัดเจน เพราะคำแนะนำของครีมแต่ละยี่ห้อจะแตกต่างกัน
ขึ้นอยู่กับชนิดและความเข้มข้นของสารเคมีที่ใช้
- ควรทำความสะอาดผิว และรอจนผิวแห้งสนิทก่อนใช้ครีมกำจัดขน
- อย่าทาครีมทิ้งไว้เกินกำหนดเวลาที่บอกในคู่มือการใช้หลังจากนั้นให้ล้างออกด้วยน้ำอุ่น
- อย่าใช้ครีมกำจัดขนที่ขามาใช้กับใบหน้าและผิวหนัง ส่วนที่บอบบาง
- ห้ามใช้ครีมกำจัดขนขณะที่ผิวหนังกำลังอักเสบหรือเป็นโรคอยู่
- เมื่อใช้ครีมครั้งแรกควรทาครีมในตำแหน่งเล็กๆ ก่อนเพื่อทดสอบอาการแพ้
- ป้องกันบริเวณข้างเคียงที่ไม่ต้องการโดนครีมโดยการทาขี้ผึ้งขาว (petrolatum jelly)
และความไม่รู้ให้ถี่ถ้วนอาจนำเหตุไม่พึงประสงค์มาให้ได้เสมอค่ะ คุณหมอจึงบอกว่า
ถ้าใช้ครีมกำจัดขนแล้วเกิดมีอาการระคายเคืองขึ้นมาล่ะก็
" อาจแก้ไขได้โดยการทาครีมสเตียรอยด์อย่างอ่อน หรือครีมว่านหางจระเข้
แต่ถ้าเป็นมากควรปรึกษาแพทย์"
(update 22 เมษายน 2004)
[ ที่มา..
life & family ปีที่ 8 ฉบับที่ 95 กุมภาพันธ์ 2547 ]
|