ส่งลูกไปไกลบ้าน


ตั้งแต่เปิดเทอมมาได้ระยะหนึ่ง แม่ดาว น้องสาวฉันมาพิโอดพิครวญเช้าสายบ่ายเย็น วันละ 3 เวลา เรื่องห่วงลูกสาวที่ส่งเข้าไปเรียนในกรุงเทพฯ
"ไม่อยากให้ไปเล้ย แต่ยายเดียร์น่ะซิ อยากไปตามเพื่อนๆ เขา แล้วเจ้ากรรมเผอิญสอบได้ซะด้วย" แม่ดาวบ่น
"ใครบอกว่าเผอิญ เขาเรียกว่าเรียนเก่งย่ะ หลานฉันน่ะ ฉลาดเหมือนฉันเลย"
"น้อยๆ หน่อยคุณพี่ขา กำลังกลุ้มอยู่นะ ไม่รู้ว่าคิดผิดหรือเปล่าที่ยอมให้ลูกไปอยู่ห่างตัว เพิ่ง จบ ม.3 เอง สมัยเราบ้านเมืองยังไม่อันตรายเหมือนเดี๋ยวนี้"
"ก่อนให้ไปก็คิดดีแล้วไม่ใช่รึ"
"แหม... ตอนนั้นมันงงๆ ถูกลูกเง้างอดหนักๆ เข้าก็เลยยอมๆ"

"เธอนี่น้า ไหนลองมาทบทวนกันหน่อยซิ ว่ามันน่าห่วงตรงไหนบ้าง"
"ก็ลูกต้องไปอยู่หอพักตามลำพังน่ะ ฉันก็ห่วงเรื่องความปลอดภัย"
"โธ่ถัง...ก็เราไปดูไปเลือกหอพักด้วยกัน ดูแล้วดูอีก ใกล้โรงเรียน เป็นหอหญิงล้วน รั้วรอบขอบชิด ปิดเปิดเป็นเวลา มียามรักษาความปลอดภัย จะเข้าออกก็ต้องมีการ์ดรูด อย่างนี้ยังไม่ปลอดภัยอีกหรือ"
"เออ นั่นซินะ แต่ว่าฉันก็ยังห่วงเวลาขึ้นรถเมล์"
"เธอก็... โรงเรียนอยู่ใกล้หอพักนิดเดียว นั่งรถไปไม่กี่ป้าย แล้วไม่ใช่ว่ายายเดียร์ไม่เคยไปไหนมาไหนเอง อยู่ที่ต่างจังหวัดนี่ก็ขึ้นรถเข้าตัวเมืองไปกลับโรงเรียนเองทุกวัน"

"แต่ที่กรุงเทพฯ น่ะ คนโรคจิตมันเยอะ เธอไม่เห็นข่าวรึไง"
"จะบ้าแล้วน้องสาวเรา คนโรคจิตที่ไหนก็มีทั้งนั้น ฉันเห็นเธอพร่ำสอนยายเดียร์ให้ระวังตัวจะตาย แล้วยายเดียร์เราก็ท่าทางไม่ได้ปวกเปียกเป็นเหยื่อใครง่ายๆ หรอก เห็นขึ้นรถเมล์ก็รู้จักเอากระเป๋าปิดหน้าอก หูตาคอยระแวดระวังไม่ใช่เหม่อจนน่าห่วงซะเมื่อไหร่... ฉันน่ะนะว่าเธอน่าจะห่วงเรื่องที่ควรห่วงมากกว่า ไอ้เรื่องช่วยเหลือตัวเอง ดูแลตัวเอง เราก็ดูอย่างถ้วนถี่แล้วว่ายายเดียร์แกเข้มแข็งดี"

"งั้น ฉันควรห่วงอะไรล่ะ แค่นี้ก็กลุ้มแย่แล้ว"
"ที่จริงฉันว่าเรื่องน่าห่วงทั้งหลายแหล่เธอควรคิดไตร่ตรองให้ตกเสียก่อนส่งลูกไปอยู่ห่างตัว จะได้ไม่กลุ้ม อย่างเช่นเขาโตพอจะดูแลตัวเองในเรื่องกินอยู่ ระมัดระวังภัยได้ไหม อันนี้เรื่องอายุยังไม่สำคัญเท่าได้ฝึกลูกมาหรือยัง ซึ่งฉันก็เห็นอยู่ว่ายายเดียร์โตพอจะดูแลตัวเองได้ เคยไปค้างคืนค่ายต่างๆ ปิดเทอมก็ไปอยู่กับคุณย่าที่ทางใต้ ไม่ใช่ลูกนกที่ติดอยู่กับอกแม่ซะเมื่อไหร่ นี่คือเหตุผลที่ทำให้เธอยอมให้ลูกไปอยู่ห่างตัวไม่ใช่หรือ"

"จริงด้วย บางทีห่วงมากๆ มันก็เลยสับสน”
"อย่างที่สอง เรื่องความคิดอ่านยายเดียร์ก็ไม่ได้เป็นเด็กที่คอยคิดออกนอกลู่นอกทางแต่อย่างใด อย่างเรื่องเรียนต่อนี่เขาก็คิดของเขาเอง ไปสมัครไปสอบ จัดการทุกอย่างเอง นับว่ามีความรับผิดชอบตัวเองได้ดีพอสมควร แล้วทั้งเธอทั้งฉันก็คอยหล่อหลอมความคิดต่อเรื่องต่างๆ ให้เขามาตลอด"

"แล้วยังมีเรื่องอะไรที่ฉันต้องห่วงอีกล่ะ"
"ที่ฉันห่วงก็เป็นเรื่องในอนาคต เขาดูแลตัวเองได้ก็จริง แต่กำลังเข้าวัยรุ่น ฉันละกลัวเรื่องฟงแฟน ถ้าเป็นเด็กผู้ชาย ฉันก็จะห่วงเรื่องเพื่อน จะพากันคบไปทางไหนก็ไม่รู้ อันนี้ เราไม่ได้อยู่ใกล้ชิดด้วย ไม่รู้ไม่เห็น จะเตือนกันลำบาก เห็นจะต้องสื่อสารกันมากๆ หน่อย ถ้าเธอไม่ลำบากนัก ควรไปดูลูกบ่อยๆ นะ แล้วจดหมายน่ะก็เขียนถามไถ่สารทุกข์สุขดิบอย่าได้ขาด แนวคิดอะไรที่เราห่วงก็ใส่เข้าไปด้วย มันจะสนใจหรือไม่สนใจ แต่อย่างน้อยจะได้รู้สึกบ้างว่ามีคนคอยห่วงใย...
"...หรืออาจจะต้องหาคนทางโน้นคอยเป็นหูเป็นตาให้บ้าง อ้อ...มีป้าไหม ลูกพี่ลูกน้องกับแม่ของเราไง เขามีลูกชายอยู่โรงเรียนนี้ด้วย ไปฝากเขาให้เป็นหูเป็นตาหน่อย"

"เขาจะมีเวลามาดูให้เร้อ”
"นี่แม่ดาว... ถ้าเธอยังไม่มั่นใจ ก็ย้ายบ้านไปอยู่กรุงเทพฯ ซะเลยเป็นไง เอาให้ชัวร์ๆ แต่ฉันว่าถ้าลูกเขาพร้อม เขาก็จะได้ฝึกเป็นตัวของตัวเอง ฝึกรับผิดชอบตัวเอง เด็กที่อยู่ไกลบ้านมักจะเป็นผู้ใหญ่เร็ว ถ้าไม่แพ้ภัยเมืองหลวงไปซะก่อน"

"ภัยอะไรเหรอ"
"ก็ความหรูหรา ฟุ้งเฟ้อไง เธอก็ต้องดูเรื่องค่าใช้จ่ายว่าลูกใช้เงินเกินตัวหรือเปล่า จัดระบบการเงินเป็นไหม เงินขาดมือบ่อยๆ หรือเปล่า อันนี้เราต้องสอนเขา เราอาจจะโอนเงินเข้าบัญชีให้เขาเป็นรายเดือน อย่าให้เขาเบิกเงินติดตัวไว้ทีละมากๆ ให้เขาทำบัญชีรายจ่าย ตั้งจำนวนเงินที่จะใช้จ่ายโดยเฉลี่ยว่าใช้ได้วันละเท่าไร
"อ้อ...แลเวหาคนที่ลูกจะสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือเวลาเกิดอะไรฉุกเฉินไว้ด้วยนะ ก็ป้าไหมนั่นแหละ แกใจดีจะตาย คงยินดีดูแลยายเดียร์ให้หรอก"
"อืมม เนอะ... คุยกับพี่ดวงแล้วค่อยใจชื้นหน่อย เพราะอย่างที่พี่พูดมา ฉันก็เตรียมการเรียบร้อยก่อนลูกไปแล้วล่ะ เหลือแต่ว่าต้องลงไปกรุงเทพฯ หาป้าไหม ฝากฝังยายเดียร์เสียหน่อย"

"อ้อ... อีกอย่างนึงนะ อินเทอร์เน็ตอะไรน่ะ หัดเล่นไว้บ้าง ไว้แช็ตกับลูก เขาจะได้ไม่เหงา มือถือก็มี ยอมเสียค่าโทรมากหน่อย"
"จ้ะ... ฉันจะทำทุกอย่าง ขอบคุณนะจ๊ะ คุณพี่ที่แสนจุ้น เอ๊ย...แสนดี"

สะกดความคิด
  • ถามตัวเองและลูกก่อนว่า จำเป็นไหมที่ลูกต้องไปเรียนไกลบ้าน ถ้าลูกอยากไป เพราะอะไร มีทางเลือกอื่นอีกไหม
  • การส่งลูกไปอยู่ไกลตัวในช่วงที่ลูกยังเล็กเกินไป ลูกยังไม่พร้อมที่จะดูแลตัวเอง ยังไม่แข็งแรงทางความคิด และขาดโอกาสที่จะบ่มเพาะสิ่งดีๆ ที่เราต้องการให้มีในตัวลูก ซึ่งต้องอาศัยเวลาและความใกล้ชิด
  • ช่วงมัธยมปลายขึ้นไป เป็นวัยที่ลูกน่าจะดูแลตัวเองได้ดีพอสมควร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการฝึกของพ่อแม่ด้วยว่า ก่อนหน้านี้ได้ฝึกให้ลูกรับผิดชอบตัวเองหรือเปล่า เคยไปไหนมาไหนตามลำพังบ้างไหม มีความยับยั้งชั่งใจ คิดต่อเรื่องต่างๆ อย่างไร
  • ดูว่าลูกมีทักษะในการระวังภัยและแก้ปัญหาหรือไม่
  • อย่าได้ขาดการติดต่อสื่อสารกับลูก
  • ติดตามดูการเปลี่ยนแปลงทางความคิด ค่านิยมของลูก คอยชี้แนะโดยเฉพาะค่านิยมเรื่องเพศ อย่างไรเสียความย้ำให้ลูกสาว รักนวลสงวนตัว และลูกชายควรมีความเป็นสุภาพบุรุษ
  • บอกลูกว่า พ่อแม่รักและคิดถึงลูกเสมอ


(update 10 สิงหาคม 2004)
[ ที่มา.. life&family (kids&family) ปีที่ 9 ฉบับที่ 100 กรกฎาคม 2547 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600