ความสับสนที่เพิ่งเคยได้ยินมา


เพราะสังคมของพวกเรา "กลัว" การพูดถึง "เซ็กซ์" อย่างซื่อสัตย์และตรงไปตรงมา

บ่อยครั้งเราจึงไม่รู้ว่าสารพัดเรื่องเกี่ยวกับ "ความสัมพันธ์ทางเพศ" ที่ได้ยิน ที่คนนั้นพูดทีคนนี้พูดที "เป็นเรื่องจริงแน่หรือ" หรือ "น่าเชื่อถือได้หรือไม่" กันแน่ เกิดความสับสนและไม่แน่ใจ ดังตัวอย่างเช่น "เรื่องสับสน" ที่ได้ยินจนเบื่อเหล่านี้ ใช่ที่คุณเพิ่งได้ยินมาเมื่อไม่นานนี้หรือไม่

สับสน : การสำเร็จความใคร่ด้วยตนเอง (มาสเตอร์เบชั่น) ทำให้ตาบอดได้ เป็นหมัน ขนขึ้นหยุบหยับ
ความจริง : การทำมาสเตอร์เบชั่นเป็นรูปแบบของวิธีการผ่อนคลายทางเพศที่ปลอดภัยที่สุด บางครั้งก็สนุกและได้รับความสุขที่สุดด้วย เนื่องจากการมีความสัมพันธ์ทางเพศกับคนอื่น เป็นเรื่องระหว่างคนสองคน คุณต้องมีปฏิสัมพันธ์กับอีกบุคคล ซึ่งต่างฝ่ายต่างไม่ทราบรสนิยม ความพึงพอใจ หรือความต้องการแบบไหนที่แต่ละฝ่ายชอบ
ดังนั้น "การทำด้วยตัวเอง"จึงเป็นการตอบสนองความต้องการของตัวเองได้อย่างเต็มที่รูปแบบหนึ่ง โดยไม่ต้องง้อหรือเอาอกเอาใจใคร นอกจากทำไปตามความพอใจของตัวเอง

สับสน : "เกย์" และ "ไบเซ็กซ์ช่วล" เป็นคนไม่ปกติ พวกเขาเป็นพวกกามวิปริต
ความจริง : การเป็นเกย์ เลสเบี้ยน ไบเซ็กซ์ช่วล "ไม่ใช่ความผิด"แต่อย่างใด ประชากรบนโลกนับล้านคนก็เป็นกัน
เพียงแต่พวกเขานิยมที่จะมีความสัมพันธ์ทางเพศกับคนเพศเดียวกัน หรือมีความสัมพันธ์ได้กับทั้งสองเพศ
ตราบใดที่คนสองคนสามารถตอบสนองความพึงพอใจทางเพศร่วมกันได้อย่างสมบูรณ์ และด้วยความยินยอมพร้อมใจ ความสัมพันธ์ทางเพศของพวกเขาก็ไม่ใช่กามวิปริต
ความจริงแล้ว คุณอาจไม่ทราบมาก่อนเลยก็ได้จนถึงวันนี้ ว่าเพื่อนคุณบางคน ญาติหรือแม้แต่คนในครอบครัว ครู แพทย์ที่เคยไปหา หรือแม้แต่เพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียง พวกเขาอาจมีพฤติกรรมรักร่วมเพศก็ได้

สับสน : ผู้ชายมีความต้องการทางเพศมากกว่าผู้หญิง ผู้หญิงที่ชอบเซ็กซ์คือผู้หญิงมั่วโลกีย์
ความจริง : โลกแห่งความเป็นจริงมีอยู่ว่า มนุษย์ทุกคน -ไม่ว่าชายหรือหญิง- ที่ยังอยู่ในวัยเจริญพันธุ์และมีความปกติทั้งทางร่างกายและจิตใจ ล้วนมีความต้องการทางเพศ
การมีความสุขทางเพศเป็นเรื่องปกติที่สมบูรณ์แบบของการดำเนินชีวิต
ผู้หญิงก็มีสิทธิ "ชอบ" หรือ "ได้รับ" ความสุขทางเพศเช่นเดียวกัน
ความสุขทางเพศกับพฤติกรรมสำส่อนเป็นคนละเรื่องกัน

สับสน : "เลสเบี้ยน" ไม่จำเป็นต้องกังวลหรือคำนึงถึงวิธี "การมีเซ็กซ์อย่างปลอดภัย"
ความจริง : ผู้หญิงสามารถส่งผ่าน "โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์" และ "เชื้อเอชไอวี" ไปสู่ผู้หญิงคนที่เธอมีเซ็กซ์ด้วยได้เช่นกัน และหากผู้หญิงคนนั้นไปมีความสัมพันธ์ทางเพศแบบที่ "ไม่ได้ระวังป้องกัน" กับผู้ชาย โรคนั้นก็ส่งผ่านไปยังผู้ชายคนนั้นได้เช่นกัน

สับสน : คุณจะ "ไม่เป็น" โรคเอดส์ ถ้าคุณเป็นคนรักเดียวใจเดียวกับคู่รัก หรือคุณทั้งสองคนมีความซื่อสัตย์ซึ่งกันและกัน หรือคุณทั้งคนต่างคิดว่าตัวเองไม่ใช่กลุ่มเสี่ยงด้วยกันทั้งคู่
ความจริง : การมีความสัมพันธ์ทางเพศแบบปลอดภัย (เซฟเซ็กซ์-safe sex) เท่านั้น ที่จะช่วยป้องกันตัวคุณจากโรคเอดส์
ความสัมพันธ์ผัวเดียวเมียเดียว ชีวิตการแต่งงาน การควบคุมโรคติดต่อทางเพศด้วยการกินยา ไม่สามารถเป็นวิธีที่ป้องกันได้ร้อยเปอร์เซ็นต์
เนื่องจากเราจะมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ได้อย่างไร ว่าเราหรือคู่รักจะไม่ "เผลอ" หรืออาจรับเชื้อจากทางใดทางหนึ่งโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์
"เซฟเซ็กซ์" เท่านั้นที่จะช่วยป้องกันได้

สับสน : คุณสามารถมองออกด้วยสายตาได้ ว่าคนที่เดินเหินอยู่ตามท้องถนน ใครเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หรือมีเชื้อเอชไอวี หรือเป็นโรคเอดส์
ความจริง : วิธีเดียวที่จะรู้ได้ว่า "ตัวคุณเอง" หรือ "ใครคนอื่น" เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ มีเชื้อเอชไอวี หรือเป็นโรคเอดส์ หรือไม่นั้น ต้องทำการทดสอบทางการแพทย์เท่านั้น
คุณไม่สามารถระบุได้เองหรือสรุปเอาเองจากการมอง ว่าใคร "มีสุขภาพดี" หรือ "สุขภาพไม่ดี" จากรูปลักษณ์ภายนอกของเขา

สับสน : เราไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับโรคเอดส์อีกต่อไป เพราะ "ยาตัวใหม่" สามารถรักษาโรคนี้ได้
ความจริง : "ยาตัวใหม่" สามารถช่วยเหลือผู้ป่วยโรคเอดส์ให้ "มีชีวิตที่ดีขึ้น" และ "มีชีวิตที่ยืนยาวขึ้น"
แต่ "ยาตัวใหม่"นี้ ยังไม่สามารถรักษาโรคเอดส์ให้หายได้
มากไปกว่านั้น ยาตัวใหม่นี้ก็ใช่ว่าจะใช้ได้ผลกับคนทุกคน

(update 22 กรกฎาคม 2004)
[ ที่มา... กรุงเทพวันอาทิตย์ ปีที่16 ฉบับที่ 5861 วันอาทิตย์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2547 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600