เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา คนไทยได้มีกฎหมายใหม่เกี่ยวกับการห้ามสูบบุหรี่ในที่สาธารณะ
ด้วยการห้ามสูบบุหรี่ในห้องอาหาร ในลิฟท์ ในโรงพยาบาล ฯลฯ โดยมีโทษเอาผิดกับทั้งผู้สูบ
และเจ้าของสถานประกอบการค่อนข้างหนัก ทั้งนี้เพื่อมีเป้าหมายในการคุ้มครองผู้ที่ไม่ได้สูบบุหรี่
จากการถูกคุกคามทางด้านสุขภาพจากควันบุหรี่ของผู้สูบบุหรี่ในที่สาธารณะ
ซึ่งเป็นชัยชนะอีกขั้นหนึ่งของมาตรการรณรงค์ต่อด้านการสูบบุหรี่ ที่มีการร่วมมือกันจากหลายๆ ประเทศทั่วโลก
แต่ถึงแม้จะมีกฎหมายต่างๆ เหล่านี้ออกมา แต่ในความเป็นจริงกลับปรากฏว่า
จำนวนคนสูบบุหรี่ที่เป็นวัยรุ่นกลับมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้เพราะเพียงแค่ลำพังการออกกฎหมาย
มากำกับเพียงอย่างเดียวนั้นไม่พอ แต่จะต้องให้ความรู้ความเข้าใจต่อคนทั่วไปถึงพิษภัยของบุหรี่
และมุ่งเป้าไปในแง่การป้องกันไม่ให้ผู้ที่ยังไม่เคยสูบบุหรี่นั้นตกเป็นเหยื่อของการโฆษณาบุหรี่
และรู้สึกอยากลองสูบจนตกเป็นทาสของบุหรี่ในที่สุด ซึ่งกลุ่มเป้าหมายที่สำคัญมากคือ กลุ่มวัยรุ่น
บริษัทผู้ผลิตบุหรี่ได้มีการศึกษาเก็บข้อมูลต่างๆ ของลูกค้าอย่างละเอียด
เพื่อหาทางขยายฐานลูกค้า (หรือผู้สูบบุหรี่) ให้มากขึ้น โดยพบว่ากลุ่มวัยรุ่นเป็นกลุ่มที่จะเป็นผู้สูบบุหรี่ได้ง่าย
และเมื่อติดแล้วก็มักจะชักชวนให้เพื่อนๆ ติดบุหรี่ด้วย จึงมีการพยายามทำการโฆษณาเรื่องบุหรี่ในรูปแบบต่างๆ
แต่เนื่องจากกลัวจะชัดเจนเกินไป เพราะหลายประเทศจะมีกฎหมายห้ามแสดงการสูบบุหรี่ในภาพยนต์หรือทีวี
(เช่นประเทศไทยของเราก็มีการเซ็นเซอร์ภาพเหล่านี้) ก็จะพยายามหาทางสอดแทรกเข้าไปในภาพของตัวละครในทีวี
หรือภาพยนตร์ต่างๆ ในแบบที่เรียกว่า Product placement เช่นที่เราเห็นพระเอกเจมส์บอนด์
ต้องขับรถสปอรต์สวยหรูของยี่ห้อหนึ่ง หรือต้องใส่นาฬิกายี่ห้อหนึ่ง และจะต้องมีภาพของนาฬิกานี้บนข้อมือของพระเอก
ให้เห็นอยู่บ่อยๆ ซึ่งกลวิธีเหล่านี้ในวงการละครทีวีของไทยก็จะมีสอดแทรกออกมาเป็นประจำ
เพราะมีส่วนในการทำรายได้ให้กับผู้จัดละครหรือภาพยนตร์เหล่านั้นค่อนข้างมาก
โดยส่วนใหญ่จะเป็นภาพของพระเอกวัยรุ่นที่สูบบุหรี่ หรือไม่ก็เป็นนางเอก
หรือผู้ช่วยนางเอกสาวสวยที่ทำท่าทางเก๋ไก๋สูบบุหรี่ในบางฉากบางตอนของเรื่อง
ทำให้ผู้ชมโดยเฉพาะวัยรุ่นซึมซับการสูบบุหรี่ว่าเป็นเรื่องโก้เก๋ไปอย่างไม่รู้ตัว
แต่สิ่งหนึ่งที่ภาพเหล่านี้ไม่ได้สื่อให้ผู้ชมวัยรุ่นได้ตระหนักคือการสูบบุหรี่นี้ทำให้เกิด "การเสพติด" ได้
และผู้ติดบุหรี่ก็จะไม่ได้มีสุขภาพดี หรือจะดูสวยแบบนางเอกไปได้นานๆ เพราะบุหรี่ทำให้ฟันเป็นคราบ
ทำให้ไอเรื้อรัง ฯลฯ และที่สำคัญคือ ดาราหนุ่มรูปหล่อที่แสดงเป็นคาวบอยมาดเข้ม
ที่เคยเป็นพรีเซนเตอร์โฆษณาบุหรี่ Malboro ในสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ ของบุหรี่ที่คนส่วนใหญ่คุ้นตา (Malboro man)
นั้นได้เสียชีวิตลงก่อนวัยอันควรด้วยมะเร็งปอด ซึ่งทำให้ช่วงท้ายของชีวิตเขานั้นต้องเข้าๆ ออกๆ
โรงพยาบาลอยู่ตลอด และมีความทุกข์ทรมานพอสมควรจากโรคมะเร็งปอด
สิ่งที่ทางบริษัทผู้ผลิตบุหรี่เหล่านี้ต้องการคือ กลุ่มวัยรุ่นที่ยังมีอายุน้อยให้เข้ามาติดบุหรี่
แทนคนสูงอายุที่เริ่มล้มหายตายจากไปหรือต้องหยุดสูบบุหรี่ไปเพราะปัญหาสุขภาพ
ทำให้ยอดของผู้สูบบุหรี่ลดน้อยลงไปทุกวัน
วัยรุ่นติดบุหรี่ด้วยเหตุต่างๆ หลายอย่าง ส่วนใหญ่เป็นจากสภาพแวดล้อมโดยเฉพาะการมีเพื่อนที่สูบบุหรี่
หรือคนในครอบครัวสูบบุหรี่จะเป็นสิ่งที่ทำให้วัยรุ่นผู้นั้นมีโอกาสสูบบุหรี่ได้มาก
บางคนสูบบุหรี่โดยเข้าใจว่าจะทำให้เข้าสังคมกับเพื่อนๆ ได้ง่ายขึ้น อย่างน้อยก็ไม่เขิน
เมื่อตอนไม่รู้ว่าจะทำอะไรดีกับมือที่ว่างๆ อยู่ บางคนก็รู้สึกว่าการสูบบุหรี่ทำให้ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้น
ไม่เป็นเด็กเหมือนก่อน สาววัยรุ่นจะเข้าใจว่าการสูบบุหรี่จะทำให้สามารถลดน้ำหนักลงได้ง่ายขึ้น
เพราะทั้งมือและปากไม่ว่างที่จะทานอาหารได้ บางคนก็สูบบุหรี่เพื่อระบายความเครียด
จากปัญหาที่บ้านหรือที่โรงเรียน หรือเรื่องแฟน
มีหลายครอบครัวที่ไม่พบว่ามีใครในบ้านสูบบุหรี่เลย แต่มีเฉพาะลูกคนที่เป็นวัยรุ่นสูบ
เพราะวัยรุ่นหลายรายเลือกการสูบบุหรี่เป็นการแสดงออกเพื่อต่อต้านพ่อแม่ (rebellious behavior)
เมื่อต้องการแสดงให้พ่อแม่เห็นว่าตนเองนั้นโตแล้ว และไม่ต้องการให้พ่อแม่มาบีบบังคับเขา
เขาโตพอที่จะเลือกตัดสินใจทำอะไรๆ กับตัวเขาเองแล้ว
เมื่อติดแล้วเลิกยาก
พบว่าในผู้ใหญ่ที่สูบบุหรี่ค่อนข้างจัดจนมีปัญหาสุขภาพมักเริ่มสูบมาตั้งแต่ตอนเป็นวัยรุ่น
และมักจะคิดว่าขอลองสูบดูหน่อย โดยไม่ได้คิดว่าตนเองจะติดบุหรี่ โดยเริ่มจากการสูบเป็นบางครั้ง
ตอนอยู่กับเพื่อนๆ ต่อมาก็เริ่มสูบบ่อยขึ้นแทบทุกวัน จนต่อมาตอนตื่นนอนก็ต้องคว้าบุหรี่มาสูบก่อน
จากนั้นก็สูบหลังอาหาร หรือทุกเวลาที่มีโอกาสสูบ ซึ่งก็คือติดบุหรี่แล้วเรียบร้อยทั้งทางร่างกายและจิตใจ
และพบว่าวัยรุ่นที่ติดบุหรี่เหล่านี้มีโอกาสสูงที่จะติดสิ่งอื่นๆ ได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นการติดเหล้า
หรือยาเสพติดประเภทอื่นๆ ในเวลาต่อมา ทั้งนี้เพราะสารนิโคตินที่มีอยู่ในควันบุหรี่
เมื่อปรากฏอยู่ในกระแสเลือดของผู้ที่สูบบุหรี่ในระดับที่สูงนั้นมีฤทธิ์เป็นสารเสพติดที่สูงพอๆ กับเฮโรอีน
หรือฝิ่นเลยทีเดียว
จากการศึกษาในสหรัฐอเมริกาพบว่ากลุ่มวัยรุ่นตอนต้น (อายุ 13-15 ปี) แม้ไม่เคยสูบบุหรี่
แต่จะถูกชักชวนให้ลองได้ง่ายๆ (ประมาณร้อยละ 13) โดยเฉพาะวัยรุ่นผู้หญิงจะลองสูบมากกว่าวัยรุ่นผู้ชาย
ดังนั้นเราจึงได้เห็นภาพโฆษณาที่เป็นวัยรุ่นผู้หญิงที่มีรูปร่างสวยงามทำท่าทางเก๋ในขณะที่มือคีบบุหรี่
ให้เห็นเป็นประจำ แต่สำหรับกลุ่มวัยรุ่นตอนปลาย (อายุ 16-18 ปี) ที่เริ่มลองสูบบุหรี่แล้ว
พบว่ามีโอกาสสูงถึงประมาณร้อยละ 25 ที่วัยรุ่นกลุ่มนี้จะกลายเป็นผู้ติดบุหรี่และจะสูบค่อนข้างจัดเมื่อเป็นผู้ใหญ่
บุหรี่ทำลายสุขภาพเพราะในควันบุหรี่นอกจากจะมีสารนิโคตินในปริมาณที่สูงแล้วยังมีสารที่เป็นพิษอย่างอื่น
ปะปนอยู่ด้วยเสมอ เช่น ไซยาไนด์ ฟอร์มาลดีไฮด์ เบนซีน แอมโมเนีย ฯลฯ ซึ่งมีผลในการทำลายเยื่อบุทางเดินหายใจ
ถุงลม และเป็นสารก่อมะเร็งด้วย วัยรุ่นที่สูบบุหรี่ค่อนข้างจัดจะพบว่ามีปัญหาเหนื่อยง่ายเมื่อออกกำลังกาย
และมีปัญหาไอเรื้อรัง มีคราบฟันดำ และมีกลิ่นบุหรี่ติดตัวที่ทำให้คนส่วนใหญ่ไม่ชอบที่จะอยู่ใกล้ๆ ด้วย
การสูบบุหรี่บั่นทอนชีวิตของผู้สูบ มีการวิจัยที่พบว่าการสูบบุหรี่ 1 มวน จะทำให้ชีวิตสั้นลง 5-20 นาที
และทำให้อุบัติการณ์ของโรคถุงลมโป่งพอง มะเร็งปอด และโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตันสูงขึ้นอย่างมากในผู้ที่สูบบุหรี่
ทำให้ 1 ใน 3 ของผู้สูบบุหรี่จะเสียชีวิตด้วยโรคที่เป็นผลจากควันบุหรี่ รวมทั้งผู้ที่อยู่ใกล้เคียงที่ได้รับควันบุหรี่ไปด้วย
(Secondhand smokers) อายุเฉลี่ยของผู้สูบบุหรี่ตั้งแต่วัยรุ่นจะสั้นกว่าคนปกติที่ไม่สูบบุหรี่ประมาณ 14 ปี
และมีรายงานทางการแพทย์ที่เพิ่งออกมาไม่นานนี้ที่พบว่าในผู้ที่สูบบุหรี่จัดประมาณวันละ 2 ซองขึ้นไป
มักมีปัญหาทางเพศ คือทำให้อวัยวะเพศไม่แข็งตัว (Erectile Dysfunction : ED)
หรือไม่มีความรู้สึกทางเพศที่ดีเหมือนก่อนด้วย
จำนวนเงินที่ถูกเผาผลาญไปกับบุหรี่ก็เป็นเงินค่อนข้างมาก ถ้าเอามานั่งคำนวณดู
แม้ว่าจะสูบเพียงวันละซองก็ตาม ในแต่ละปีจะสูญเสียเงินมาเผาเป็นควันบุหรี่ไปปีละหลายพันบาท
คิดเป็นเงินเดือนได้ 1-2 เดือนเลยทีเดียว ซึ่งเงินจำนวนนี้ในหลายๆ ปีเข้าก็จะเป็นเงินก้อนใหญ่
พอที่จะใช้ทำใช้ซื้อของให้ตนเองได้มากมาย
การเลิกบุหรี่นั้นทำได้ยาก วัยรุ่นหลายคนเคยพยายามทำการเลิกบุหรี่ด้วยตนเองแล้วหลายครั้ง
สำหรับบางคนที่มีใจเด็ดเดี่ยวอาจจะเลือกการเลิกบุหรี่แบบหักดิบ คือ หยุดสูบไปเลย
ซึ่งอาจเกิดอารมณ์หงุดหงิดเพราะอยากสูบบุหรี่บ้าง แต่ถ้าคุณพ่อคุณแม่เข้าใจ
และคอยให้การสนับสนุนที่ดีก็จะสามารถสำเร็จได้เช่นกัน แต่วัยรุ่นส่วนใหญ่มักยอมแพ้กลับไปสูบบุหรี่อีกในที่สุด
ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ควรเข้าใจและให้การสนับสนุนเมื่อลูกต้องการเลิกบุหรี่ให้ลูกได้พบแพทย์
และเข้าสู่โปรแกรมการบำบัดผู้อดบุหรี่ ซึ่งมีทั้งการช่วยเหลือทางจิตใจ การให้ยาช่วยลดความกระวนกระวาย
ที่เกิดขึ้นจากการอดบุหรี่ในตอนแรก การหาเพื่อนช่วยอดบุหรี่ (Quitting buddy)
ที่คอยเตือนเมื่อเห็นว่าลูกทำท่าจะหันไปสูบอีก
สิ่งที่สำคัญคือการป้องกันอย่าให้ลูกเริ่มลองสูบบุหรี่ ซึ่งได้แก่
การที่คุณพ่อคุณแม่ต้องไม่เป็นตัวอย่างในการสูบบุหรี่ให้ลูกเห็น
พยายามให้ลูกอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ปราศจากบุหรี่ (smoke-free environment) หาสิ่งอื่นๆ ทำ
เช่น การออกกำลังกายสม่ำเสมอ หางานอดิเรก ฯลฯ ที่จะทำให้ลูกรู้สึกว่าตนเองมีค่า
และมีสิ่งที่ภาคภูมิใจในตนเองได้ พยายามให้เวลาแก่ลูกในการพูดคุยเรื่องต่างๆ อยู่เสมอๆ
เพื่อให้เขาได้ระบายความเครียดหรือให้มุมมองที่ถูกต้องเหมาะสมกับเขา พยายามชี้ให้เขาเห็นถึงสิ่งดีๆ อื่นๆ
ที่เขาทำได้โดยไม่ต้องพึ่งบุหรี่ และข้อเสียของการติดบุหรี่ รู้จักเลือกคบเพื่อนที่ไม่สูบบุหรี่ ฯลฯ
ก็จะช่วยลดความเสี่ยงที่ลูกจะติดบุหรี่ได้
(update 28 เมษายน 2004)
[ ที่มา..หนังสือ
นิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 26 ฉบับที่ 12 ธันวาคม 2545-มกราคม 2546 ]
|