ความสัมพันธ์ระหว่างสามีภรรยามีสองแนว
คือ แนวตั้งกับแนวนอน
ปัญหาที่เกิดขึ้นในแนวหนึ่งก็กระทบอีกแนวได้ มีผลต่อความยั่งยืนของชีวิตคู่
ถ้าไม่เชื่อก็ดูตัวอย่างจดหมายจากพ่อบ้านรายนี้
" ผมรู้จักกับแฟนโดยการสนับสนุนของผู้ใหญ่สองฝ่าย
เธอเป็นผู้หญิงสวยน่ารัก มารยาทดี ผมจึงแต่งงานกับเธอ โดยไม่คิดว่าการเป็นกุลสตรีของเธอจะก่อปัญหา
เธอเห็นว่าการร่วมเพศก็เพื่อมีลูกเท่านั้น ผมมีความต้องการสัปดาห์ละ 2 ครั้ง
แฟนก็หาว่าผมหมกมุ่นเรื่องนี้มากเกินไป เราประนีประนอมกันว่าจะร่วมรักกันสัปดาห์ละ 1 ครั้ง
เธอก็หาเรื่องบ่ายเบี่ยงตลอด ผมซื้อหนังสือเพศศึกษาให้เธอ เธอไม่ยอมอ่าน
นัดไปพบแพทย์เพื่อปรึกษา เธอก็ว่าผมบ้าที่เอาเรื่องส่วนตัวไปเล่าให้คนอื่นฟัง
ผมขอไปเที่ยวหญิงบริการจะได้ไม่กวนเธอ เธอก็บอกว่ายอมไม่ได้ จับได้จะขอหย่า
หลังๆ ถึงขนาดทะเลาะกันเลย เธอบอกว่าเธอเป็นแม่บ้านที่ดีทุกอย่าง แต่ขอว่าไม่ร่วมรักได้ไหม
แล้วเธอจะทำหน้าที่ภรรยาให้ดีที่สุด ผมไม่รู้จะทำอย่างไรเพราะผมมีความต้องการทางเพศ
และไม่คิดว่าตัวเองหมกมุ่นหรือผิดปกติด้วย ผมทำให้เธอมีความสุขเรื่องนี้ได้ยาก เพราะเธอไม่ร่วมมือ
เวลาทำก็เร่งผมให้เสร็จเร็วๆ เวลาอื่นผมกอดจูบเธอ เธอจะอารมณ์เสีย
เพราะคิดว่าผมกำลังจะขอร่วมเพศ ผมอยากขอคำปรึกษาครับ ผมไม่อยากหย่าภรรยาทั้งๆ ที่เธอดี
แต่มีปัญหาเรื่องเซ็กซ์เรื่องเดียว อย่าแนะนำให้ผมอดทนนะครับ เพราะมันไม่แก้ปัญหาสำหรับผมเลย"
เพราะเรื่อง "เพศสัมพันธ์" ไม่ใช่เรื่องของคนหนึ่งคน สุขด้วยกันมันทั้งคู่
ไม่ใช่อยู่คนเดียวเสียวส่วนตัว
กรณีคู่นี้ การแก้ปัญหาก็ทำไม่ได้โดยผู้ชายฝ่ายเดียว
ถ้าผู้หญิงไม่ให้ความร่วมมือด้วย โอกาสที่สามีภรรยาคู่นี้ต้องแยกทางหย่าร้างกันมีสูงมากเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์
ด้วยเหตุผลสากลที่คนทั่วไปยอมรับได้ คือ "ทัศนคติไม่ตรงกัน" บางคนจึงแปลกใจว่า
ทำไมผัวเมียหลายคู่ดูเหมาะสมกันเหมือนกิ่งทองใบหยก เข้ากันดีเป็นปี่เป็นขลุ่ย
แต่ชีวิตคู่ไปไม่รอด หารู้ไม่ว่าเป็นปัญหาความสัมพันธ์ในแนวนอน
ที่เล่ามานี่ก็เป็นกรณีตัวอย่างของภรรยาแสนดีแต่มีปัญหา "โรครังเกียจการมีเพศสัมพันธ์" (Sexual Aversion Disorder)
เกิดขึ้นจากปมขัดแย้งตั้งแต่วัยเด็ก เช่น การเลี้ยงดูที่สร้างทัศนะให้เกลียดกลัวเรื่องเซ็กซ์
หรือมีประสบการณ์ที่เลวร้ายเกี่ยวกับเรื่องเพศ เป็นปัญหาทางจิตของคุณผู้หญิงอย่างหนึ่ง
ที่พาลทำให้ฝ่ายชายเดือดร้อนเป็นทุกข์ เพราะความกลัวของเธอนำไปสู่การปฏิเสธการร่วมเพศ
ผลก็คือความปรารถนาทางเพศของสามีถูกแปรเปลี่ยนไปเป็นความหงุดหงิดจนถึงเดือดดาล
พาลอยากเลิกหรือต้องหาทางออกที่นอกบ้าน
ผมเคยมีผู้ป่วยหญิงวัย 35 ปีรายหนึ่ง เธอมาด้วยปัญหาอย่างเดียวกัน คือเกลียดกลัวการมีเซ็กซ์
เพราะตั้งแต่วัยเด็ก แม่ซึ่งเป็นครูที่ดุมากและมีปัญหากับสามี สั่งสอนลูกๆ ในบ้านให้เห็นว่า
เรื่องเซ็กซ์เป็นความผิดบาป เธอเริ่มมีอาการมาตั้งแต่อายุ 19 ปี กับสามีคนแรก
มีผลให้ต้องแยกทางกับสามีทุกคนที่เธอรักและร่วมชีวิต จนล่าสุดเธอแต่งงานกับสามีชาวต่างประเทศ
และวางแผนจะไปร่วมชีวิตกันในต่างแดน แต่อาการเดิมเริ่มปรากฏจนสร้างความหนักใจให้ฝ่ายสามี
เธอเคยถามสามีว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่เราจะเป็นสามีภรรยากันโดยไม่ต้องมีเซ็กซ์กัน
คำตอบจากสามีคือ ถ้าเป็นอย่างนั้นผมว่าเราต้องมีปัญหากันแน่นอน
นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้เธอมารับการบำบัดจากจิตแพทย์
เป็นไปได้หรือไม่ว่าคู่สมรสหลายคู่ที่ภรรยาปฏิเสธการมีเซ็กซ์
แต่ยังต้องการรักษาสถานภาพสมรสกันอยู่ เป็นสาเหตุทำให้สามีที่ไม่ใช่ผู้ชายหลายใจ
หรือเจ้าชู้ ต้องไปหากินนอกบ้าน เพราะอาการ "อดอยากแต่ไม่อยากอด"
หลายปีก่อนในการสัมมนาว่าด้วยเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างสามีภรรยา
ชายไทยวัยกลางคนท่านหนึ่งเคยแสดงทัศนคติว่า "เซ็กซ์ในบ้านอิ่มแต่ไม่อร่อย
เซ็กซ์นอกบ้านอร่อยแต่ไม่อิ่ม" ผมฟังแล้วถึงกับอึ้ง ขนแขนสแตนอัพ ขนหัวลุกซุ่ชูชัน
พุทธิปัญญาปรากฏตัวขึ้นอย่างพวยพุ่ง ใช่เลย! เพราะเซ็กซ์ในบ้านไม่อร่อย
ผู้ชายจำนวนมากจึงไปแสวงหาความอร่อยนอกบ้าน แต่ความอร่อยนอกบ้านก็ยังไม่ทำให้อิ่ม
ผู้ชายจึงแสวงหาอยู่ร่ำไป
ทุกวันนี้ การสอนเรื่องเพศศึกษาสำหรับคู่สมรสจึงมุ่งไปที่ จะทำอย่างไรให้ความอิ่ม
และความอร่อยเกิดขึ้นในบ้านของตนเอง โดยที่ไม่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องออกไปหากินนอกบ้าน
หรือแม้แต่ออกไปเปลี่ยนคู่แลกกันกินตามชมรมสวิงกิ้ง
แล้วทำไมเรื่องเพศจึงมีความสำคัญสำหรับผู้ชาย ทั้งๆ ที่ผู้หญิงจำนวนมากก็หวานอมขมกลืน
กับพฤติกรรมทางเพศของสามีที่ไม่อร่อย
เรื่องมันเป็นอย่างนี้ครับ
สำหรับเรื่องเซ็กซ์ผู้ชายกับผู้หญิงไม่เหมือนกันอย่างน้อย 2 อย่าง
ผู้ชายมีเซ็กซ์มากกว่า
แต่ผู้หญิงมีความยับยั้งชั่งใจมากกว่า
สาเหตุที่ผู้ชายมีเซ็กซ์มากกว่าผู้หญิง เป็นปัจจัยทางชีวภาพโดยเฉพาะฮอร์โมนเพศ
ฮอร์โมนเพศหญิงเป็นฮอร์โมนแห่งความรัก แต่ฮอร์โมนเพศชายเป็นฮอร์โมนแห่งเซ็กซ์และความก้าวร้าว
หรือนักจิตวิทยาพูดว่า "ผู้ชายมากจากดาวอังคาร ผู้หญิงมาจากดาวศุกร์" ก็ความหมายเดียวกัน
ดาวอังคารคือเทพเจ้าแห่งสงคราม ดาวศุกร์คือ เทพเจ้าแห่งความรัก
ฮอร์โมนเพศชาย ก็คือ Testosterone ซึ่งผู้ชายมีเยอะกว่า ผู้หญิงก็มีเหมือนกันแต่นิดเดียว
เพราะฉะนั้นโดยภาพรวมส่วนใหญ่แล้วผู้ชายจะมีความต้องการหรือกิจกรรมทางเพศมากกว่าผู้หญิง
เมื่อแต่งงานกันผู้หญิงอาจฝันหวานถึงพิธีวิวาห์แสนหรู แต่ผู้ชายใฝ่ฝันถึงกิจกรรมทางเพศกับเจ้าสาว
จนมีคำกล่าวว่า Sex is the price women pay for marriage. Marriage is the price men pay for sex.
พูดภาษาชาวบ้านว่า ผู้หญิงต้องยอมมีเซ็กซ์กับผู้ชายเพื่อจะได้แต่งงาน
ผู้ชายต้องยอมจัดพิธีแต่งงาน เพื่อจะได้มีเซ็กกับเธอ
เป็นคำพูดที่ดูแรง
คนมองโลกในแง่ร้ายบางคน ถึงกับบอกว่าใบทะเบียนสมรส
คือใบอนุยาตให้สามีข่มขืนได้โดยไม่ผิดกฎหมาย
เรื่องเซ็กซ์จึงสำคัญกับผู้ชายมาก เมื่อไม่สุขสมในบ้าน เลยต้องไปหากินนอกบ้านแต่ในทางกลับกัน
ถ้าฝ่ายหญิงไม่พบความสุขทางเพศในบ้าน จริยธรรมและวัฒนธรรมจะบงการให้เธอต้องจำยอมอดมื้อกินมื้อ
หรือถูกยัดเยียดจนเสียดจุก ยกตัวอย่างจดหมายจากภรรยาคนหนึ่ง
" ดิฉันอายุ 36 ปี แต่งงานมาแล้ว 8 ปีค่ะ
แต่ที่ผ่านมา 8 ปี แฟนจะล่มปากอ่าว หรือไม่ก็พอใส่อวัยวะเพศเข้าไปได้ก็แค่ไม่เกิน 1 นาที
เป็นเช่นนี้มาตลอด ดิฉันก็ทำใจได้ ไม่แสดงอาการอะไรต่อสามี กลัวเขาเสียใจ
ไม่เคยพูดให้เขาเสียความมั่นใจแต่ระยะหลังมานี้ ดิฉันเป็นอะไรไม่ทราบ
มีความต้องการที่รุนแรงมากๆ ทั้งวัน ทรมานมาก สามีก็ไม่สามารถให้ความสุขได้
ดิฉันแทบกรี๊ดทุกครั้งที่สามีหลั่งภายในเวลาอันสั้นมากๆ เช่นนั้น แต่ก็อดทน
แต่ทุกวันนี้ ดิฉันเปลี่ยนไปเพราะอะไรคะ ต้องการใครก็ได้มาตอบสนองความต้องการ
ทั้งที่ไม่เคยเป็นเช่นนี้มาก่อนในชีวิต ดิฉันควบคุมตัวเองแทบไม่อยู่แล้วค่ะ
ดิฉันเป็นอะไรไปค่ะ ช่วยดิฉันด้วย
ไม่อยากเป็นเช่นนี้เลย เดี๋ยวนี้ต้องแอบเล่นเน็ตดูรูปโป๊ อ่านบ้าง ยิ่งเกิดความต้องการมาก
ทำไมนิสัยดิฉันเปลี่ยนไปได้อย่างนี้ ช่วยแนะนำดิฉันด้วยนะคะ ขอบพระคุณค่ะ
ลืมบอกไปว่าสามีดิฉันเสร็จทุกครั้ง และดิฉันก็เอาใจเขาทุกอย่างค่ะ"
รายนี้ไม่เคยมีความสุขทางเพศจากสามี ปัญหาสำคัญคือเธอเองก็ไม่เคยสื่อสารให้สามีรับรู้
เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น นี่ถ้าปัญหานี้เกิดกับผู้ชาย ป่านนี้ก็มีมือที่สามเข้ามาแย่งส่วนแบ่งทางการตลาด
จนถูกยึดกิจการไปแล้ว
ตามสถิติที่ปรากฏ ปัญหานอกใจคู่สมรสเกิดในภรรยาน้อยกว่าสามี
แต่อาจเป็นได้ที่ผู้หญิงอาจคิด "นอกใจ" สามีเป็นประจำ ในขณะที่ผู้ชายจะ "นอกกาย"
ภรรยาเยอะมาก จนต้องมีการรณรงค์เรื่องรักเดียวใจเดียว
และคำขวัญประเภท "รวมกันเราอยู่ แยกกันมึงตาย" จากบรรดาแม่บ้านรัฐมนตรี
ปัญหาสามัญประจำบ้านก็คล้ายๆ กับคำรำพันของสตรีท่านนี้
" แต่งงาน กับสามีมา 6 ปี
ปัจจุบันมีบุตร 1 คน อายุ 3 ปี ตั้งแต่มีบุตร มีเพศสัมพันธ์กับสามีน้อยมาก
และสามีมักจะอารมณ์ไม่ดีเวลาอยู่ที่บ้าน คอยต่อว่าเรื่องต่างๆ อยู่ประจำ และทราบว่าเขาไปมีสัมพันธ์อีก
แต่คราวนี้เขาไม่ยอมพูดหรืออธิบายอะไรเลย อยากจะถามว่าจะทำอย่างไร
เพราะยังอยากจะรักษาครอบครัวเหมือนเดิม เนื่องจากสงสารลูก
แต่ไม่อยากมีเพศสัมพันธ์กับสามีอีกเลย เพราะรู้สึกไม่ดีกับเขามากๆ
ความเชื่อมั่นในตัวเขามันสูญหายไปแล้ว"
บางทีเซ็กซ์ที่บ้านก็อิ่มและอร่อยอยู่แล้ว แต่ผู้ชายอาจกินจุมูมมาม หรือชอบ "เปิบพิสดาร"
ความทุกข์หนักใจก็แบกไว้กับฝ่ายหญิง
ถ้ารัฐบาลมีโครงการ "หนึ่งสามี หนึ่งภรรยา" เมื่อไหร่ เพศศึกษาฉบับผู้ใหญ่ก็คงได้บูมกันอีกครั้ง
บางคนอาจคิดว่า เรื่องเพศไม่สำคัญ แต่ก็ต้องระวังอย่าให้เกิดปัญหาในอนาคต
เพราะเหตุการณ์บางอย่างก็เกิดขึ้นแบบไม่ได้ตั้งตัว เราอาจคาดไม่ถึง
ปรุงแต่งรสชาติให้อร่อย ดื่มกันซึ่งกันและกัน เพราะเพศสัมพันธ์คือการแสดงความรัก
ด้วยภาษากายที่ลึกซึ้งที่สุดเท่าที่มนุษย์สองคนจะกระทำต่อกันได้ หาใช่การใช้ร่างกายของอีกฝ่าย
เพื่อปลดเปลื้องความใคร่ของตนเอง
(update 9 มกราคม 2004)
[ ที่มา..
นิตยสารรักลูก ปีที่ 21 ฉบับที่ 244 พฤษภาคม 2546 ]
|