เร่งลูกเป็นหนุ่มสาว

ถนอมโลกเยาว์วัย ใสสนุก ไว้กับลูกให้นานที่สุด

ด้วยความเป็นแฟนไล้ลี่ ที่ติดตามข้อมูลพัฒนาการเด็กอย่างใกล้ชิดนี่ละค่ะ พอลูกย่างเข้าวัย 10-11 ขวบ ที่เขาว่าต้องดูแลกันอย่างคนโตๆ เลยคิดว่าลูกคงหันไปชอบอะไรแบบวัยรุ่นแล้วล่ะ เริ่มโละเสื้อผ้าลายการ์ตูนออกจากตู้เสื้อผ้าของลูก พาลูกไปช็อปฯ อะไรมันๆ แบบวัยรุ่นหน่อย…เสื้อเอวลอย กางเกงขามอด ลิปมันล่ะ มีรึยัง…แวะร้านเทป ซีดี หน่อยซิ ตอนนี้เขาฮิตเพลงอะไรกัน…

แน่ละค่ะว่าตอนนี้ลูกโลกแล้ว ลูกสาวเริ่มมีส่วนโค้งส่วนเว้า ส่วนลูกชายก็เริ่มสูงขึ้นอาจจะดูเป็นวัยรุ่น ช้ากว่าเด็กผู้หญิงราว 2-3 ปี แต่ความรู้สึกนึกคิดจิตใจของทั้งสองเพศนี่สิ ยังเป็นเด็กพอๆ กัน

มีเด็กวัยพรีทีนจำนวนไม่น้อยเลยที่ไม่อยากโต ไม่อยากเป็นวัยรุ่นเร็ว เพื่อนๆ เขาใส่เสื้อเอวลอยตามสมัยนิยม แต่เด็กกลุ่มนี้ยังสบายอกสบายใจที่จะใส่ทีเชิ้ตตัวโคร่ง เด็กแบบนี้พ่อแม่สบายใจหายห่วงว่าลูกจะแก่แดดแก่ลมทำอะไรเกินตัวเกินวัย ปัญหามีเพียงว่าเขาอาจจะรู้สึกไม่ค่อยมั่นใจบ้างเท่านั้นละ ที่ไม่เหมือนเพื่อนวัยเดียวกัน

ในขณะเดียวกันก็มีเด็กบางคนบางกลุ่มเป็นหนุ่มเป็นสาวเร็วเกินวัย โดยมากเป็นเด็กผู้หญิงค่ะ ซึ่งปกติร่างกายก็จะเป็นวัยรุ่นเร็วกว่าเด็กผู้ชายอยู่แล้ว บวกกับมีธรรมชาติรักสวยรักงาม รวมทั้งค่านิยมของสังคมที่ให้คุณค่ากับความสวยความงามมากกว่าเรื่องอื่น และการตลาดในกระแสบริโภคที่พุ่งเป้ามาที่กลุ่มเด็กวัย tween (วัยพรีทีนและทีน) กระตุ้นเด็กผู้หญิงให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์ของตน

จำโฆษณาชิ้นหนึ่งได้ไหมคะ ที่บอกว่า "ความขาวเป็นอำนาจของผู้หญิง" หรืออีกหลายต่อหลายชิ้นที่พยายามแสดงให้เห็นอิทธิพลของความสวยความงาม โดยใช้พรีเซ็นเตอร์ที่อ่อนวัยลงทุกที และแสดงออกในลักษณะที่เกินวัย ทั้งการแต่งตัว บุคลิกท่าทาง เรื่องราวที่นำเสนอ สิ่งที่เป็นตัวเร่งเร้าธรรมชาติวัยแตกสาวของเด็กวัยพรีทีนยุคนี้ ให้เป็นสาวเร็วก่อนวัยอย่างสำคัญทีเดียวค่ะ

ที่ล่อแหลมกว่านั้น สินค้าหรือธุรกิจการค้าบางอย่างส่งเสริมภาพลักษณ์ของเด็กวัยพรีทีน ไปในลักษณะเซ็กซี่แบบผู้ใหญ่ เช่น กิจกรรมการประกวดต่างๆ ที่สำคัญพ่อแม่เห็นดีเห็นงาม และส่งเสริมด้วยสิคะ (แน่นอนว่า เด็กๆ ไม่คิดว่ามันเซ็กซี่ แต่แน่ใจได้อย่างไรว่าผู้ใหญ่ไม่คิด)
ค่านิยมของสังคมเป็นอย่างไรเป็นเรื่องที่เราไปจัดการได้ยาก แต่ค่านิยมของตัวพ่อแม่เองนี่สิ น่าจะปรับกันได้

ก่อนอื่นขอย้ำอีกครั้งนะคะว่า ต้องมองผ่านกายภาพของลูกสาววัยแรกแย้ม ที่แก้มแดงด้วยเลือดฝาดวัยสาว แข้งขาเริ่มยาวเพรียว ส่วนโค้งเว้าชวนมอง ลึกลงไปในใจดวงเล็กเขายังเป็นเด็กกว่าภาพที่เห็นภายนอกมากนัก นักจิตวิทยากล่าวว่า " เด็กผู้หญิงวัย 10-12 นี้ ยังไม่รู้ นึกไม่ออก คาดเดาไม่ได้ว่าการทำตัวเป็นสาวเร็วจะส่งผลต่อตัวเองอย่างไรบ้าง ส่วนพ่อแม่เองก็งงๆ อยู่เหมือนกันว่าจะรับมือยังไง ใจหนึ่งก็ไม่อยากให้ลูกเป็นสาวเร็ว แต่อีกใจก็ไม่อยากให้ลูกทำตัวเป็นเด็กไปตลอดกาลเหมือนกัน"

และแนะนำให้พ่อแม่เชื่อมั่นว่า อย่างไรลูกจะต้องเติบโตไปตามวัย แต่ต้องคอยประคับประคองเป็นพี่เลี้ยงไปตลอดช่วงวัยพรีทีน โดยยังรักษาความสดใสวัยเยาว์ ไว้กับตัวลูกให้ได้นานที่สุด ด้วยวิธีนี้ค่ะ
  • สู้กระแส อย่าเพิ่งตระหนกว่าลูกเราจะเสียคนในสังคมแบบนี้เสมอไป แล้วแอนตี้ ปิดหูปิดตาลูก ไม่ยอมให้ลูกตามแฟชั่นสมัยนิยม พ่อแม่เองก็หนีไม่พ้นกระแสสังคมแบบนี้เหมือนกัน ดังนั้นต้องใช้วิจารณญาณว่าแค่ไหนเหมาะควรกับลูกเรา ครอบครัวของเรา

  • โตสมวัย ไม่จำเป็นต้องเร่งลูกให้เป็นหนุ่มเป็นสาวเร็ว ทั้งในเรื่องของการแต่งตัว และการมีกิจกรรมเหมือนเพื่อนวัยเดียวกัน เช่น เพื่อนร่วมชั้นบางคนของลูกสามารถขึ้นรถเมล์กลับบ้านเองได้ แต่ลูกของเราอาจจะยังไม่ได้ เพราะบ้านอยู่ไกลกว่าหรือเราเห็นว่าลูกยังไม่มีทักษะในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้ามากนัก หรือว่าบุคลิกของลูกเรายังเหมือนเด็กเล็ก ขี้อาย เกาะพ่อแม่แจ ก็ไม่จำเป็นต้องกระตุ้นให้ลูกลุกขึ้นมาแสดงออกแบบวัยรุ่น ส่งเสริมให้ลูกประกวดอะไรต่างๆ โดยให้เหตุผลว่า เพื่อฝึกให้ลูกกล้าแสดงออก

  • ให้โอกาสได้เล่น ถึงโตแล้ว ลูกก็ยังต้องการเล่นสนุกเหมือนเด็กเล็กอยู่ เพียงแต่รูปแบบอาจเปลี่ยนไป คือเปลี่ยนมา 'เล่น' ที่ได้พัฒนาทั้งความมั่นใจในตัวเอง การอยู่ร่วมกับคนอื่น การเห็นอกเห็นใจผู้อื่น การแสดงออกทางอารมณ์ความรู้สึก รวมทั้งได้ออกกำลังกาย คลายเครียดด้วย ทั้งหลายเหล่านี้ลูกจะได้จากกิจกรรมดนตรี กีฬา ศิลปะ การเข้าค่าย เป็นต้น

  • เกาะติดสถานการณ์ อย่างที่บอกว่าสื่อรอบตัวมีอิทธิพลกับลูกวัยนี้มาก และเป็นวัยที่กำลังทำอะไรตามเพื่อน พ่อแม่ต้องเกาะติดกระแสที่เข้ามาแวดล้อมลูก ดูความสนใจของเด็กวัยนี้ว่าเขากำลังฮิตดูอะไรทางทีวี เพลง ดาราที่เขาชื่นชอบอาจจะคุยกับพ่อแม่คนอื่นว่าลูกเขาเป็นอย่างไร ดูเพื่อนของลูกว่าเป็นเด็กแบบไหน ให้จับตาดูอย่างใกล้ชิดหากลูกคบเพื่อนที่โตกว่า เพราะอาจถูกชักชวนไปทำกิจกรรมที่เกินวัยได้ เช่น ดูหนังโป๊ เปิดเว็บโป๊ เป็นต้น

  • เป็นพ่อแม่ที่ลูกไว้ใจได้ ประโยคนี้คุณหมอประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ ว่าไว้ค่ะ แม้ว่าลูกวัยนี้เริ่มเป็นตัวของตัวเอง ไม่อยากอยู่ในสายตาพ่อแม่ตลอดเวลา แต่เขาก็ยังต้องการคุณอยู่หากคุณทำตัวเป็นพี่เลี้ยงที่ลูกปรึกษาได้ทุกเรื่อง หนักแน่นมั่นคง มีมาตรฐานที่ชัดเจนว่าอะไรลูกทำได้อะไรทำไม่ได้ จะทำให้ลูกอุ่นใจ มั่นใจที่จะเติบโตไปตามวัย ไม่ทำอะไรนอกลู่นอกทาง เกินวัย

  • ลูกคิดได้มากกว่าที่คุณคิด ที่บอกว่าแท้จริงลูกวัยพรีทีนยังเด็ก แต่บางครั้งคำพูดคำจาของลูก ก็แสดงให้เห็นว่าเขาคิดได้มากกว่าที่คิดนัก แม้ว่ายังคิดได้ไม่ถูกต้องทั้งหมด เพราะฉะนั้นเปิดโอกาสให้ลูกคิดค่ะ ฟังลูกให้มาก ถ้าเขาถามเรื่องที่ฟังดูแก่แดด เช่น เรื่องเซ็กซ์ หรือเรื่องคุมกำเนิด อย่าเพิ่งกลัวว่าลูกกำลังเข้าไปข้องแวะเรื่องนั้น ฉวยโอกาสอธิบายให้ลูกได้ข้อมูลที่ถูกต้องในเรื่องเสี่ยงๆ แบบนี้เลยดีกว่าค่ะ

  • เก่ง หรือซ่ากันแน่ เด็กที่พอใจในตัวเองมักจะไม่ค่อยมีปัญหาในการทำตัวซ่าเกินวัย หากเขาเก่งหรือทำอะไรได้ดีสักอย่าง รีบชมเชย เขาจะเกิดความรู้สึกมั่นใจในตัวเอง รู้สึกตัวเองมีคุณค่าโดยไม่ต้องทำตัวเด่น ซ่าเกินวัย เด็กที่พ่อแม่ปกป้องสูง (overprotect) ดูแลลูกเข้มงวดไม่คลาดสายตา เพราะกลัวว่าลูกจะเสียคน แบบนี้อาจจะทำให้ลูกขาด self esteem และต่อต้านพ่อแม่ พบได้บ่อยๆ ว่าเด็กบางคนเวลาอยู่บ้านทำตัวเรียบร้อยอยู่ในโอวาทดี พอออกนอกบ้านเป็นคนละคน ทำตัวซ่า ก๋ากั่นต่างๆ นานา

  • แนะลูกคบเพื่อนแบบเดียวกัน ให้ความมั่นใจกับลูกว่าเขาไม่ได้ผิดปกติหากไม่เป็นหนุ่มเป็นสาวเหมือนเพื่อน ถ้าลูกยังอยากดูการ์ตูนในขณะที่เพื่อนๆ เขาดู MTV ก็ไม่แปลกอะไร ยังมีเด็กอีกหลายคนที่เป็นแบบลูก แนะให้ลูกคบหากับเพื่อนแบบเดียวกัน ลูกจะมั่นใจขึ้นค่ะ
ท้ายสุด อย่าลืมนะคะ "รักลูก กอดลูกทุกวัน" คาถาป้องกันปัญหาลูกได้สารพัด

(update 12 มกราคม 2004)
[ ที่มา.. life & family ปีที่ 8 ฉบับที่ 90 กันยายน 2546 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600