กล่าวกันว่า ชายหญิงนั้นแม้ว่าธรรมชาติจะสร้างมาให้คู่กันและพึ่งพาอาศัยกัน
แต่สิ่งที่ธรรมชาติให้มาก็คือ...ความแตกต่าง การจะมีชีวิตคู่อย่างมีความสุข
และยืนยาวนั้นจึงต้องมีทั้งศาสตร์และศิลป!!
มีวิทยาศาสตร์ที่จะเรียนรู้ว่า เพศชายและเพศหญิงมีความเหมือนและแตกต่างกันอย่างไร...
ทำไมจึงเป็นแบบนี้
และมีศิลปศาสตร์ที่จะประยุกต์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ของความเหมือนที่แตกต่างดังกล่าว
เพื่อที่จะทำให้การใช้ชีวิตร่วมกันเป็นไปอย่างราบรื่น และเป็นสุข
การเรียนรู้ ผู้ชาย... และเข้าใจผู้หญิง จึงเป็นศาสตร์และศิลปที่ต้องรู้และควรรู้เป็นอย่างยิ่ง
การเรียนรู้จากความผิดพลาดในการใช้ชีวิตร่วมกันและพยายามร่วมแรงร่วมใจกันแก้ปัญหานั้น
แม้ว่าจะเป็นทางออกทฤษฎีที่ถูกต้องและเป็นจริงรวมทั้งสามารถนำมาปฏิบัติได้
แต่การเรียนรู้จากความผิดพลาดของผู้อื่นและเตรียมตัวไว้ก่อนน่าจะเป็นวิธีการที่ดีกว่าและเหมาะสมกว่า
เพราะเป็นที่แน่นอนว่า รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครา
นอกจากนี้การเรียนรู้เคล็ดลับที่จะผูกใจของเพศตรงข้ามนั้นก็เป็นศิลปที่ไม่สามารถจะมองข้ามไปได้
ผู้หญิงที่ฉลาดๆ และมีความสุขทุกคนจึงเป็นผู้หญิงที่เข้าใจจุดอ่อน จุดแข็งของ
ผู้ชายและสามารถนำมาใช้เป็นประโยชน์ในการมีชีวิตคู่ร่วมกันอย่างเป็นสุข
ปราชญ์ในยุคโบราณกล่าวว่า แท้จริงแล้ว ผู้ชายนั้นเกิดมาต้องการผู้หญิงในชีวิตของเขา... 3 คน
คนแรก ... เพื่อที่จะเป็นแม่ของลูก
คนที่สอง ... เพื่อที่จะเป็นคนปลอบอกปลอบใจ ยามผิดหวัง
คนที่สาม ... เพื่อที่จะมีเพศสัมพันธ์กับเขาในรูปแบบที่ทำให้เกิดความสุขสมร่วมกัน
และเมื่อเขามีเธอครบทั้งสามคนแล้ว... เขาก็จะไม่ไปแสวงหาใครอีก
ทำอย่างไร จึงจะหลอมผู้หญิงทั้งสามคน...อยู่ในหนึ่งเดียวที่เป็นนางในดวงใจ
สุภาพสตรีในฝันของเขา จึงเป็นสิ่งที่ผู้หญิงจะต้องพยายามเข้าใจและเรียนรู้
เพราะถ้าเป็นแค่คนใดคนหนึ่งของเขา แน่นอนว่าเขาก็จะต้องไปหาให้ครบตามสัญชาติญาณ
ของความเป็นชายที่ธรรมชาติให้มา... และไม่มีทางใดที่จะต่อรองได้
ลองอ่านบทสนทนาของผู้หญิงสองคนที่มีครอบครัวที่อบอุ่น
และมีความรักความผูกพันจนเกิดความสุขในการมีชีวิตครอบครัวดูว่า
พวกเธอมีเคล็ดลับอะไรบ้างเผื่อที่จะเป็นประโยชน์ในการครองรักครองเรือนและครองคู่ของคุณบ้าง
...ส่วนจะเชื่อ หรือทำตามหรือไม่นั้นเป็นสิทธิส่วนตัวที่ไม่สามารถจะมีผู้ใดไปล่วงละเมิดได้
" เออนี่ ท่าทางเธอมีความสุขจังเลย ได้ข่าวว่าสามีพอเลิกงานก็กลับบ้านเลยมีทีเด็ดเคล็ดลับอะไรจ๊ะ
ที่เรียกสามีกลับบ้านได้โดยไม่เถลไถลไปไหน"
" เธอไม่รู้หรอกหรือว่า ผู้ชายนั้นน่ะส่วนใหญ่แล้วพวกเขาชอบความสงบร่มเย็นที่ใด
ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายหายเครียดจากการทำงานแล้วละก็ เขาก็จะไปอยู่ที่นั้น ไม่ยากเลยใช่ไหม
ที่จะทำให้บ้านช่องของเราสะอาดสะอ้าน ร่มเย็นด้วยสวนที่มีต้นไม้งอกงาม
นอกจากนี้สีหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใสของทุกๆ คนที่รอคอยอยู่ ไม่ว่าจะเป็นลูกหรือภรรยา
ก็เป็นเสมือนน้ำทิพย์ที่จะชดลมใจของเขาให้ชุ่มชื่นจากการงานที่หนักหนา รู้ไหมว่า
ผู้ชายทั้งหลายที่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานน่ะมีหลังบ้านที่อบอุ่น ร่มเย็น เสมอ
จำไว้เลยนะเธอว่าอย่าเอาเรื่องหนักอกหนักใจอะไร หรือเรื่องหลักๆ น้อยๆ
ที่ไม่เป็นเรื่องไปคอยถามกวนใจเขาตอนเขากลับบ้าน เท่านี้แหละบ้านก็เป็นสวรรค์น้อยๆ ที่รอเขาอยู่แล้ว"
" จริงๆ เลย เธอผู้หญิงเราจะมีจุดอ่อนที่ชอบเล่าเรื่องบ้าบอคอแตกที่ไม่เป็นประโยชน์ให้สามีฟัง
พอเขาไม่สนใจก็ยิ่งโกรธ ไม่พอใจ และทำกริยาอาการต่างๆ นานาที่แสนจะน่าเบื่อ บอกตรงๆ เลยนะว่า
ไอ้ละครทางโทรทัศน์ที่ไม่ประเทืองปัญญาบางเรื่องนั้นน่ะไม่ได้เป็นตัวอย่างที่ดี
ของผู้หญิงเราเลยที่จะให้เลียนแบบ"
" ได้ข่าวว่าเธอมีทีเด็ดเคล็ดลับมากกว่านั้นไม่ใช่หรือ เพราะเธอเคยบอกว่า
เขาของเธอคนนั้นแสนจะโรแมนติก"
" ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกนะจ๊ะ แต่ผู้หญิงเราต้องเข้าใจผู้ชายของเราเหมือนกันว่า
บางเรื่องบางราวนั้นเขาคิดคนละอย่างกับเรา ผู้หญิงน่ะเมื่อรักก็อยากจะใกล้ชิดอยากอยู่ใกล้คนที่เรารัก
ส่วนผู้ชายนั้นน่ะ เมื่อรักใครแล้วก็อยากจะสัมผัส เพราะฉะนั้นเวลาเขาทำท่าทางจะมากอดรัดสัมผัสเรา
แทนที่จะทำท่าทางเบื่อหน่ายก็ควรจะพออกพอใจที่เขายังคงรักษาและอยากจะสัมผัสเราเสมอๆ
จริงๆ นะเพื่อนๆ ผู้ชายเขาพูดกันเป็นประจำว่า ภรรยาที่บ้านไม่อยากให้เขาสัมผัสเลย
บ่ายเบี่ยงต่างๆ นานาจนพวกเขาเบื่อ ไอ้เรานะพอสามีมากอดก็เกิดความสุขใจขึ้นอย่าประหลาด
และก็ไม่ได้หมายความว่าที่เขามากอดมาสัมผัสเรานั้นเขาจะมาชวนเราไปทำรักกันสักหน่อย
ผู้หญิงทั่วๆ ไปชอบระแวงแบบนี้นะเลยทำให้ความสุขในชีวิตลดลงไป"
" แล้วเขาไม่ชวนเธอทำอะไรแบบนั้นบ้างเลยหรือ"
" ใครบอกล่ะ เรามีอะไรกันบ่อยๆ สม่ำเสมอ ไม่ใช่เพราะเขาอยากนะแต่เป็นเพราะเราใจตรงกัน
และก็มีความสุขสมร่วมกันทุกครั้ง จริงๆ นะเธอฉันไม่เคยรู้สึกอึดอัดขับข้องใจเลย เวลาที่เขาขอร่วมรัก
กลับมีความภาคภูมิใจแบบประหลาดๆ ด้วยว่าเราอายุขนาดนี้แล้ว อยู่กันมานานขนาดนี้แล้ว
เขาก็ยังคงอยากที่จะทำรักเราอยู่"
" เรื่องนี้ฉันเห็นด้วยกับเธอนะ เพราะแม้ว่าบางครั้งฉันจะเหนื่อยๆ เพลียๆ มาจากงาน
และยังมีงานคั่งค้างที่จะต้องทำอีก แต่พอเขาทำท่าทางอยากจะมีอะไรด้วย ก็โอเคเขาทุกที
ขนาดบางทีตัวเองไม่ได้มีอารมณ์มากนัก พอเห็นท่าทางที่เขามีความสุขเวลาได้ร่วมรักกับเรา
ความเหนื่อยความเพลียก็หายไปราวกับปลิดทิ้ง เหลือแต่ความสุขที่ได้เป็นของเขา"
" เหมือนฉันเลย ที่ฉันติดใจมากที่สุดก็คือ พอเขามีความสุขแล้ว เขาจะขอบคุณฉันทุกครั้งนะ
มันทำให้รู้สึกว่าที่เรามอบให้เขานั้นมันเป็นสิ่งที่เขารู้สึกถึงความดีของเราที่เป็นทั้งแม่บ้าน ภรรยา
รวมทั้งอะไรต่อมิอะไรที่เขาอยากให้เป็น"
" เชื่อไหมเธอ ผู้ชายนั้นพลังจากความสุขสมในห้วงเวลานั้นผ่านไปแล้วเขาจะกลายเป็นคนน่ารัก
พูดจาไพเราะอ่อนหวานนุ่มนวลขึ้นมาทันทีเลย อยากได้อะไรบอกเขาไปตอนนั้นเขาจะไม่ปฏิเสธเลย"
" เพราะฉะนั้น ถึงเราจะเหนื่อยแต่ถ้าเขาขอก็อย่าปฏิเสธไปตรงๆ ให้เสียน้ำใจ
หาทางอื่นเช่นชวนกันอาบน้ำก่อน ไม่ว่าจะเป็นการอาบน้ำอุ่นในอ่างน้ำด้วยกัน
หรือจะแค่อาบจากผักบัวก็ใช้ได้ เคยคิดนะว่าที่จริงตักน้ำจากตุ่มมาอาบให้กันก็ไม่เลวนะ
พอทำแบบนั้นแล้วผู้หญิงเราก็จะผ่อนคลายลงและเกิดอารมณ์พิศวาสได้ง่ายขึ้น ไม่เชื่อเธอลองทำดู"
" แต่ฉันว่าเคล็ดลับที่สามีบอกว่าฉันนี้เป็นผู้หญิงในฝันของเขาก็คือ
เขาว่าฉันเป็นคนมีอารมณ์ขันนะ เป็นคนมองโลกในแง่ดีมากๆ
เพราะผู้หญิงส่วนใหญ่ชอบสื่อสารกับคนอื่นในทางลบ ส่วนฉันนั้นพยายามคิดในทางบวก ในทางที่ดี
และเมื่อคิดถึงคนของเราในทางที่ดีแล้ว เราก็จะมีความสุขและมองโลกในแง่ขำขัน"
" จริงๆ เลยเธอ ไม่ว่าเรื่องราวอะไรจะร้ายแรงแค่ไหน ถ้าได้หัวเราะให้แก่กันแล้ว
เรื่องใหญ่ๆ ก็จะกลายเป็นเรื่องเล็กๆ ไปหมด"
หัวเราะจึงเป็นยาวิเศษ... ที่จะทำให้ชีวิตคู่ยืนยาว
วันนี้... คุณหัวเราะพร้อมกันแล้วหรือยัง??
(update 10 พฤษภาคม 2004)
[ ที่มา...
เนชั่นสุดสัปดาห์ ปีที่ 13 ฉบับที่ 620 วันที่ 19 - 25 เม.ย. 2547 ]
|