มีคนพูดกันถึงเรือรักเรือสำราญกันบ่อยมากขึ้นในระยะนี้ รวมทั้งโอกาสที่จะได้ลงในเรือสำราญท่องนทีนั้นก็มีมากขึ้นด้วยเช่นกัน
และเดี๋ยวนี้กลายเป็นเรื่องฮิตติดอันดับไปแล้ว ที่หนุ่มๆ สาวๆ ไม่ว่าจะหนุ่มน้อย หรือสาวใหญ่
นิยมที่จะไปฮันนีมูนกันในเรือสำราญตั้งแต่ลำย่อมๆ จนถึงลำขนาดมหึมา เป็นว่าเล่น
มีทั้งเรือที่ล่องในลำน้ำเจ้าพระยา เรือที่ล่องในอ่าวไทย และเรือที่ล่องมหาสมุทรทั่วโลก
กล่าวกันว่าการได้เริงรักโดยมีบทพิศวาสในเรือสำราญที่โคลงเคลงไปมาตามคลื่น ให้บรรยากาศที่สุดแสนจะโรแมนติก
รวมทั้งตื่นเต้นสุดที่จะพรรณา ไม่มีทางที่จะรับรู้สัมผัสรักที่แปลกใหม่นี้ได้เลย ถ้าไม่หาโอกาสไปลองทำกันดู
ใครที่เคยเสร็จสมอารมณ์หมายท่ามกลางบรรยากาศที่แปลกใหม่แบบนี้ มักจะบอกว่า... ครั้งเดียวไม่มีทางพอ
ต้องมีอีก!! แบบว่า...ครั้งเดียวไม่เคยพอ นั่นแหละ
เรื่องที่จะเขียนให้อ่านนี้ จึงเป็นเรื่องของเรือ...กับความรักในรูปแบบต่างๆ ที่มีคนพูดถึงกัน
เพราะมักจะมีคำเปรียบเปรยเสมอๆ ว่า การมีชีวิตคู่นั้น เหมือนกับการลงเรือลำเดียวกัน
ต้องช่วยเหลือเกื้อกูลกันและพยายามทุกวิถีทางที่จะนำพาเอาชีวิตคู่ไปยังจุดหมายปลายทางที่ใฝ่ฝันเอาไว้
ไม่ว่านาวารักจะเจอพายุร้ายมรสุมอย่างไรก็ต้องช่วยกันฟันฝ่าไปจนกว่าจะพบกับความสำเร็จ
มีคำเปรียบเปรยว่า ถึงเรือกับความรักหลายเรื่อง เช่น ...ผู้ชายพายเรือ ผู้หญิงยิงเรือ แต่บางคนอาจจะเถียงว่า
ที่จริงแล้วน่าจะเป็นผู้ชายพายเรือ และผู้หญิงชิงเรือ เสียมากกว่า ไม่ว่าผู้หญิงจะชิงเรือ หรือยิงเรือ
ก็มีความหมายใกล้กันแทบทั้งสิ้น คือผู้ชายจะต้องเป็นคนพายเรือมาเสนอตัวให้ผู้หญิงเป็นคนเลือก
เลือกว่าจะยิงเรือหรือจะชิงเรือของคนอื่นมาเป็นสมบัติของตนก็ตาม ผู้หญิงมักจะเป็นคนที่ตัดสินใจเสมอๆ
ว่าจะเลือกไว้พิจารณาหรือไม่ และบางทีก็ต้องแย่งกันชิงเรือให้ได้เพราะมีน้อย
...จึงมีคำกล่าวเปรียบเปรยอีกเช่นกันว่า ผู้หญิงเหมือนท่าเทียบเรือ ตอนแรกก็มักจะมีเรือบดมาเทียบ
ตอนยังเป็นวัยรุ่นอยู่ ถ้าฉลาดปล่อยให้เรือบดผ่านไป และท่าเทียบเรือยังคงว่าง ไม่นานเรือหางยาวที่มีเครื่องยนต์ก็คงจะมาเทียบ
และถ้าปล่อยให้ผ่านไปอีก ก็น่าจะมี เรือเร็วเครื่องเจ็ทมาเทียบ ตามมาด้วยเรือสำราญ
ผู้หญิงที่เก่งๆ ฉลาดๆ จึงต้องรู้จักปล่อยให้เรือที่ไม่สลัดสำคัญผ่านไปจากชีวิต ไม่ให้มีมลทินระคายเคือง
เก็บท่าเรือไว้คอยเรือรักเรือสำราญมาเทียบ เมื่อเรือสำราญมาเทียบแล้ว ต้องไม่ปล่อยให้หลุดลอยออกจากท่าไปอย่างเด็ดขาด
เพราะถ้าเรือสำราญผ่านไปแล้ว ก็คงจะมีแค่ผู้ชายว่ายน้ำมาเท่านั้นเอง โดยไม่มีเรือที่ดีกว่ามาเทียบท่า... จริงไหม ?
การเปลี่ยนจาก 'แห้ว' ให้เป็น 'สมหวัง' จึงเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ที่จะต้องเรียนรู้ และผู้หญิงที่ฉลาดในความรัก
รอคอยโอกาสที่จะมาถึง และเมื่อโอกาสมาถึง ก็ต้องฉวยโอกาสไม่ให้ผ่านเลยไป เนื่องจากอาจจะไม่มีโอกาสดังกล่าวเป็นครั้งที่สอง
นอกจากนี้ ผู้หญิงที่ฉลาดเป็นพิเศษ จะรู้จักการสร้างโอกาสให้มีมากขึ้นด้วย
'รอโอกาส...ฉวยโอกาส...สร้างโอกาส' ให้ตนเองในเรื่องของความรัก
จึงเป็นสิ่งที่ผู้หญิงทุกคนที่อยากจะมีคู่ต้องเรียนรู้ เพราะเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ที่สำคัญที่สุดในชีวิต
เช่นเดียวกับการร่วมรัก หลังจากหาใครคนนั้นพบแล้ว!!
การร่วมรักก็เหมือนกับการลงเรือฝ่าคลื่นลม เพื่อที่จะไปให้ถึงฝั่งฝัน
จึงจำเป็นจะต้องอาศัยการร่วมมือกันทั้งหญิงและชาย ที่จะต้องช่วยกันโต้
ช่วยกันพาย รู้จักท่วงท่าลีลารัก มีจังหวะจะโคนของการเคลื่อนไหวให้การเสียดสีสัมผัสรักสอดคล้องกัน
จนสามารถที่จะพานาวารักไปยังฝั่งฝันดังที่หวังและตั้งใจเอาไว้
ผู้ชายหลายคน จึงเปรียบอาวุธประจำกายของเขาเหมือนเรือ และปรมาจารย์ทางเพศศาสตร์ก็มักจะกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า
ขนาดของเรือเดินสมุทรนั้นน่ะ ไม่ได้สำคัญมากเท่าใดหรอก สำคัญอยู่ที่ว่ากัปตันจะสามารถบังคับเรือให้หลุดรอด
พ้นสันดานที่ปากอ่าวเจ้าพระยาออกไปได้ โดยไม่...ล่มปากอ่าวเสียก่อนมากกว่า
แต่เรื่องของเรือกับความรัก สำคัญที่สุดคงจะหนีไม่พ้น... การเหยียบเรือสองแคม
โดยเฉพาะผลการวิจัยของดูเร็กซ์โพลล์ออกมาน่าสนใจว่า ผู้หญิงในวัย 20-35 ปีนั้น มีพฤติกรรมที่นอกใจแฟน
โดยการคบเพื่อนชายมากกว่า 1 คน ในขณะเดียวกันแถมยังปิดบังไม่ให้รู้เสียด้วย
โดยที่มีความสัมพันธ์กับคนหนึ่งที่แสนจะลึกซึ้ง รวมทั้งมีความสัมพันธ์ทางเพศด้วย
และเรียกเพื่อนชายคนนี้ว่าเป็น 'แฟน' ในขณะที่ผู้ชายอีกคนหนึ่งไว้ร่วมรักอย่างเดียว
โดยไม่ให้แฟนรู้ ผู้ชายคนหลังนี้ พวกเธอเรียกว่า 'กิ๊ก' เพราะมีเอาไว้ 'กุ๊กกุ๊ก' อย่างเดียว
ปัญหาที่ตามมาก็คือ การถ่ายทอดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ซึ่งระบาดมากมาย
เพราะพฤติกรรมเสี่ยงดังกล่าว ที่มีการ...เหยียบเรือสองแคม นั่นเอง
แต่ก็ต้องระวังเหมือนกัน เพราะถ้าผู้ชายเขารู้เข้า เขาก็อาจจะโคลงเรือจนเกิดอาการเรือล่มปากอ่าวได้เหมือนกัน
หรือไม่ก็แอบถอยเรือหนีหายไปดื้อๆ
จนไม่เหลือ...เรือให้เหยียบ!!!
เช่นเดียวกับผู้ชายเวลาที่พวกเขาตั้งใจจะลงเรือลำเดียวกับใคร เขาก็คิดเหมือนกันว่า
ความรักของเขาจะยาวนานจนนาวารักและเธอ สามารถที่จะฝ่าฟันอุปสรรคในการใช้ชีวิตคู่ไปได้เนิ่นนานขนาดไหน
...เพราะผู้หญิงเดี๋ยวนี้ ใจไม่เย็นเหมือนก่อน แถมยังมีความสามารถที่จะหาเลี้ยงตนเอง
โดยไม่ต้องพึ่งพาผู้ชายให้เสียเวลาด้วย
เมื่อเป็นแบบนี้ นิสัยที่ไม่ยอมใคร... จึงเริ่มบังเกิดในผู้หญิง
ขณะเดียวกัน พ่อหนุ่มทั้งหลาย... ก็ไม่ยอมใครเช่นกัน
แรกรักทั้งสองฝ่ายก็พยายามใส่หน้ากากที่แสนจะสวยสดงดงามให้เห็น ครั้นตกลงปลงใจอยู่ด้วยกัน
ก็เริ่มถอดหน้ากากออกทีละนิด...ทีละหน่อย
...จนเป็นตัวของตัวเอง!!!
ตอนนั้นแหละ เรือรักเรือสำราญก็เริ่มโคลงเคลง ด้วยแรงโยกของวาทะศิลป์ที่เชือดเฉือนกินใจ
...ต่อจากนั้น เรือก็อาจจะเริ่มวน... เหมือนพายเรือในอ่าง
เพราะคนหนึ่งจะไปทางนั้น ...อีกคนจะไปทางนี้
เรือก็เลย... หยุดอยู่กับที่
รู้แบบนี้แล้ว ตกลงให้ดีว่า ใครจะเป็นเครื่องเรือ ใครจะคุมหางเสือ และพยายามอดทน
อดกลั้น อดออม ถนอมน้ำใจซึ่งกันและกัน
แบบนี้ นาวารัก ...ก็จะวิ่งฉิวแล่นตรงไปยังฝั่งฝันที่ปรารถนาร่วมกัน
...ด้วยดวงใจที่หลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว!!
(update 27 ธันวาคม 2004)
[ ที่มา...
เนชั่นสุดสัปดาห์ ปีที่ 13 ฉบับที่ 653วันที่ 6 - 12 ธ.ค. 2547 ]
|