เกมคอมพิวเตอร์ที่เด็กๆ เล่นคนเดียวอันตรายน้อยกว่าเกมออนไลน์
เกมคอมพิวเตอร์ทำให้เด็กติด เด็กบางคนไม่ออกจากบ้านเลยตลอดเดือนที่ปิดเทอม
เพราะเล่นเกมเกือบตลอดเวลา เด็กบางคนเรียนจบแล้วไม่ยอมหางานทำเพราะเอาแต่เล่นเกม
เด็กบางคนทำร้ายพ่อแม่เมื่อพยายามจะหยุดการเล่นเกมของเขา
ปัญหาของเด็กสามคนนี้คือ อาการเสพติด เสมือนติดยากระตุ้นประสาท เช่น แอมเฟตามีน
เกมออนไลน์ทำให้เด็กแยกความจริงเสมือนออกจากชีวิตปกติไม่ได้
เกมออนไลน์ทำให้เด็กเชื่อว่าเหตุการณ์ต่างๆ ในเกมยังดำเนินไปตามครรลองปกติ
แม้ว่าจะออฟไลน์แล้วก็ตาม
นั่นคือ ถึงแม้คุณพ่อคุณแม่จะปิดคอมพิวเตอร์แล้ว หรือรัฐจะสั่งปิดเซิอร์ฟเวอร์แล้ว
แต่เด็กยังคงกังวลถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในเกมระหว่างที่เขาไม่อยู่
นักเล่นเกมแร็กนาร็อกท่านหนึ่งได้เขียนบทความแสดงความเห็นอย่างแหลมคมว่า
" โลกในความจริงเสมือนนั้นไม่หยุดนิ่ง โลกและตลาดในเกมแร็กนาร็อกดำเนินคู่ขนานไปกับโลกแห่งความเป็นจริง"
เขาจึงไม่เห็นด้วยกับมาตรการหยุดเล่นเกมเป็นระยะๆ เพราะว่าแท้ที่จริงแล้วหากโลกแห่งความเป็นจริงไม่เคยหยุดนิ่ง
จักรวาลของแร็กนาร็อกก็ไม่เคยหยุดนิ่งเช่นกัน มาตรการห้ามเข้าไปในเกมจึงสร้างความเสียหายให้กับชีวิตของเขาโดยตรง
น่าสนใจนะครับ โลกในความจริงเสมือนกำลังเคลื่อนไปตลอดเวลา
การทำร้ายกันในบ้านเราเพื่อชิงทรัพย์ที่นำมาแลกเปลี่ยนกับสิ่งของในเกม
หรือการฆ่ากันในต่างประเทศเพื่อล้างแค้นแทนคนตายในเกม
คืออาการหลงผิดว่าตนเองยังอยู่ในความจริงเสมือน เป็นพฤติกรรมที่เลยเถิดออกมาจากการแลกสินค้า
และการฆ่าในเกม
นั่นคือ พรมแดนระหว่างเกมออนไลน์และชีวิตจริงเลือนหายไป
คุณพ่อคุณแม่จำนวนมากยกธงขาวยอมแพ้ หมดหนทางปรับพฤติกรรมลูก
รัฐยื่นมือเข้ามาช่วยด้วยการจัดระเบียบเกมออนไลน์ทั้งเวลา อายุ และโซนิ่ง
นักเล่นที่มีวุฒิภาวะออกอาการไม่พอใจเพราะถูกหางเลขไปด้วย
นักคิดนักวิชาการเป็นห่วงว่า สังคมอ่อนแอยกอำนาจเบ็ดเสร็จให้รัฐมากเกินไป
และมีบ้างบางท่านแนะนำว่าให้พ่อแม่ร่วมเล่นเกมกับลูก
เล่นเกมกับลูกนั้นโอเคนะครับ แต่ขอให้ระวังว่าตนเองจะหลงเข้าไปในความจริงเสมือนอีกคน
แล้วกลายเป็นเด็กไปด้วยกัน
โปรดสังเกตว่าผมใช้คำว่า 'เด็ก' หลายครั้งในตอนต้น บทความเมื่อพูดถึงคนที่เล่นเกมจนเสียหาย
นั่นคืออายุจริงจะเท่าไรก็ไม่สำคัญเพราะเขาเป็นเด็กที่พ่อแม่เลี้ยงไม่โต แต่ผมจะใช้คำว่า 'นักเล่นที่มีวุฒิภาวะ'
เมื่อพูดถึงนักเรียนหรือคนทำงานที่ควบคุมเวลาและพฤติกรรมของตนเองในความจริง (เสมือน) ได้
มั่นใจได้อย่างไรว่าคุณพ่อคุณแม่จะเป็นนักเล่นที่มีวุฒิภาวะ เข้าไปในความจริงเสมือนกับลูก
เพื่อจะได้ใกล้ชิดกัน ดูแลเขาเป็นสหาย และหาทางชักชวนเขาไปทำกิจกรรมอื่นๆ บ้าง
มั่นใจได้อย่างไรว่าจะไม่เสียคนไปกับลูก ให้ลูกด่าว่าเอาในภายหลัง
คุณพ่อคุณแม่หลายท่านคงไม่ทราบว่า เด็กๆ ที่มีพฤติกรรมเฉไฉควบคุมตนเองไม่ได้
เขาต่อว่าคุณพ่อคุณแม่นะครับ
" ผมเป็นแบบนี้เพราะพ่อแม่ไม่สอน" อันธพาลวัยรุ่นคนหนึ่งบอกผมในเรือนจำ
" ทำไมตอนนั้น ตอนที่หนูดื้อไม่ยอมเรียน แม่ไม่บังคับหนู" ลูกสาวต่อว่าแม่เมื่อพบว่า
เพื่อนได้เล่นเปียโนในห้องประชุมโรงเรียน แต่ตนเองเล่นไม่ได้
" ผมเล่นแบบนี้มานานแล้ว พ่อไม่เห็นห้าม" ลูกชายบอกสารวัตรนักเรียนตอนที่ถูกจับ
เพราะหนีเรียนมาเล่นเกม
หลายคนต่อว่าออกมาทางวาจาได้ แต่อีกหลายคนต่อว่าทางวาจาไม่เป็น
พวกเขาจะแสดงออกถึงความน้อยเนื้อต่ำใจที่พ่อแม่ไม่สั่งไม่สอนลงไปในแบบทดสอบทางจิตวิทยาแทน
รู้จักแบบทดสอบทางจิตวิทยามั้ยครับ แบบทดสอบมีหลายชนิด ที่พบบ่อยในหนังฝรั่งคือ
ภาพหยดหมึกที่นักจิตวิทยาเอาให้ผู้ป่วยดูแล้วเล่าเรื่องราวจากภาพที่เห็น เท่าที่ผมจำได้ เช่น
ภาพหยดหมึกบนฝาผนังห้องทำงานบรู๊ซ เวย์นใน Batman Forever หรือภาพหยดหมึกที่บิลลี่
คริสตัลเอาให้โรเบิร์ตเดอนีโรดูใน Analyze That เมื่อเร็วๆ นี้
เด็กๆ จะตัดพ้อพ่อแม่ออกมาให้นักจิตวิทยารับทราบเมื่อทำแบบทดสอบต่างๆ
อย่างไรก็ตาม ลูกๆ ก็ยังรักพ่อแม่ และเห็นพ่อแม่เป็นที่หนึ่งเสมอนะครับ
หนังสือพิมพ์มติชนรายวันวันที่ 29 กรกฎาคม 2546 ลงข่าวสรุปงานวิจัยของ ผศ.สุดสงวน สุธีสร
ภาควิชาอาชญวิทยาและกระบวนการยุติธรรม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ได้สำรวจฮีโร่ในดวงใจ
ของผู้ต้องขังอายุ 18-25 ปี จำนวน 500 คน พบว่าอันดับหนึ่งคือ พ่อแม่ คิดเป็นร้อยละ 52 อันดับสองคือ
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร คิดเป็นร้อยละ 20 อันดับสามคือ กลุ่มดารา นักแสดง นักกีฬา คิดเป็นร้อยละ 14
ทั้งหมดนี้ตอกย้ำว่าลูกรักและคิดถึงคุณพ่อคุณแม่เสมอ พวกเขาฝากความหวังและอนาคตไว้ในมือของคุณ
แม้ว่าพฤติกรรมและปากของเขาจะเสีย แต่ถ้าเราหลงกลตกหลุมที่พวกเขาขุดล่อ พวกเขาก็จะเสียใจ
และต่อว่าเราในภายหลัง จนแม้ติดคุกไปแล้วก็ยังรักเราไม่เสื่อมคลาย
คราวนี้ถ้าคุณพ่อคุณแม่จะลงไปเล่นเกมคอมพิวเตอร์กับลูกต้องรู้นะครับว่า
เกมคอมพิวเตอร์เป็นสิ่งเสพติด หากไม่ระวัง เราติดด้วย
ส่วนเกมออนไลน์เป็นความจริงเสมือนรูปแบบหนึ่ง
แม้ว่าจะเป็นเพียงภาพหน้าจอมอนิเตอร์มิใช่อย่างหนังแมทริกซ์ หากไม่รู้เท่าทัน
เราหลงทางด้วย
อย่าเสพติด อย่าหลงทางให้ลูกต่อว่าเอาได้
(update 27 มกราคม 2004)
[ ที่มา..
life & family ปีที่ 8 ฉบับที่ 92 พฤศจิกายน 2546 ]
|