Just say No!!!


      " อย่าทำตัวเป็นเด็กดีไปหน่อยเลย มันน่าหมั่นไส้ว่ะ"
      " ถ้าแกไม่อยู่กับพวกเราวันนี้เนี่ยนะ อย่าหวังเลยว่าเราจะคบกับแกอีก"
      " จะรีบกลับไปทำไม บ้านน่ะ กลับไปก็ต้องไปฟังพ่อกับแม่บ่นอีก ไม่เบื่อบ้างเหรอ ไม่รู้อะไรกันนักหนา อะไรก็ไม่ถูกใจซักอย่าง มีแต่บ่นมีแต่ด่า"
      " ใช่ว่ะ พ่อแม่กูก็มีแต่อ้างว่าติดประชุม กลับบ้านไปไม่เคยเจอเลย เออจริงสิ กลับบ้านก็เหมือนไม่ได้กลับ อยู่ที่ไหนก็เหมือนกันแหละ"
      " อยู่กินเหล้ากับพวกกูดีกว่า แล้วพอตอนดึกๆ มีของดีกว่านี้อีก"

คำพูดยั่วยุ ชักชวนกันไปมั่วสุมแบบนี้ คุณแม่อาจจะบอกว่า ยังห่างไกลลูกวัยประถมของคุณแม่นัก… (บอกก่อนว่าบทสนทนาข้างต้นนี้ไม่ได้แต่งขึ้นเองนะคะ มาจากประสบการณ์จริงของเด็กๆ ที่เขียนส่งเข้ามาร่วมแลกเปลี่ยนกับ Life&family ในโครงการ ภัยวัยรุ่น เมื่อปลายปีที่แล้ว)

…อาจจะใช่ค่ะ แต่ที่ L&F ยกมาก็เพราะอยากจะบอกว่า จะแน่ใจได้อย่างไรว่าเมื่อลูกเข้าสู่วัยรุ่น ห่างหูห่างจาคุณแม่มากขึ้น เป็นวัยที่มีเพื่อนเป็นสรณะ ลูกจะทนทัดทานแรงยุที่มีน้ำหนักเช่นนี้ได้

ก็ทำไมจะไม่มีน้ำหนักล่ะคะ ในเมื่อเรื่องที่เด็กๆ เขาพูดมันจริงทุกอย่าง ถ้าลูกกลับมาบ้านเจอแต่เสียงบ่น ด่า หรือไม่ก็เจอแต่บ้านที่ว่างเปล่า โหวงเหวง เพราะทั้งพ่อแม่ทุ่มเทเวลาให้งาน กลับบ้านดึกดื่น ไปต่างจังหวัดมั่งล่ะ หรืออยู่พร้อมหน้าแต่ทะเลาะเบาะแว้งกันทุกวัน …มันล้วนไม่อบอุ่นทั้งนั้น เพราะฉะนั้นจะรีบกลับไปทำไม บ้านน่ะ! …เด็กๆ เขาพูดถูกในขณะที่คำพูดของพ่อแม่ไร้น้ำหนัก …ปากบอกว่ารักลูก ห่วงลูก แต่ไม่กลับบ้านมาดูแล ให้ความอบอุ่นกับลูก เป็นเพื่อนพูดคุยที่ถูกคอ กลับมีแต่เรื่องติว่าทุกวัน

ถ้าสถานการณ์ในบ้านของคุณเป็นอย่างนี้…เสี่ยงค่ะ เสี่ยงต่อการที่ลูกจะไปหาความอบอุ่น หาคนพูดคุยถูกคอถูกใจที่อื่น อาจจะถูกชักชวนให้ทำสิ่งไม่ดีต่างๆ

แต่ถึงแม้บ้านของคุณจะไม่เป็นแบบนี้ ก็มีโอกาสเสี่ยงอีกเหมือนกันถ้าลูกเป็นเด็กจิตใจเปราะบาง อย่างเด็ก ม.1 คนหนึ่งเล่าว่า
" ตอนที่ผมกำลังเข้าเรียน ม.1 เป็นเด็กใหม่ในโรงเรียนแห่งหนึ่ง ผมไม่มีเพื่อน เพราะผมตัวเล็ก อ่อนแอ เวลามาโรงเรียนก็เลยโดนผู้ชายในห้องล้อเลียน แกล้ง แต่ผมก็ไม่กล้าต่อสู้เขาเลยตัดสินใจโดดเรียน แล้วไปหลบอยู่ในห้องน้ำ ผมนั่งคิดอยู่คนเดียวว่าถ้าเราโตและมีกำลังมหาศาลอย่างอุลตร้าแมนก็คงจะดี แล้วเผอิญเหลือบไปเห็นนักเรียนกลุ่มหนึ่งกำลังทำอะไรไม่รู้ในห้องน้ำ เด็กคนหนึ่งกำลังเสพยาอยู่ เขาถามผมว่า 'ลองหน่อยมั้ย เสพเข้าไปแล้ว รับรองสดชื่น แข็งแรง ทำงานไม่มีเหนื่อย เท่ด้วย' ผมคิดว่าถ้าเสพไปแล้ว คงจะทำให้ผมแข็งแรงไม่มีใครกล้ารังแก แล้วผมก็ตัดสินใจลองเสพดู"

เห็นมั้ยคะว่า ถ้าเด็กๆ ของเราไม่เข้มแข็งพอ มีสิทธิ์ที่หลงไปในทางที่ไม่ถูกไม่ควรได้ง่าย
เราจึงต้องพัฒนาลูกหลานของเราให้เข้มแข็งทั้งกาย ใจและความคิด รู้จักคิด แยกแยะอะไรดีไม่ดีก่อนจะเข้าสู่วัยรุ่น เพราะเมื่อถึงวัยนั้น อิทธิพลเพื่อนมีพลังมหาศาล อย่างที่คุณหมอ ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ เคยว่าไว้ค่ะว่า วัยรุ่นเขาก็มีจริยธรรมในแบบของเขา เช่น…ถ้าเป็นเพื่อนกัน รักกันจริงก็ต้องเฮไหนเฮนั่น…เขาสูบบุหรี่ ดื่มเหล้า เสพยา ทะเลาะวิวาท ฯลฯ ก็ต้องเอากับเขาด้วย แล้วการปฏิเสธเพื่อนมันก็ไม่ง่ายเลย ลองคิดว่าเราเป็นลูกดูสิคะ ถ้าเพื่อนมาชวนให้ลองดื่มเหล้าใช้คำพูดประมาณว่า "ถ้าเราสองคนเป็นเพื่อนกัน เราก็ต้องทำและลองอะไรเหมือนกัน" เราจะตอบว่าอย่างไร

การ say no สำหรับเด็กๆ ที่ยังอ่อนโลกอ่อนประสบการณ์มันเป็นเรื่องยากค่ะ บางคนรู้อยู่เต็มอกว่า ที่เพื่อนชวนนั้นมันไม่ดี ไม่ควรทำ ไม่อยากทำ แต่ปฏิเสธเพื่อนไม่ได้ กลัวเพื่อนโกรธ ตัดขาดออกจากกลุ่ม กลัวที่จะทำตัวแตกต่างจากเพื่อน
เพราะฉะนั้นนอกจากจะคิดแยกแยะได้แล้ว เด็กๆ ยังควรต้องมีทักษะในการ say no ติดตัวด้วยค่ะ

ฝึกลูก say NO!
ทั้งทักษะในการคิดแยกแยะและการปฏิเสธสิ่งไม่ดี พ่อแม่ต้องช่วยเตรียมความพร้อมให้ลูกตั้งแต่วัยพรีทีน

  • แยกแยะชั่วดี ลูกจะรู้จัก say no กับเรื่องไม่ดีทั้งหลายได้ ต้องเริ่มจากลูกแยกแยะได้ก่อนว่าอะไรเป็นเรื่องดี ไม่ดี แต่ถ้าพ่อแม่เอ่ยปากสอนลูกว่า ยาเสพติดให้โทษอย่างไรเมื่อลูกเป็นวัยรุ่นแล้วละก็ จะกลายเป็นการเทศนาไป รับรองว่าเขาเดินหนีแน่ค่ะ ในวัยพรีทีนซึ่งยังพอคุยสั่งสอนกันได้ ต้องหาเวลาพูดคุยกับลูกมากๆ ไม่ใช่บ่น เทศนา ตั้งหน้าสั่งสอนนะคะ อย่างนั้นก็น่าเบื่อ ใช้วิธีพูดคุยในช่วงเวลาสบายๆ แล้วก็ฟังลูกให้มาก ถ้าเราแสดงท่าทีว่าเรารับฟังลูกมากเท่าไร ลูกยิ่งกล้าที่จะแสดงความคิดเห็น ถามในเรื่องที่เขาอยากรู้ โดยเฉพาะเรื่องไม่ดีต่างๆ ฉวยโอกาสนี้ใส่ความคิดที่ถูกต้อง กระตุ้นให้ลูกคิด แยกแยะ กระตุ้นให้ลูกหาข้อเท็จจริงว่า ทำไมวัยรุ่นถึงชอบใช้ยา หรือติดรา ดื่มเหล้า วัยรุ่นต้องการพิสูจน์อะไรทำไมลูกถึงอยากให้เพื่อนๆ ยอมรับ เพื่อนที่ดีเป็นยังไง ถ้าเขาคิดเองเขาจะยอมรับได้มากกว่าเราบอกค่ะ

  • เท่าทันโลกรอบตัว ลูกจะมีทักษะเอาตัวรอด รู้จักปฏิเสธสถานการณ์เสี่ยงได้ ต้องเท่าทันคน เท่าทันสถานการณ์ค่ะ จึงต้องฝึกลูกให้รู้จักคิดวิเคราะห์เยอะๆ อย่างเช่นชวนกันวิเคราะห์โฆษณาเหล้า เครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์ต่างๆ ที่สร้างภาพว่า การดื่มเป็นเรื่องของความเท่ ความสนุกสนาน การเข้าสังคม เราต้องช่วยลูกให้เห็นว่า เบื้องลึกของความเท่ความสนุกนั้นเป็นอย่างไร นั่นคือเมื่อดื่มเข้าไปแล้วเมา เมื่อเมาแล้วจะเสี่ยงต่อภัยอะไรบ้าง ให้ลูกได้รู้เห็นประสบการณ์หลากหลายแบบ เพื่อให้เท่าทันโลกรอบตัว

  • ฝึกฝน say no! หลายๆ แบบ อย่างที่บอกว่าเด็กๆ เวลาเข้ากลุ่มเขาก็มีจริยธรรม หรือกฎกติกามารยาทในการคบเพื่อนในแบบของเขา บางครั้งเป็นเรื่องยากที่จะปฏิเสธคำชักชวนของเพื่อน เราจึงต้องสอนวิธีปฏิเสธเพื่อน โดยลูกไม่รู้สึกเสียหน้า หรือทำให้เพื่อนไม่ยอมรับ หาคำพูดหลายๆ แบบที่ลูกจะนำไปใช้ได้ ให้คุณพ่อ พี่ๆ น้องๆ ช่วยกันแชร์ไอเดียด้วย เช่น
    " ก็เราไม่ชอบนี่"
    " ต้องไปรับน้อง"
    " ต้องรีบไปซ้อมดนตรีแล้วล่ะ"
    " ต้องกลับไปช่วยแม่ขายของ ทำงานบ้าน"
    " ถึงไม่ทำอย่างนาย เราก็ยังเป็นเพื่อนกันได้ไม่ใช่หรือ"
    หรืออย่างง่ายๆ สั้นๆ "ไม่ล่ะ ขอบใจ" "ไว้วันหลังแล้วกัน"

    คุณหมอประเสริฐอีกค่ะที่แนะไว้ว่า เวลาจะปฏิเสธเพื่อนการชักชวนให้เสพยาหรือทำเรื่องไม่ดีต่างๆ ให้ตัดบทสั้นๆ คำเดียวว่า "ไม่" โดยไม่ต้องบอกเหตุผล เพราะถ้าบอกเหตุผล คนชวนก็จะพยายามหาเหตุผลมาหักล้างจนเราดิ้นไม่หลุด บางสถานการณ์ใช้คำว่า "ไม่" เป็นไม้ตายที่แสดงความเด็ดขาดในการตัดสินใจของเรา

  • มีกิจกรรมสนุกๆ ทำ เด็กวัยแรกรุ่นขี้เหงาค่ะ เขาเริ่มแปลกแยกจากพ่อแม่ น้องๆ เขาก็ไม่อยากยุ่งด้วย ถ้าเขามีเวลาว่างมาก ไม่มีงานอดิเรก ไม่มีกิจกรรมทำหลังเลิกเรียนหรือในวัยหยุด มีโอกาสที่จะ say yes กับเพื่อนได้ทุกเรื่อง อาจจะเริ่มจากเพื่อนชวนไปเที่ยวหลังเลิกเรียน ต่อมาชวนโดดเรียน ชวนสูบบุหรี่ ลองดื่มเหล้า เสพยา ฯลฯ พ่อแม่ควรเฟ้นหากิจกรรมน่าสนใจหรือที่ลูกชอบ มาดึงลูกออกห่างจากเพื่อนกลุ่มเสี่ยง อย่าใช้วิธีบังคับ ลูกจะแอนตี้ อาจเริ่มจากชวนไปดูแข่งฟุตบอล ดูดนตรีด้วยกัน ถ้าเขาสนใจก็ชวนเขาไปเรียนดนตรี เล่นกีฬาเสียเลย เป็นต้น
หลากหลายวิธีที่กล่าวมานี้ จะเป็นไปไม่ได้เลยหากพ่อแม่ไม่มีเวลาให้ลูกมากพอ ซึ่งขอบอกว่าต้องมากพอทั้งคุณภาพและปริมาณค่ะ


(update 5 มกราคม 2004)
[ ที่มา.. life & family ปีที่ 8 ฉบับที่ 91 ตุลาคม 2546 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600