เมื่อถึงเวลาความหนุ่มมาเยือน


สุภาษิตจีนกล่าวว่า... เมื่อถึงเวลาดอกไม้ก็บาน
เช่นเดียวกับความเป็นหนุ่มเป็นสาว... เมื่อถึงเวลาก็ต้องแตกหนุ่มแตกสาว

เป็นปัญหาน้องๆ วัยรุ่นผู้ชาย เมื่อฮอร์โมนเพศชายเริ่มจะสูบฉีดไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ที่มีส่วนสัมพันธ์กับความเป็นชาย จนเกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ จนไม่แน่ใจว่าการตอบสนองต่อการปรับเปลี่ยนนั้นๆ จะเป็นไปตามปกติหรือเปล่า

เพราะเมื่อความเป็นหนุ่มเริ่มมาเยือน หลายสิ่งหลายอย่างก็เริ่มเปลี่ยนแปลง แม้ว่าความเปลี่ยนแปลงจะเป็นนิจนิรันดร แต่ความกังวลใจก็ย่อมจะมีไม่มากก็น้อย

ทำอย่างไร จึงจะเตรียมตัวรับมือกับความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอย่างเข้าใจและปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงอย่างมีสติ เพื่อที่จะได้ตอบสนองต่อบางอารมณ์ของจิตใจให้เป็นไปในแนวทางที่ถูกต้องและดีงามต่อวัฒนธรรมแบบไทยๆ

เรื่องนี้ การเตรียมตัวที่ดีย่อมมีชัยไปกว่าครึ่ง... จริงไหม


เกิดอะไรเมื่อเข้าสู่วัยหนุ่ม...???

เมื่อแรกรุ่นแตกหนุ่มแตกสาวนั้น ระบบการเจริญพันธุ์จะเริ่มทำงานในผู้ชายหนุ่มน้อยทั้งหลาย ลูกอัณฑะจะเริ่มทำการผลิตฮอร์โมนเพศชายที่เรียกว่า เทสโทสเตอโรนออกมา และบางส่วนในลูกอัณฑะจะเริ่มทำการผลิตเซลล์สืบพันธุ์ที่เรียกว่า 'ตัวอสุจิ' ออกมา ด้วยการกระตุ้นของฮอร์โมนจากต่อมใต้สมองและจากฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนร่วมกัน

การสร้างฮอร์โมนเพศชายที่เรียกว่า เทสโทสเตอโรน จะมีการผลิตเป็นส่วนใหญ่ในเวลากลางคืน ขณะที่นอนหลับสนิท และปริมาณฮอร์โมนเพศชายจะได้ระดับสูงสุดในตอนเช้า เวลาประมาณตีห้าถึงเจ็ดนาฬิกา แน่นอน เมื่อตื่นขึ้นมา หนุ่มน้อยที่มีปริมาณฮอร์โมนเพศชายเต็มเปี่ยมจะเกิดอาการที่ชาวบ้านเรียกว่า... น้องชายตื่นขึ้นมาเคารพธงชาติ เป็นปรากฏการณ์ที่อวัยวะเพศชายเกิดการแข็งตัวในตอนเช้า

ด้วยเหตุนี้ การที่หนุ่มๆ เกิดการแข็งตัวของอวัยวะเพศในตอนเช้า จึงเป็นการบ่งบอกว่า มีการสร้างฮอร์โมนเพศชาย และมีการสร้างในปริมาณที่สูงในตอนเช้า ด้วย เพราะฉะนั้นไม่ต้องตกใจนะครับ น้องๆ ถ้าน้องชายจะตื่นนอนขึ้นมาในตอนเช้า และไปปัสสาวะด้วยกัน

แต่ถ้าของใครเคยตื่นมาก่อน แล้วตอนหลังซบเซา ก็แสดงว่าการผลิตฮอร์โมนเพศชายลดลงแล้ว อาจเป็นเพราะว่านอนหลับพักผ่อนน้อยไป หรือเครียด ทำงานหนัก เรียนหนังสือหนัก จนไม่มีเวลาพักผ่อนในตอนกลางคืน ก็เป็นได้

จำไว้ว่า การนอนหลับพักผ่อนเวลากลางวันอาจจะช่วยให้หายอ่อนเพลีย แต่ไม่ได้ทำให้ปริมาณของฮอร์โมนเพศชายดี เพราะในตอนกลางวัน มีการสร้างฮอร์โมนเพศชายน้อยมาก

ขณะเดียวกัน เมื่ออัณฑะเริ่มมีการผลิตฮอร์โมนเพศชาย อีกส่วนหนึ่งก็จะเริ่มการผลิตตัวอสุจิ กระบวนการผลิตตัวอสุจิใช้เวลาในการผลิตจนครบวงจรในท่อการผลิตที่ขดๆ งอๆ อยู่ในลูกอัณฑะเป็นเวลาประมาณ 72-74 วัน โดยในระหว่างเวลาดังกล่าวที่กระบวนการผลิตตัวอสุจิกำลังดำเนินอยู่ ตัวอสุจิที่ได้รับการเสริมเติมแต่งในท่อการผลิตก็เคลื่อนไปเรื่อยๆ ไปเก็บในต่อมเก็บตัวอสุจิ และมีการเติมตัวอสุจิรุ่นใหม่ตลอดเวลา

แน่นอน ต่อมเก็บตัวอสุจิย่อมมีวันเต็ม... แต่ร่างกายของคนเรานั้นฉลาดนัก

พอใกล้ๆ จะเต็ม ต่อมดังกล่าวก็จะบีบตัวเอาน้ำอสุจิส่วนหนึ่งออกมาในตอนกลางคืน ขณะที่เจ้าของร่างกายกำลังนิทราเข้าสู่ภวังค์ เขาก็จะเคลิ้มและฝันไปถึงสิ่งวาบหวามที่ประสบมา แล้วฝันถึง จนเกิดการหลั่งน้ำอสุจิออกมาในขณะที่นอนหลับ ที่เรียกกันว่า 'ฝันเปียก'

ด้วยเหตุนี้ การเกิด 'ฝันเปียก' จึงเป็นการแสดงออกของการแตกหนุ่มที่สังเกตได้ในอันดับแรกๆ นอกจากเสียงที่เริ่มจะห้าวขึ้นแล้ว

จึงไม่ต้องกังวลไป ถ้าจะเกิด...ฝันเปียก!!


อารมณ์เพศมาจากไหน ?

พอเริ่มมีฮอร์โมนเพศชาย ความรู้สึกต่อเพศตรงข้ามที่เป็นผู้หญิงก็เริ่มเปลี่ยนไป แทนที่จะมองเห็นแค่ว่าสวยอย่างเดียว เริ่มเกิดความรู้สึกแปลกๆ ที่ไม่เคยมีมาก่อน และเมื่อเกิดความรู้สึกดังกล่าวแล้ว อวัยวะเพศชายก็เริ่มมีปฏิกริยา บางครั้งก็ตึงๆ เคล็ดๆ บางครั้งก็เสียวๆ สบายๆ บอกไม่ถูก รวมทั้งเกิดอาการเคล็ดบริเวณลูกอัณฑะทั้งสองข้าง... นั่นแหละครับ เขาเรียกว่า การตอบสนองทางเพศในแบบเริ่มต้น

ต่อมาก็อาจจะมีน้ำใสๆ เหนียวๆ ออกมาทางปลายเปิดของท่อปัสสาวะ ลื่นๆ ไม่มีกลิ่นอะไร พอเจ้าตัวเห็นน้องชายตึงๆ เคล็ดๆ ก็จับต้อง ปรากฏว่า เจ้าหนูน้อยก็ตื่นตัวขึ้นมาเป็นมังกรผงาด

ใจที่กล้าๆ กลัวๆ ก็ลองจับแล้วขยับดู ไม่นานก็ปรากฏว่า มีน้ำข้นๆ สีขาวกลิ่นเหมือนไข่ขาวที่มีกลิ่นจัดๆ คาวๆ ไหลออกมาทางปลายท่อปัสสาวะ พร้อมเกิดอาการเสียวสบายตามมา

...เป็นอันว่า รู้จักกับการสุขสมด้วยตนเองไปโดยไม่รู้ตัว ตามธรรมชาติของการเจริญพันธุ์

แต่ก็ทำให้เจ้าของร่างกายในวัยหนุ่ม เกิดความสุขสบายบางอย่าง ซึ่งทำให้ติดอกติดใจที่จะทำใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในขณะที่อีกใจหนึ่งที่ไม่รู้ไม่เข้าใจ ก็เกรงกลัวไปต่างๆ นานา ว่าจะเป็นอะไรไหม จะเกิดอันตรายอะไรกับร่างกายไหม... ด้วยความไม่รู้ เพราะไม่เคยมีใครบอกเล่าให้ฟัง

อยากจะบอกหนุ่มน้อยว่า ธรรมด๊าธรรมดา... ไม่เห็นเป็นอะไรเลย ถ้าไม่หมกมุ่นกับความสุขดังกล่าวจนเกินไปนัก
ทำบ้างแต่พอควร... สุขภาพก็ย่อมดีเป็นธรรมดา


ขจัดข่าวลือ...ขจัดจุดอ่อน

จุดอ่อนของหนุ่มน้อยวัยรุ่นเมื่อความหนุ่มมาเยือนก็คือ ใจหนึ่งก็อยากทำใจ ใจหนึ่งก็กลัว ในเรื่องของการช่วยเหลือตัวเอง เมื่อเกิดอารมณ์เพศตามธรรมชาติ

เอาละ มาดูกันก่อนว่า สิทธิทางเพศ ที่เป็นสิทธิขั้นมูลฐานของมนุษยชาติ เขียนไว้ว่าอย่างไร

" บุคคลใดบุคคลหนึ่งมีสิทธิที่จะกระทำต่อตนเอง เพื่อตอบสนองต่ออารมณ์เพศที่เกิดขึ้น ถ้าการกระทำดังกล่าวไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และกระทำในที่ส่วนตัวไม่รบกวนผู้อื่น รวมทั้งไม่หมกมุ่นที่จะกระทำกิจกรรมดังกล่าวจนเกินไป จนเป็นอันตรายต่อสุขภาพ สามารถจะกระทำได้ ไม่ว่าจะเป็นเพศใด อยู่ในสถานภาพใดไม่ว่าจะเป็นโสด แต่งงานแล้ว หรือเป็นม่าย"

การช่วยเหลือตัวเอง เมื่อเกิดอารมณ์เพศจากการกระตุ้นของฮอร์โมนเพศชายนั้น จึงสามารถจะทำได้ ถ้าไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

แต่จำไว้ว่า การช่วยเหลือตนเอง ต้องอาศัยจินตนาการจากสมอง ซึ่งเป็นอวัยวะที่กินพลังงาน ในการคิดจินตนาการถึงเรื่องราวที่ชวนวาบหวาม ดังนั้นการช่วยเหลือตนเองบ่อยๆ ที่ต้องใช้จินตนาการจากสมอง จึงจะเกิดความอ่อนเพลีย มากกว่าการช่วยเหลือตนเองที่เกิดโดยไม่ต้องคิดถึง หรือเส้นสมองคิด แต่เป็นไป ตามการตอบสนองตามธรรมชาติ

พูดง่ายๆ ก็คือ ปลดปล่อยได้ แต่อย่าหมกมุ่น จนต้องเค้นสมองคิดทำ
และข่าวลือต่อไปนี้... จึงเป็นข่าวลือที่มีมาในทุกยุคทุกสมัย
และจะยังคงมีต่อไป... ตราบเท่าที่การเรียนรู้เรื่องเพศศึกษายังไม่รู้จริง
  • ช่วยตัวเองบ่อยๆ จะทำให้เสื่อมสมรรถภาพทางเพศง่าย
  • ช่วยตัวเองบ่อยๆ จะทำให้กระสุนหมด
  • ช่วยตัวเองบ่อยๆ จะทำให้เป็นบ้า
  • ช่วยตัวเองบ่อยๆ จะทำให้แก่เร็ว
  • ช่วยตัวเองบ่อยๆ จะทำให้เป็นหมัน
  • ช่วยตัวเองบ่อยๆ จะทำให้เป็นมะเร็ง
  • ช่วยตัวเองบ่อยๆ จะทำให้อวัยวะเพศผิดปกติ เช่น คดงอ เป็นต้น
  • ช่วยตัวเองบ่อยๆ จะทำให้หลั่งเร็ว เป็นพวกนกกระจอกไม่ทันกินน้ำ
    ฯลฯ
ล้วนแล้วแต่เป็นข่าวลือที่ไม่เป็นความจริงทั้งนั้น เป็นข่าวลือที่ไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ยืนยันเลย
อาจจะเกิดจากความหวังดีของผู้ใหญ่ที่ไม่อยากให้ลูกๆ วัยรุ่นหมกมุ่นอยู่กับการช่วยตัวเอง แต่การปล่อยข่าวลือไม่ใช่วิธีการที่ถูกต้องในยุคนี้ การให้ความรู้ที่ถูกต้องต่างหาก ที่จะทำให้วัยรุ่นที่ความเป็นหนุ่มมาเยือนได้เข้าใจในวิถีทางแห่งความเป็นหนุ่มอย่างถ่องแท้
พร้อมกับสามารถดำเนินชีวิตไปอย่างถูกต้อง... และในรูปแบบที่ปลอดภัยต่อชีวิตและสุขภาพ


หนทางสู่ดวงดาว

เมื่อเกิดมีสิ่งเร้าอารมณ์มาสู่ตัวเราจากรูปรสกลิ่นเสียง หรือสัมผัสนั้น การตอบสนองของคนเรามีได้ 3 รูปแบบคือ ไม่ตอบสนอง ช่วยตัวเอง และ การมีเพศสัมพันธ์

การฝึกไม่ตอบสนองต่อสิ่งเร้าอารมณ์บ้าง จะเป็นการฝึกจิตใจให้มีความอดทน อดกลั้น ต่อหลายสิ่งหลายอย่างที่จะได้ประสบพบเห็นในอนาคต และรับรองว่าถึงแม้ว่าเกิดอารมณ์แล้ว แต่ไม่ตอบสนองบ้างในบางครั้งและเป็นครั้งคราว ก็ไม่ทำให้บ้า... เด็ดขาด รับรองได้

ส่วนการช่วยตนเอง ก็เป็นทางออกตามธรรมชาติที่สามารถจะกระทำได้ เป็นทางออกที่ปลอดภัย และไม่ทำให้ใครเกิดการท้องขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ เพียงแต่ต้องบันยะบันยังไว้บ้าง

การเล่นกีฬาจนเพลียแล้วนอนหลับ ทำให้ร่างกายมีสุขภาพดีกว่าการช่วยตัวเองแล้วเพลียหลับไปแน่นอน จึงควรจะต้องปรับให้สมดุล

ส่วนการมีเพศสัมพันธ์นั้น อยากจะบอกว่า... รอได้ ไม่ต้องรีบร้อน รับรองว่า 'ส่วนนั้น' ได้ใช้งานแน่ เมื่อถึงเวลา

ว่าแต่ว่า... รอได้ไหม!!


(update 14 สิงหาคม 2004)
[ ที่มา... เนชั่นสุดสัปดาห์ ปีที่ 13 ฉบับที่ 635 วันที่ 2 - 8 ส.ค. 2547 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600