กล่าวกันว่า ผู้ชายนั้น เกิดมาเพื่อเป็นนักเดินทาง
และมีความต้องการที่จะเดินทางไปแสวงหาดินแดนใหม่ๆ อยู่เสมอ
ความรู้สึกของการท้าทายอยากผจญภัยออกไปยังดินแดนใหม่ๆ ในความฝัน
เป็นสิ่งที่อยู่ภายในจิตใต้สำนึกโดยไม่รู้ตัว
...และยากที่ผู้หญิงส่วนใหญ่จะรู้!!!
นั่นจึงทำให้เกิดปัญหาของการใช้ชีวิตคู่ร่วมกันระหว่างชายหญิงโดยไม่รู้ตัว
ถ้าทั้งสองฝ่ายไม่รู้จักการเรียนรู้ผู้ชาย... และเข้าใจผู้หญิง จากนั้นก็พยายามที่จะพบกันครึ่งทาง
ด้วยความรัก ความผูกพัน และ...ความเข้าใจ
เขียนบทความนี้ในห้องพักที่รีสอร์ต ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก
และกำลังจะเป็นเจ้าภาพในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว ในปี ค.ศ.2010
และที่นี่ก็คือ... 'วิสท์เลอร์' บนถนนสาย 99 ซึ่งเป็นถนนเชื่อมทะเลและภูเขาเข้าหากัน
เป็นแหล่งเล่นสกีที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของทวีปอเมริกาเหนือ
และเป็นสถานที่เล่นกอล์ฟระดับโลกในฤดูร้อน เป็นรีสอร์ตที่ผู้คนในดินแดนแถบนี้ใฝ่ฝันว่า
สักครั้งหนึ่งในชีวิตจะต้องขึ้นมาให้ถึงรีสอร์ตแห่งนี้
...นั่นเป็นสิ่งที่มนุษย์แสวงหาอย่างหนึ่ง ความท้าทายที่จะได้เลื่อนไถลลงมาจากยอดเขาสูง
ที่มีหิมะขาวสะอาดปกคลุมอยู่ เป็นความท้าทายที่ทำให้เลือดฉีดแรงและกล้ามเนื้อต่างๆ
ตึงกระชับขึ้นมาตามสัญชาตญาณของการแสวงหาของแปลกใหม่ และเป็นสัญชาตญาณลึกๆ
ของผู้ชายแทบจะทุกคน ถ้าสามารถจะทำได้
เช่นเดียวกับผู้หญิงอีกกลุ่มหนึ่ง ที่มีสัญชาตญาณของการแสวงหาของแปลกใหม่เช่นกัน
และเป็นความแปลกใหม่ที่ท้าทาย... ซึ่งยากที่จะห้ามปราม
การเดินทางและการท้าทายที่จะแสวงหาสิ่งแปลกใหม่
จึงเป็นเรื่องที่อยู่คู่กับมนุษยชาติมาช้านาน และจะยังอยู่ต่อไปอีกนานเท่านาน
ผู้ชายแทบทุกคนจึงมักจะเป็นนักผจญภัย และหวังว่าจะไปยังดินแดนแปลกใหม่ที่ไม่เคยมีใครไปมาก่อน...
เช่นเดียวกับกัปตันสป็อคแห่งยานเอ็นเตอร์ไพรส์ ในนวนิยายบรรลือโลกเรื่อง 'สตาร์เทรค'
ใครที่เป็นแฟนของหนังเรื่องยาวต่อเนื่องเป็นตอนๆ เรื่องนี้
จึงเข้าใจในปรัชญาของกัปตันแห่งยานเอ็นเตอร์ไพรส์ ที่มีว่า "ข้าฯ...จะไปยังดินแดนที่ไม่เคยมีใครไปมาก่อน"
และนั่นเป็นปรัชญาที่นักจิตวิทยาทั้งหลายบอกว่า เป็นลักษณะของผู้ชายอย่างที่แยกกันไม่ออก
...ผู้ชายจึงอยากจะเป็นคนแรกของผู้หญิงที่เขาอยากจะใช้ชีวิตคู่ด้วยเสมอ
ด้วยสัญชาตญาณของผู้แสวงหาดังกล่าวนั่นเอง
ขณะเดียวกันเขาก็อยากที่จะแสวงหาบางสิ่งบางอย่างที่แปลกใหม่ในชีวิตด้วยเช่นกัน
ผู้หญิงที่ฉลาดๆ จึงพยายามทำตัวให้เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ไม่ซ้ำซากจำเจกับการแต่งตัว
ท่าทาง การพูดจา ฯลฯ แบบเดิมๆ รวมทั้งบทบาทท่วงท่าลีลาพิศวาส ที่สามารถจะมัดใจผู้ชายส่วนใหญ่ไว้ได้ด้วย
ใครไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า...
ความรักเป็นจุดเริ่มต้นของการใช้ชีวิตคู่ แต่บทพิศวาสที่น่าเบื่อน่าจะเป็นเหตุผลหนึ่ง
ที่ทำให้ชีวิตคู่ต้องล่มสลาย ด้วยคำพูดที่ว่า 'เราไปด้วยกันไม่ได้' เพราะจากการวิจัยแล้ว
มักจะพบว่า กามารมณ์ที่สุขสมจะทำให้เกิดความรู้สึกสุขสมร่วมกัน
จนเป็นความผูกพันบางสิ่งบางอย่างที่ยากจะบอกกล่าวออกมาให้ใครฟังได้
ในขณะที่ผู้ชายเกิดมาเป็นนักแสวงหา แต่ผู้หญิงกลับเป็นผู้สร้าง...
และถ้าใครได้ดูภาพยนตร์สตาร์เทรค ฉบับโรงใหญ่ตอนแรก ซึ่งเป็นตอนที่ยานวอเยจเจอร์ 6
ที่สร้างขึ้นในยุค 300 ปี ก่อนที่จะถึงยุคของสตาร์เทรค ได้เดินทางหลุดเข้าไปในหลุมดำ
และออกไปยังอีกด้านหนึ่งของจักรวาล เพื่อที่จะรวบรวมข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับจักรวาล
ในอันที่จะนำกลับมาสู่โลกอีกครั้ง ยัง 'ผู้สร้าง' ...ผู้ให้กำเนิดยานวอเยจเจอร์ 6 ขึ้นมา
เหมือนกับผู้ชายที่บางครั้งเดินทางแสวงหาไปทั่ว ตามประสาของนักเดินทาง
แต่หลังจากเกี่ยวเก็บประสบการณ์ต่างๆ แล้ว ก็มักจะบ่ายหน้ากลับบ้านนอก... 'ตายรัง' เสมอๆ
ผู้หญิง จึงเปรียบเสมือน 'ผู้สร้าง' ในขณะที่ผู้ชายเปรียบเสมือน 'ผู้แสวงหา'
และเมื่อยานวอเยจเจอร์ได้พบกับตัวแทนของผู้สร้างแล้ว ก็หลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว
เป็นการหลอมรวมกันด้วยหลักการและจินตนาการ ในการที่จะก่อให้เกิดบางสิ่งบางอย่างที่เป็นจุดกำเนิดของจักรวาล
เพราะยานวอเยจเจอร์เป็นเครื่องยนต์กลไกมีแต่หลักการ แต่ไม่ได้จินตนาการที่เพริดแพร้ว
หรือที่รู้จักกันในชื่อว่า 'อีคิว' อันได้แก่ ความฉลาดทางอารมณ์ ซึ่งสามารถที่จะใช้ในการดำเนินการทุกอย่าง
ให้ลุล่วงไปได้ด้วยดีและมีประสิทธิภาพสูงสุด
ยานวอเยจเจอร์ จึงเปรียบได้กับผู้ชายซึ่งเป็นในเรื่องของ 'หลักการ' ในขณะที่ผู้สร้างเปรียบได้กับ
'จินตนาการ' หรือผู้หญิง การหลอมรวมกันระหว่างชายหญิงด้วยหลักการ และจินตนาการ
...จึงสามารถที่จะหยุดการแสวงหาลงได้ เช่นเดียวกับเรื่องยานวอเยจเจอร์เดินทางกลับมาพบ 'ผู้สร้าง'
ผู้หญิงนั้นเกิดมาเป็นผู้สร้างอยู่แล้ว ด้วยพลังอำนาจของฮอร์โมนเพศหญิง...
ฮอร์โมนแห่งความเป็นมรดก ฮอร์โมนแห่งความรักที่จะเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ความเมตตากรุณาต่อคนที่ใกล้ชิด
และถ้ารู้จักหยุดยั้งจุดอ่อนที่สำคัญ อันได้แก่ การเป็นผู้ทำลายด้วยอารมณ์อันรุนแรงที่ปราศจากการยับยั้งชั่งใจแล้ว
ผู้หญิงคนนั้นก็จะเป็น 'ผู้สร้าง' ที่ 'ผู้แสวงหา' จะต้องหยุดลงที่เธอ โดยไม่ปรารถนาที่จะเดินทางไปแสวงหาอะไรใหม่อีก
...นอกจากเดินทางร่วมไปกับ 'เธอ' ผู้เป็น 'ผู้สร้าง' ของ 'ผู้แสวงหา'
นั่นจึงเป็นปรัชญาในการครองชีวิตคู่ ที่ได้มาจากการเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมากกว่าหมื่นกิโลเมตร
ไปยังดินแดนในฝัน ดินแดนหนึ่งที่ปรารถนาโดยที่ 'ผู้สร้าง' เป็นผู้สนับสนุนการเดินทาง
และก็ถึงเวลาแล้วที่ 'ผู้แสวงหา' จะเดินทางกลับไปหา 'ผู้สร้าง' ...
ใครที่อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ยังไม่ค่อยจะเข้าอกเข้าใจ น่าจะหาเวลากลับไปอ่านอีกครั้ง
ตั้งแต่ต้น... เพราะเขียนให้อ่านด้วยใจที่อยากจะให้ชายหญิงที่อยู่ร่วมกัน
ด้วยความรักความสมัครสมานสามัคคี พยายามที่จะเรียนรู้ในกันและกัน
ในความต้องการที่แตกต่างของกัน และยอมรับในความแตกต่างดังกล่าว
พร้อมที่จะมีชีวิตคู่ร่วมกันด้วยความสุขสมจากการเข้าใจกัน
จำไว้เสมอๆ ว่า ผู้ชายที่ดีๆ ทั้งหลายนั้น เขาอยากจะอยู่คู่กับผู้หญิงของเขาเป็นคนสุดท้ายเสมอ
ถ้าเธอ 'ผู้สร้าง' เข้าใจในความเป็นชายของเขา ที่ในบางครั้งก็เป็น 'ผู้แสวงหา'
และเขาที่เป็น 'ผู้แสวงหา' ก็จะต้องพยายามเข้าใจในความเป็นคนหัวอนุรักษ์นิยม
ตามแบบฉบับของผู้หญิงที่เป็น 'ผู้สร้าง' ด้วยว่า ถ้าเขาอยากที่จะแสวงหาอะไรที่แปลกใหม่ในชีวิตแล้ว
เขาควรที่จะแสวงหาจนครบถ้วนกระบวนความ เช่นเดียวกับยานวอเยจเจอร์
ที่หลังจากเดินทางแสวงหามาทั่วจักรวาลแล้ว ก็เดินทางมาหลอมรวมกับผู้สร้างเป็นอันดับสุดท้าย
ในวันที่จะร่วมเดินทางไปในมิติใหม่... เช่นเดียวกับชีวิตคู่ ที่ผู้หญิงทุกคนอยากจะเป็นผู้สร้าง
ที่เป็นคนสุดท้ายในชีวิตของผู้ชายเท่านั้น
ผู้หญิงนั้นรักใครยาก และเมื่อตกลงปลงใจกับชายคนใดแล้ว
เธอก็จะรักเขาคนเดียวตลอดไปจนกว่าเธอจะคิดว่าเขาไม่รักเธอ
...เช่นเดียวกับที่ผู้ชาย อยากจะเป็นคนแรกของผู้หญิงคนสุดท้ายของเขา
เพราะเขาแสวงหามามากแล้ว เพื่อจะค้นให้พบว่า ใครสมควรที่จะเป็น 'ผู้สร้าง' ของเขา
ผู้ที่จะสร้างความฝันให้เป็นความจริง ในอันที่จะหลอมรวมกันเพื่อให้เกิดบางสิ่งบางอย่าง
ที่เป็น 'พยานรัก' ออกมาเป็นโซ่ทองคล้องชีวิตร่วมกัน
และสามารถเดินทางไปด้วยกันในทุกหนทุกแห่ง ด้วยความรักความผูกพันความเข้าใจ...
จนกว่าวันนั้นจะมาถึง
(update 7 มิถุนายน 2004)
[ ที่มา...
เนชั่นสุดสัปดาห์ ปีที่ 12 ฉบับที่ 592 วันที่ 6 - 12 ต.ค. 2546 ]
|