ตอนนี้หากใครกำลังมีลูกวัยรุ่น ยิ่งถ้าอยู่ในกลุ่มจ๊าบๆ ด้วยละก็ คงต้องถูกรบเร้าให้พาไปสักบ้างละ
เพราะมันเป็นเทรนด์แฟชั่นที่ไม่ยอมตกกระแส ไม่ใช่แต่เฉพาะวัยรุ่นนะคะ พวกดารา นักร้อง
นายแบบ นางแบบเขาก็นิยมสักกัน
ว่าตั้งแต่สักคิ้ว สักขอบตา ให้ดูดำ ดูดี
เอาแบบสวยงาม ดูเท่ เก๋ไก๋ ก็เลือกสักตามข้อมือ ข้อเท้า หลัง ไหล่ ฯลฯ เป็นรูปหัวใจบ้าง ดอกไม้
นก ผีเสื้อ แมงปอ สารพัดลวดลายสารพัดสีทีเดียวค่ะ
ถ้าใครยังใจไม่ถึง ไม่กล้าให้ใช้เข็มเจาะใส่เม็ดสีเข้าไปในชั้นของผิวหนังแท้ที่อยู่ใต้ชั้นของหนังกำพร้า
ก็ขอแค่ทำเฮนน่า ใช้สีแต่งแต้ม วาดลวดลายบนผิวหนังแทน แต่ไม่ว่าจะสัก หรือทำเฮนน่า
สิ่งที่น่าเป็นห่วงตามมาจากแฟชั่นอันนี้คือ อาจจะเกิดปัญหากับผิวหนัง รวมไปถึงการติดเชื้อโรคอื่นๆ
แพทย์หญิงพู่กลิ่น ตรีสุโกศล จากสถาบันโรคผิวหนัง ได้ให้ข้อมูลในเรื่องนี้ว่า
ในความสวยงามนั้นมีอันตรายที่แอบแฝงอยู่เหมือนกัน เนื่องจากสีที่ใช้สักทำให้เกิดปฏิกิริยาการแพ้
แล้วเกิดเป็นผื่นหรือตุ่มแดง คันในตำแหน่งของรอยสักนั้นๆ ถ้าไม่ได้รับการรักษา
หรือปล่อยทิ้งไว้อาจทำให้ผื่นแดงดังกล่าวเป็นมากขึ้นได้
นอกจากนี้ผื่นแดงที่ใช้ในการสักอาจก่อให้เกิดการแพ้เมื่อโดนแดดมากๆ หรือบ่อยครั้งได้
อันตรายที่น่ากลัวอีกอย่างของรอยสักคือ การมีโอกาสติดเชื้อโรค หรือติดเชื้อแบคทีเรีย
เชื้อไวรัสจากการสักผิวหนัง โดยอาจเกิดจากการใช้เข็มที่ไม่สะอาดพอ หรือผ่านการทำให้ปลอดเชื้อที่ไม่ได้มาตรฐาน
ซึ่งเชื้อโรคที่มีโอกาสติดต่อได้ เช่น เชื้อไวรัสตับอักเสบบี วัณโรค โรคเรื้อน โรคเอดส์
ซึ่งบางโรคสามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่บางโรคก็ยังไม่มีการรักษา หรือยาที่ใช้รักษายังอยู่ในขั้นทดลอง
เห็นไหมคะว่า ...ความ (อยาก) สวย เท่ เก๋ไก๋ตามแฟชั่น อาจส่งผลกระทบต่อเราในระยะยาว
ได้ตั้งแต่น้อยไปจนถึงมากขึ้นนำโรคร้ายมาสู่ชีวิต
ถ้ารอดตรงนี้มาได้ สักวันเกิดเปลี่ยนใจอยากลบรอยสักออกก็ต้องเจอความเสี่ยงอีก
เพราะต้องใช้วิธีเลเซอร์ ถ้าแพ้ก็อาจทำให้ผิวที่เคยสวยด้วยลวดลายสีเป็นคีลอยด์ (Keloid)
เนื้อดีๆ กลายสภาพเป็นแผลเป็นนูนแดง นอกจากไม่สวยแล้วยังน่ากลัวอีกต่างหาก
เพราะฉะนั้น ก่อนเดินเข้าร้านไปให้เขาสัก ลองชั่งตวงวัดดูดีๆ ก่อนว่า
คุณพร้อมจะเผชิญความเสี่ยงแล้วหรือยัง?
(update 6 ตุลาคม 2004)
[ ที่มา..
life&family (kids&family) ปีที่ 9 ฉบับที่ 103 ตุลาคม 2547 ]
|