การดูแลสุขอนามัยของอวัยวะเพศหญิงนั้น เป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้
เพื่อการมีคุณภาพชีวิตที่ดี ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บที่จะมาทำร้ายร่างกาย
รวมทั้งอวัยวะส่วนสำคัญของสุภาพสตรีด้วย
อวัยวะเพศของสตรีนั้น เริ่มจากภายนอกที่เป็นเนินไขมันปกคลุมลงมาตั้งแต่หัวเหน่า
และมีขนอ่อนๆ ขึ้นปกคลุมมากน้อยแล้วแต่กรรมพันธุ์ของแต่ละคน
จากนั้นก็จะมีกลีบเนื้อที่มีลักษณะเหมือนประตูปิดช่องทางที่จะเข้าไปเชื่อมต่อกับอวัยวะเพศภายใน
โดยที่ส่วนบนของกลีบเนื้อดังกล่าว จะบรรจบกันเป็นหนังหุ้มปุ่มปมประสาทสัมผัสที่รับรู้
เกี่ยวกับการกระตุ้นทางเพศที่เรียกว่า 'คลิตอริส'
บริเวณปากทางที่กลีบเนื้อ 2 ข้างมาปิดเอาไว้นั้น มีชื่อเรียกเป็นทางการว่า... ปากช่องคลอด
ซึ่งจะเป็นทางเปิดของช่องคลอดที่จะลึกเข้าไปภายในบริเวณปากช่องคลอด 2 ข้างที่ 4
และ 8 นาฬิกา (เมื่อนับปุ่มคลิตอริสเป็น 12 นาฬิกา) จะมีต่อมที่เรียกว่าต่อมบาร์โทลินอยู่
ทำหน้าที่ผลิตน้ำหล่อลื่นออกมาเวลาที่เกิดอารมณ์ปรารถนาทางเพศขึ้น
ในช่องคลอดของผู้หญิงนั้น จะมีลักษณะเป็นลูกคลื่นเป็นลอนๆ
เพื่อช่วยให้การขับถ่ายเอาตกขาวที่เกิดจากการหลุดลอกตัวของผิวหนังที่ปกคลุมช่องคลอดอยู่
ร่วมกับน้ำเมือกต่างๆ ออกมา ตกขาวของผู้หญิงนั้น เป็นเรื่องปกติธรรมดา ถ้ามีลักษณะเป็นสีขาวขุ่น
ไม่มีกลิ่นและไม่มีอาการระคายเคือง ตกขาวดังกล่าวจะมีมากขึ้นในช่วงเวลาที่ใกล้จะมีรอบเดือน
หลังจากรอบเดือนผ่านไป ตกขาวจะมีลักษณะใสๆ และมีน้อยลง จากนั้นก็จะมีเมือกใสๆ
ออกมาเพิ่มมากขึ้นในช่วงกลางของรอบเดือนเมื่อมีการตกไข่
ส่วนที่ลึกที่สุดของช่องคลอดของผู้หญิงจะต่อเนื่องกับปากมดลูก ที่จะเป็นทางเชื่อมต่อเข้าสู่โพรงมดลูก
ท่อนำไข่ และช่องท้องส่วนอุ้งเชิงกราน ปากมดลูกนี้ จะเปิดขยายแล้วมีน้ำมูกออกมามาก
ในวันที่มีการตกไข่ช่วงกลางของรอบเดือน เพื่อให้ตัวอสุจิสามารถแหวกว่าย
เข้าไปภายในโพรงมดลูกได้ง่ายขึ้นถ้ามีเพศสัมพันธ์ในวันดังกล่าวในสุภาพสตรีสาวโสด
หรือไม่ได้มีเพศสัมพันธ์ในช่วงเวลาดังกล่าวก็จะไม่เกิดการตั้งครรภ์
และเมื่อเวลาที่มีประจำเดือนออกมาจากการหลุดลอกตัวของเยื่อบุโพรงมดลูก
ปากมดลูกก็จะเปิดออกอีกครั้ง เพื่อให้เลือดประจำเดือนไหลออกมาจากโพรงมดลูกเข้าสู่ช่องคลอด
และออกสู่ภายนอก เป็นช่วงเวลาที่สุขอนามัยของอวัยวะเพศหญิงจะอ่อนแอ
และถ้าไม่รักษาความสะอาดให้ดีอาจเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียจากภายนอก
รุกรานผ่านปากมดลูกที่เปิดขยาย และมีเลือดประจำเดือนเป็นอาหารที่ดีของแบคทีเรีย
จนเกิดการแพร่พันธุ์ แล้วทำให้เกิดการอักเสบติดเชื้อของมดลูกและปีกมดลูกได้
ช่วงเวลาที่มีประจำเดือน จึงเป็นช่วงเวลาที่ผู้หญิงจะต้องรู้จักการทำความสะอาดอวัยวะเพศอย่างถูกวิธี
เป็นการป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ถ้าไม่ดูแลรักษาความสะอาด
อย่างไรก็ตาม ภายในช่องคลอดของผู้หญิงนั้น จะมีแบคทีเรียที่เป็นมิตรต่อมนุษย์อาศัยอยู่
มีชื่อว่า 'แลคโตแบซิลลัส' แบคทีเรียชนิดนี้ จะทำหน้าที่เหมือนทหารยาม
คอยปกป้องไม่ให้เชื้อโรคจากภายนอกรุกรานเข้าไปทำอันตราย
โดยการปรับสภาพแวดล้อมภายในช่องคลอดให้เป็นกรดอ่อนๆ
โดยมีค่าความเป็นกรดด่างอยู่ที่ประมาณ 3.5 ซึ่งเป็นสภาพที่ไม่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของเชื้อรา
หรือเชื้อแบคทีเรียที่เป็นอันตรายอื่นๆ การรับประทานยาปฏิชีวนะที่ออกฤทธิ์ครอบคลุมกว้างเป็นเวลานานๆ
จะไปทำลายแบคทีเรียแลคโตแบซิสลัสที่เป็นมิตรให้หมดไป จนเชื้อโรคประเภทเชื้อราฉวยโอกาส
เข้ามาทำให้เกิดการอักเสบได้ เช่นเดียวกับการสวนล้างช่องคลอดด้วยน้ำหรือน้ำยาฆ่าเชื้อ
นอกจากไม่เกิดประโยชน์แล้ว ยังจะไปทำลายแบคทีเรียที่เป็นมิตรซึ่งทำหน้าที่ป้องกันโรค
ที่อาศัยอยู่ภายในช่องคลอดด้วย
ปกติช่องคลอดของผู้หญิงนั้น รู้จักทำความสะอาดภายในตัวเองอยู่แล้ว
โดยขับออกมาเป็นตกขาว ซึ่งบางครั้งอาจจะมาก บางเวลาก็อาจจะน้อย
การชะล้างเพียงภายนอกให้ตกขาวที่ออกมาเปรอะเปื้อนหมดไป
ก็เป็นการเพียงพอแล้วที่จะรักษาสุขอนามัยของอวัยวะเพศสตรี
แต่การเรียนรู้ที่จะดูแลสุขอนามัยของอวัยวะเพศสตรีนั้น เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์
ที่จะต้องเรียนรู้เพื่อที่จะมีคุณภาพชีวิตที่ดี
ต่อไปนี้ จึงเป็นหลักการและวิธีการที่แนะนำ... เพื่อความสดใสของอวัยวะเพศสตรี
- ขนอ่อนๆ ภายนอกนั้น ธรรมชาติมีไว้นอกจากเพื่อความสวยงามแล้ว ยังช่วยป้องกันไม่ให้กลิ่นต่างๆ
ที่อับชื้นระเหยออกมา จึงไม่ควรที่จะถอนทิ้งหรือดึงเล่นแต่อย่างใด รวมทั้งไม่ควรจะโกน หรือย้อมสีด้วย
จะอนุญาตก็แค่เล็มๆ ตัดแต่งให้สวยงามเท่านั้น
- บริเวณซอกหลืบและรอยพับของกลีบเนื้อ ถ้ามีคราบไคลมาหมักหมม ก็ให้ชะล้างออกด้วยน้ำอุ่นๆ
ถ้าไม่สะอาดหรือหลุดลอกออกยาก การใช้น้ำยาอนามัยหรือโฟมอนามัยเฉพาะที่ที่มีความเป็นกรดด่าง
ใกล้เคียงกับผิวหนังบริเวณดังกล่าว คือประมาณ 5.5 ก็จะช่วยให้มีความรู้สึกว่าสะอาดดีขึ้นได้
การใช้สำลีที่ปลายไม้ชุบน้ำอุ่นๆ ช่วยเช็ด ก็จะทำให้ชะล้างได้สะอาดขึ้น
- ไม่ควรและไม่ต้องสวนล้างช่องคลอด ไม่ว่าจะด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำยาฆ่าเชื้ออย่างเด็ดขาด
เพราะจะไปทำให้สภาพแวดล้อมภายในช่องคลอดเปลี่ยนไป จนอาจเกิดการติดเชื้อได้ง่ายขึ้น
แทนที่จะสะอาด
- ถ้าเป็นไปได้ในการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ต้องการจะให้เกิดการตั้งครรภ์
ควรให้ฝ่ายชายสวมถุงยางอนามัยทุกครั้ง เพราะนอกจากจะสามารถป้องกัน
โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้แล้ว ยังทำให้สะอาด ไม่ต้องหมักหมมจากน้ำอสุจิที่ตกค้าง
อยู่ภายในช่องคลอดด้วย รวมทั้งลดโอกาสการติดเชื้อรา
ซึ่งอาจจะหลงอยู่ภายใต้หนังหุ้มปลายอวัยวะของฝ่ายชาย
ที่อาจจะทำความสะอาดไม่ดีก่อนที่จะมีเพศสัมพันธ์
- หลังจากมีเพศสัมพันธ์ การทำความสะอาดภายนอกก็เป็นการเพียงพอแล้ว
และในกรณีที่ฝ่ายชายหลั่งน้ำอสุจิไว้ภายนอก ควรรีบไปชะล้างด้วยน้ำอุ่นทันทีหลังจากเสร็จภารกิจ
เพื่อทำให้น้ำอสุจิที่เปรอะเปื้อนบริเวณขนอ่อนๆ ได้รับการชะล้างออกไปหมดจนไม่ระคายเคือง
การใช้สบู่ต่างๆ หรือน้ำยาและโฟมทำความสะอาด บางครั้งทำให้การทำความสะอาด สะดวกขึ้น
- ช่วงเวลาที่มีรอบเดือน ควรจะเปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อยๆ อย่ารอจนผ้าอนามัยชุ่มเลือด
แล้วจึงเปลี่ยน เพราะเลือดที่ชุ่มอยู่นั้น อาจจะทำให้ผิวหนังบริเวณปากช่องคลอดเกิดการระคายเคือง
และเป็นผื่นแพ้ได้ง่าย ควรทำความสะอาดอวัยวะเพศอย่างน้อย 2 ครั้ง ในตอนเช้าและเย็น
เพื่อความสะอาด และการใช้ผ้าอนามัยชนิดสอดเพื่อความสะดวกบางประการนั้น
ควรเลือกใช้ชนิดที่สะอาดปลอดภัยได้มาตรฐาน รวมทั้งไม่เก็บผ้าอนามัยไว้ในที่อับชื้น
เช่น ตามซอกตู้ ใต้อ่างน้ำ หรือตามหลืบลิ้นชักเพราะจะทำให้เป็นเชื้อราได้ง่าย
- หลังจากอาบน้ำทำความสะอาดอวัยวะเพศจนรู้สึกสะอาดแล้ว
ควรซับด้วยผ้าเช็ดตัวที่เป็นผ้าฝ้าย100 เปอร์เซ็นต์ที่แห้ง ไม่ควรเช็ดถูอย่างรุนแรง
แค่ซับๆ ก็พอแล้ว และควรจะตากผ้าเช็ดตัวให้แห้งในแสงแดดทุกวัน
ไม่ควรเก็บตากไว้หน้าห้องน้ำ เพราะจะอับชื้นและเป็นเชื้อราได้ง่าย
- กางเกงในหรือชุดชั้นในของสตรีที่อาศัยอยู่ในประเทศที่มีภูมิอากาศร้อนชื้นเช่น ประเทศไทย
ควรจะเป็นผ้าฝ้ายที่มีเนื้อผ้าบางเบา อากาศถ่ายเทสะดวก เป็นการลดความอับชื้นของอวัยวะเพศ
และควรจะซักแล้วตากให้โดนแสงแดดก่อนนำมาใช้ เพราะจะช่วยฆ่าเชื้อราได้ ถ้าไม่สะดวก
อย่างน้อยก็จะต้องใช้ความร้อนรีดทับให้แห้งสนิทก่อนนำไปเก็บไว้ใช้งาน
- ...รวมทั้งไม่ควรจะให้คนอื่นยืมเอาไปใช้ ถ้าจะให้ก็ให้ไปเลย
ทั้งหมดนั้น เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขอนามัยของอวัยวะเพศสตรี
ที่ผู้หญิงสมัยใหม่ที่ฉลาดๆ ทั้งหลายจำเป็นจะต้องใส่ใจเรียนรู้ และปฏิบัติอย่างถูกต้องเพื่อความสะอาด
ถูกสุขอนามัย และไม่เจ็บป่วยเป็นโรคภัยไข้เจ็บใดๆ ที่ไม่จำเป็น
เพราะเป็นการรักษาสุขอนามัยของ...ของรักของหวง
ที่เป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็น...สุภาพสตรี
(update 12 กุมภาพันธ์ 2004)
[ ที่มา...
เนชั่นสุดสัปดาห์ ปีที่ 13 ฉบับที่ 609 วันที่ 2 - 8 ก.พ. 2547 ]
|