ไม่นานมานี้ได้มีโอกาสไปกับทีมงานชูรักชูรส เพื่อถ่ายทำรายการ 'เลิฟโบท' หรือ เรือรักเรือสำราญ
โดยมีคู่หนุ่มสาว 5 คู่ ร่วมทีมงานไปท่องเที่ยวในเรือสำราญ 'อันดามัน ปรินซเซส' หรือ เจ้าหญิงแห่งอันดามัน
ซึ่งเป็นเรือสำราญขนาด 5000 ตัน ที่จดทะเบียนเป็นเรือไทย และมีคนไทยไปอุดหนุน
ใช้บริการท่องเที่ยวเป็นประจำสม่ำเสมอ
ลูกเรือทั้งหมดบนเรือสำราญลำนั้นหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส มีอัธยาศัยดี อาหารก็แสนจะเอร็ดอร่อย
ถูกปากคนไทยมากๆ เรียกว่า ประเภทชวนชิมทั้งหลาย นั้นก็ไม่ได้อร่อยมากกว่าเท่าไรนัก
เขียนได้แบบนี้เพราะไม่ได้ไปเป็นครั้งแรก เคยไปมาก่อนแล้วและเมื่อกลับมาใหม่
ความประทับใจก็ยังคงมีเหมือนเดิม จนทราบว่า มีผู้โดยสารบางคณะมาท่องเที่ยว
ตั้งแต่เปิดบริการถึงมากกว่า 40 ครั้งก็มี แน่นอนเขียนไปก็คิดไปว่าถ้ามีโอกาสมาใหม่ก็จะมา
เพราะเหมือนกลับมาบ้าน...
...บรรยากาศ มันเหมือนอยู่ในบ้านจริง!!!
เพราะเมื่อเดือนก่อนก็ได้มีโอกาสไปล่องเรือสำราญในแม่น้ำไนล์ซึ่งใครๆ
ก็บอกว่าแสนจะโรแมนติก เพราะบรรยากาศเย็นๆ ที่มีลมแม่น้ำพัดผ่านในยามค่ำคืน
ที่ไม่มีพระจันทร์บนฟ้านั้นมันทำให้สามารถนอนนับดาวบนฟ้ากับใครสักคนที่เป็นที่รักได้
เพื่อที่จะทำให้ความรักเพิ่มพูนขึ้น
แต่บรรยากาศฝันไม่สนุกสนานรื่นเริงแบบ...ไทยๆ
เพราะพวกฝรั่งนักท่องเที่ยวทั้งหลายนั้นก็มักจะมาเป็นคู่ๆ และก็ไม่ค่อยจะสังสรรค์เฮฮากันเป็นหมู่คณะ
แต่พยายามจะอยู่แบบคู่ใครคู่มัน ทำให้ขาดบรรยากาศแบบไทยๆ ซึ่งมีการโอภาปราศัยกันได้ทั่วทุกคน
โดยเฉพาะเรื่องราวของการเอ็นเตอร์เทนยามค่ำคืนแล้วบรรยากาศของการสนุกสนานแบบไทยๆ
นั้นกินขาดแทบทุกชาติก็ว่าได้
และเรื่องราวที่จะเขียนให้อ่านต่อไปจึงเป็นผลพวงมาจากบรรยากาศของเรือรักเรือสำราญแบบไทยๆ
ของเรานั่นเอง
มีคนถามว่า...
ทำอย่างไรความรักจึงจะหวานชื่นและยืนยาว
รวมทั้งมีความสุขเหมือนได้ลงเรือรักเรือสำราญ
คำตอบก็คือ เป็นเพราะเวลาที่คุณใช้ชีวิตคู่กันนั้นก็เหมอืนกับการได้ลงในเรือลำเดียวกันนั่นเอง
จึงต้องพยายามทำทุกอย่างที่จะทำให้เรือแล่นไปข้างหน้าตรงตามหมายกำหนดการตารางเวลา
รวมทั้งเส้นทางในการเดินเรือ ต้องพยายามหลบหินโสโครกที่คอยจะทำให้เรือรั่วเรือจม
ต้องพยายามที่จะหาทางหลีกเลี่ยงพายุร้าย เช่น แอบเรืออยู่ตามหลังเกาะบ้าง
หยุดจอดเทียบท่าที่ปลอดภัยบ้าง และในยามที่เผชิญกับคลื่นลมพายุในท้องทะเล
ประเภทที่มีมาแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวก็ต้องช่วยกันประคับประคองให้เรือไม่คว่ำล่มจมหายไปในกระแสคลื่น
บางครั้งก็ต้องรู้จักการหันเหหัวเรือตามคลื่นลมไม่ใช่ไปขวางทางคลื่น และในเวลาที่คลื่นลมสงบ
ท้องทะเลสวยงามเป็นสีคราม ท้องฟ้าแจ่มใสก็ลอยเรือในบรรยากาศที่มีความสุขดังกล่าว
ที่จริงชีวิตของคนเรารวมทั้งชีวิตคู่นั้นก็เหมือนกับการล่องเรือนั่นเอง
ต้องมีการเตรียมพร้อมที่จะเผชิญกับสภาวะการณ์ต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นเหมือนฝัน
และต้องเข้าอกเข้าใจกัน ร่วมมือช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ร่วมแรงร่วมใจกันฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ ไปด้วยกัน
...รวมทั้งต้องหาเวลาพักผ่อนด้วยกัน เพราะในช่วงเวลาที่สบายๆ นั้นจะเกิดอารมณ์ที่แจ่มใส
เมื่ออารมณ์แจ่มใส ... ใจก็จะเป็นสุข
เมื่อใจเป็นสุข ... ความรักก็เพิ่มพูนมากขึ้น!!!
ต้องเรียนรู้ว่า ความรักเมื่อเกิดขึ้นแล้ว ไม่ได้หมายความว่าจะต้องดำรงคงอยู่แบบนั้นตลอดไปตราบกัลปาวสาน
แต่เมื่อสามารถมีความรักกับใครสักคนแล้วต้องพยายามรดน้ำพรวนดิน
ต้นรักที่ร่วมแรงร่วมใจกันปลูกจึงจะเจริญเติบตแผ่กิ่งก้านสาขามาให้ความร่มเย็นต่อชีวิตคู่
เคล็ดลับในการครองคู่ที่ยืนยาวจึงเป็น...การต่อเติมเสริมแต่งความรักให้กันตลอดเวลา
ไม่มีความจำเป็นเลยที่จะพูดว่า ฉันรักเธออยู่ตลอดเวลา แต่การกระทำนั้นแทนคำพูดได้ดีกว่ามากนัก
ห่วงใยกัน ช่วยเหลือกัน พูดจากันด้วยคำพูดที่ไพเราะหวานหู สื่อสารถึงกันในทางบวก
ไม่ว่าจะเป็นจากประกายตา ท่าทาง คำพูด
..เท่านั้นและชีวิตคู่ที่มีความรักเป็นเจ้าเรือน ก็จะยืนยาวและมีความสุข เหมือนดังที่หวังและตั้งใจเอาไว้
มีถามต่อไปว่า...
จำเป็นจะต้องมีเซ็กซ์เพื่อที่จะหล่อเลี้ยงความรักไว้ไหม
ถ้ามีอายุมากขึ้น แล้วความต้องการในเรื่องราวแบบนั้นมันลดน้อยถอยลงไปไม่ว่าจะเป็นฝ่ายชายหรือฝ่ายหญิง
รื่องนี้มีคำตอบที่ปรมาจารย์ทางเพศศาสตร์ทั้งหลายมีความเห็นตรงกันว่า
เซ็กซ์นั้นไม่ได้หมายความว่าเป็นกิจกรรมที่เอาอะไรบางอย่าง ใส่เข้าไปในอะไรบางอย่าง
เหมือนที่คนส่วนใหญ่เข้าใจกัน แต่เซ็กซ์นั้นมีความหมายที่ซาบซึ้งและกว้างไกลไปกว่านั้น
เซ็กซ์จึงเป็นสัมผัสรักที่จับต้องได้ เป็นการถ่ายทอดบอกรักกันด้วยภาษากายที่แสนจะซาบซึ้งตรึงตรา
เป็นสัมผัสรักที่ถ่ายทอดผ่านการสัมผัสทางผิวหนัง เป็นสีสันของความรักที่คนสองคนจะสามารถ
ช่วยกันระบายให้เป็นภาพแห่งความฝันที่ตรึงตาตรึงใจ และสามารถที่จะเก็บไว้ฝันในยามที่ห่างไกลกัน
สัมผัสรักที่ถ่ายทอดทางภาษากายนี้เป็นสิ่งที่ทำให้ความรักความผูกพันดำรงคงอยู่
ในบางครั้ง การใช้อวัยวะบางสิ่งใส่เข้าไปอวัยวะบางสิ่ง อาจให้ความสุขที่เรียกว่าจุดสุดยอด
ซึ่งเป็นยอดปรารถนาของคนเราในการร่วมรักกัน แต่ความสุขดังกล่าวนั้นใช้เวลาที่ให้ความสุข
เพียงไม่นานแล้วก็หายไป การมัวแต่หลงติดในความสุขเพียงชั่วครู่ดังกล่าว
จึงทำให้เกิดความหลงมากกว่าความรัก
แต่ถ้าพยายามปรับเปลี่ยนการแสดงความรักผ่านการสัมผัสในรูปแบบอื่น
ไม่ว่าจะเป็นการกอดสัมผัสกันเป็นประจำ การจูบกันอย่างดูดดื่ม หรือแค่การหอมแก้ม
และซอกคอกันก็อาจทำให้เกิดความสุขแล้ว เพราะกลิ่นกายที่โชยออกมาในห้วงเวลาที่มีอารมณ์พิศวาสนั้น
เป็นกลิ่นเสน่หาที่มิรู้ลืมทีเดียว ทำให้สามารถนอนหลับฝันดีในอ้อมกอดของกันและกัน
เมื่อสามารถที่จะนอนหลับและฝันดีได้แล้ว ระบบต่างๆ ของร่างกายก็จะทำงานอย่างเป็นปกติ
เกิดการหลั่งฮอร์โมนแห่งความเป็นหนุ่มสาวออกมา ทำให้เกิดความกระฉับกระเฉง กระชุ่มกระชวย
และเกิดความอิ่มเอิบ ในการมีชีวิตคู่ร่วมกัน
และเมื่อมาถึงคำถามว่า การเดินทางด้วยเรือรักเรือสำราญนั้นทำให้เกิดความสุขได้อย่างไร
เป็นทางเลือกไหมในการดื่มน้ำผั้งพระจันทร์ไม่ว่าจะเป็นครั้งที่เท่าใด
หลายต่อหลายคนบอกว่า การร่วมรักกันในห้องพักบนเรือสำราญที่กำลังโคลงเคลง
ไปตามคลื่นลมในท้องทะเลนั้นให้ความหฤหรรษ และความสุขในรูปแบบที่ยากจะลืมเลือนเลยทีเดียว
ยิ่งถ้าพอมีสตังค์เหลือใช้บ้างแล้วมีห้องพักที่มีอ่างอาบน้ำอุ่นด้วยแล้วละก็
การอาบน้ำร่วมกันนั้นให้บรรยากาศในการโหมโรง ก่อนร่วมรักที่แปลกใหม่และได้ผลเป็นอย่างยิ่ง
แต่การได้เดินทางในเรือรักเรือสำราญนั้นทำให้มีเวลาเป็นส่วนตัวมากขึ้น
เพราะมีห้องพักของตนเองในขณะเดินทางโดยไม่มีใครรบกวน เหมือนการเดินทางโดยรถยนต์
หรือเครื่องบิน ดังนั้นการเดินทางโดยเรือรักเรือสำราญจึงไม่เหนื่อยเป็นส่วนตัวบางเวลา
ทำให้มีโอกาสที่จะอยู่ด้วยกันเป็นส่วนตัวด้วยความรัก
... เป็นวิธีการในการเพิ่มความรักไม่ว่าจะเป็นการดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ครั้งแรก
หรือเป็นการฮันนีมูนครั้งที่เท่าใด
ขอให้ใจตรงกันก็พอ!!
(update 26 มกราคม 2004)
[ ที่มา...
เนชั่นสุดสัปดาห์ ปีที่ 13 ฉบับที่ 606 วันที่ 12 - 18 ม.ค. 2547 ]
|