เรื่องของความรักต่างวัยในยุคนี้ ดูเป็นเรื่องธรรมดาไปเสียแล้ว ในอดีตเวลาคนพูดถึงประโยคที่ว่า...
โคแก่กินหญ้าอ่อน... ทุกคนก็มักจะมุ่งประเด็นไปที่หนุ่มสูงวัยจีบสาวเอ๊าะๆ และก็มักจะคิดไปในทางที่ไม่ดี
ทั้งๆ ที่ก็เป็นเรื่องปกติธรรมดา และเป็นสิทธิส่วนบุคคลที่พึงกระทำได้
...เคยคิดกันบ้างไหมว่า สังคมเราไม่ก้าวก่ายในเรื่องส่วนตัวของบุคคลมากไป
หลายต่อหลายครั้งสังคมล่วงละเมิดสิทธิทางเพศของผู้อื่นโดยไม่รู้ตัว...
...โดยเฉพาะสิทธิมนุษยชน ซึ่งถือเป็นสิทธิขั้นมูลฐานของมนุษยชาติ ที่จะรัก...และถูกรัก
เพราะรักนั้น... ไม่มีพรมแดน ไม่มีศาสนา
แม้นใครบุญญา... ได้ครองกันมา
พรหมลิขิตพาชื่นใจ
ในยุคโลกาภิวัตน์นี้... การยอมรับในสิทธิส่วนบุคคลจักทำให้สังคมราบรื่น และสงบสันติขึ้น
กลับมากล่าวถึงรักต่างวัยกันบ้าง... ในยุคสมัยนี้ เชยไปแล้วสำหรับรักของหนุ่มใหญ่กับสาวน้อย
เดี๋ยวนี้เขาต้องพูดกันถึง... รักของสาวใหญ่กับหนุ่มน้อย!!!
มีปรากฏการณ์เป็นข่าวมากขึ้นทุกขณะว่า เดี๋ยวนี้รสนิยมของสาวๆ โดยเฉพาะสาวใหญ่ทั้งหลาย
มักจะนิยมมีแฟนหนุ่ม...
ในทางทฤษฎีแล้วก็น่าจะดีนะ ...ถ้ามองโลกในแง่ดี
เพราะการมีชีวิตของคนเรานั้น... ผู้หญิงอาจจะแก่ง่ายและตายยากจริงในอดีต
แต่เดี๋ยวนี้ ... ผู้หญิงแก่ยากและตายช้าด้วย
จริงๆ นะ ... จะบอกให้
เพราะตามสถิติล่าสุดเก่าที่มีการสำรวจอายุขัยของคนเรานั้น พบว่า
ผู้ชายเสียชีวิตก่อนผู้หญิงประมาณ 7 ปี
...7 ปีแห่งความแตกต่าง
ในอดีตเคยมีสูตรสำเร็จในการเลือกคู่ของหญิงสาวว่า ต้องเลือกแต่งงานกับผู้ชายที่อาวุโสกว่าอย่างน้อยก็ 7 ปี
จะได้ครองรักครองเรือนได้อย่างมีความสุข ถ้าขืนใช้สูตรนี้ผลก็คือ ผู้หญิงจะต้องเป็นม่ายไปประมาณ (7+7) 14 ปี
ทีเดียวเชียวนะ
ขนาดแต่งงานกับเพื่อนที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกัน ก็ยังอาจต้องตกเป็นพุ่มม่าย
เพราะสามีเสียชีวิตไปก่อน 7 ปี โดยเฉลี่ย
เพราะฉะนั้นถ้าจะสาบานรักว่า... เราสองจะครองรักกันจนกว่าจะจากโลกใบนี้ไปพร้อมๆ กันแล้ว
ผู้หญิงต้องใช้สูตรเลือกคู่ยุคใหม่ คือต้องหาแฟนให้อายุน้อยกว่าประมาณ 7 ปี จะได้ตายพร้อมกัน
เคียงคู่กัน ตามอายุขัยเฉลี่ยของตนเรา
เอาเป็นว่า ถ้าคิดในแง่ของอายุขัยเฉลี่ยแล้ว การที่ผู้หญิงสูงวัยจะจีบหรือถูกจีบโดยหนุ่มน้อยนั้น
เป็นเรื่องที่ยอมรับได้
เรื่องนี้ ดอกเตอร์เจนนิเฟอร์ เบอร์แมน ผู้อำนวยการศูนย์การแพทย์เฉพาะสตรีของมหาวิทยาลัย
ยูซีแอลเอ แห่งประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ให้เหตุผลในเรื่องของการที่ผู้หญิงสูงวัยเกิดรักกับหนุ่มน้อยไว้น่าฟังว่า...
" เวลาที่คบกับคนที่อายุน้อยกว่านั้น ผู้หญิงจะรู้สึกว่าตัวเองมีอำนาจมากขึ้น กระปรี้กระเปร่า
และมีชีวิตชีวามากขึ้น รู้สึกว่าตัวเองเด็กลง และสามารถที่จะใช้ชีวิตได้ในทุกรูปแบบ
ไม่ใช่เฉพาะแค่ที่ทำงาน แต่หมายถึงบางสิ่งบางอย่างที่เกิดขึ้นในห้องนอนด้วย"
และเธอก็แสดงให้เห็นว่าคำพูดและความเห็นของเธอน่าจะเป็นจริง โดยเฉพาะมีสามีที่อายุน้อยกว่า 4 ปี
เรียกว่า พิสูจน์ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติเลย...
มาลองดูประสบการณ์ตรงจากสาวใหญ่ทั้งหลาย ที่เล่าให้ฟังขณะคบกับหนุ่มน้อยบ้างจะดีไหม
" ดีแน่นอนค่ะ เวลาที่เราคบกับผู้ชายที่อายุน้อยกว่า เราจะรู้สึกปลอดภัย รู้ว่าเขาจะต้องเอาใจเรา
พวกเขาแสนจะโรแมนติก สนใจที่จะแสดงความรักกับผู้หญิงในหลายๆ รูปแบบ และแทบจะตลอดเวลา
มันทำให้เรารู้สึกว่ามีคุณค่า และเป็นที่ต้องการของเขา"
" เรื่องเซ็กซ์น่ะไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญอะไรหรอกค่ะ หลายต่อหลายคนชอบมีอคติว่า
ที่ผู้หญิงสูงวัยจะคบกับชายหนุ่มน้อยนั้น เป็นเพราะต้องการจะมีเซ็กซ์บ่อยๆ
เป็นความคิดของพวกในกะลาจริงๆ เลยนะคะ ที่จริงเราต้องการความรักมากกว่า
และหนุ่มๆ พวกนี้ก็สามารถให้ความรักเราในรูปแบบที่เราปรารถนาได้
แล้วเราก็ยอมมีเซ็กซ์กับเขาเพราะเรารักเขา ผลที่ออกมามันก็เลยลงตัว
ทำให้แฮปปี้สุดๆ กันทั้งสองคน"
" เวลาพูดคุยกับคนที่อายุน้อยกว่านะคะ มันทำให้ชีวิตมีความหมายมากขึ้น
เพราะพวกเขามีตาเป็นประกาย บ่งบอกว่ามีความสุขที่ได้ใช้ชีวิตคู่กับเรา
เดี๋ยวนี้คิดว่าการที่เราจะแคร์สังคมมากไปก็ไม่ถูกต้องเหมือนกัน สังคมจะต้องมองดูคนรอบข้างในทางบวกบ้าง
หัดมองคนร่วมสังคมในแง่ดีกันบ้าง แต่ก็ยอมรับเหมือนกันนะคะว่า เวลาเดินไปไหนก็เป็นเป้าสายตาของคนรอบข้าง
ใหม่ๆ ก็ไม่ค่อยชิน แต่แฟนเขาดี ให้กำลังใจ และแสดงออกให้คนรอบข้างเห็นว่ารักเรา
เดี๋ยวนี้ก็เดินชอปปิงในห้างสรรพสินค้าได้อย่างสบายใจ โดยไม่ต้องสนใจสายตาของใครแล้ว"
" ที่จริงการมีเซ็กซ์กับหนุ่มรุ่นน้องนี่ จะว่าไปก็น่าตื่นเต้นดีนะคะ เพราะไม่รู้ว่าเขาต้องการอย่างไร
เพราะเขามักจะมีจินตนาการแปลกๆ อยากลองทำแบบโน้นแบบนี้ แล้วก็จะชวนเราลองทำ
ตามประสาผู้หญิง ใหม่ๆ ก็ค่อนข้างกลัว แต่เขาเอาใจดีมาก และทำกับเราอย่างทะนุถนอม
เดี๋ยวนี้อะไรอย่างไหนก็โอเคค่ะ"
แม้ว่าสถิติของสาวใหญ่กับหนุ่มน้อยที่มีชีวิตคู่กัน ในประเทศไทยยังไม่เป็นที่เปิดเผย
แต่ถ้าจะลองมาดู สถิติจากประเทศตะวันตกแล้วก็จะพบว่า ประเทศอังกฤษนั้นผู้หญิงที่แต่งงานกับผู้ชายอายุน้อยกว่า
เพิ่มเป็น 2 เท่า ตั้งแต่ ค.ศ.1960 เป็นต้นมา โดยสัดส่วนของเจ้าสาวสูงวัยกับเจ้าบ่าวหนุ่มน้อยที่มีอายุห่างกันมากกว่า 6 ปีนั้น
ใน ค.ศ.1963 มีเพียง 3 เปอร์เซ็นต์ แต่ตัวเลขดังกล่าวในปี ค.ศ.1998 เพิ่มเป็น 7 เปอร์เซ็นต์ทีเดียว
และเมื่อดูสัดส่วนโดยรวมแล้วพบว่า ผู้หญิงที่แต่งงานกับผู้ชายอายุน้อยกว่า
เพิ่มจาก 15 เปอร์เซ็นต์ เป็น 26 เปอร์เซ็นต์
เรื่องนี้สำนักข่าวบีบีซี นิวส์ ของอังกฤษ สรุปว่าสถิติดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า
ชาวอังกฤษให้ความสำคัญกับสถานะทางสังคมน้อยลง แต่เริ่มหันมาเลือกคู่เพื่อสนองเป้าหมาย
และความต้องการของตนเองเพิ่มขึ้น
...เป็นเพราะพรมแดนและวัฒนธรรม รวมทั้งความเชื่อเก่าๆ ที่ขวางกั้นอยู่ได้ถูกทำลายหายไป
อายุจึงไม่ใช่อุปสรรคของความรักอีกต่อไป
และในยุคที่โลกไร้พรมแดนแบบนี้...
...รวมทั้งสิทธิที่เท่าเทียมกันของทั้งหญิงและชาย
เราคงจะได้เห็นสาวใหญ่...กับหนุ่มน้อย รักกันและครองรักครองเรือนกันอย่างมีความสุขมาก
โดยไม่ต้องแคร์ต่อสายตาของคนรอบข้าง
...เพราะเรารักกัน เราจึงมาพบกัน เกิดความรัก และต้องการใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน
ชีวิตคู่นั้นเริ่มจากคนสองคนที่รักกัน ผูกพันกัน เข้าใจกัน ไว้ใจกัน เคารพนับถือซึ่งกันและกัน
และให้อภัยกันในความผิดพลาดของแต่ละคน
ในความรักนั้น... ไม่มีความเห็นแก่ตัว
ความรักไม่เลือกที่จะเกิด ไม่ว่าในคนต่างวัย คนต่างศาสนา คนต่างวัฒนธรรม
เพราะความรักนั้น... เป็นรากฐานของมนุษยชาติ!
และความรักเป็น...นิรันดร์
(update 8 เมษายน 2004)
[ ที่มา...
เนชั่นสุดสัปดาห์ ปีที่ 13 ฉบับที่ 616 วันที่ 22 - 28 มี.ค. 2547 ]
|