" หมู่นี้เป็นอย่างไรไม่รู้ ดูท่าทางคุณเบื่อๆ ฉันไปนะคะ กลับบ้านก็ไม่พูดไม่จา ถามอะไรก็ไม่ยอมพูด
เบื่อเมียหรือค่ะ ก่อนนอนจะกอดสักหน่อยก็ไม่ได้ เมื่อก่อนนี้เคยหอมแก้มก่อนนอนแล้วบอกว่ารักทุกคืน
เดี๋ยวนี้ก็ไม่ยอมทำ หรือว่าเป็นวัยทองคะ"
" อยากกอดคุณจัง คิดถึงคุณมากๆ เลย ทำงานแต่ละวันก็รีบอยากจะทำให้เสร็จๆ จะได้กลับบ้านมากอดคุณ
อย่ากลับบ้านดึกนักนะครับ ผมเป็นห่วง เดี๋ยวนี้บ้านเมืองของเราไม่ค่อยปลอดภัยเหมือนแต่ก่อนแล้ว
วันไหนจะกลับดึกบอกให้ผมรู้ก่อนจะได้ไปรอรับ อย่าขับรถกลับคนเดียว ว่าแต่วันนี้คุณทำอะไรให้ทานนะหอมจังเลย
แค่ได้กลิ่นก็หอมฉุยเตะจมูกแล้ว เพื่อนผมมันอิจฉาผมทุกคนเลยที่มีแฟนสวยน่ารักแสนดีและเข้าใจผม
ไม่รู้ว่าชาติก่อนผมทำบุญด้วยอะไรจึงได้คุณมาเป็นคู่ครอง"
" สุดสัปดาห์นี้ เราไปเที่ยวชายทะเลกันไหม ผมจองบังกะโลที่เกาะช้างเอาไว้แล้ว เลือกหลังที่ลับตาคนที่สุดเลย
อยากอยู่สองคนกับคุณ เคยนึกๆ นะ ว่าถ้าเรานอนกอดกันโดยไม่มีอะไรห่อหุ้มกายของเรา ปล่อยให้ผิวกายของเราสัมผัสกัน
แล้วถ่ายทอดความรักให้แก่กันท่ามกลางธรรมชาติ มีเสียงคลื่นซัดจากทะเลสลับกับเสียงลมพัดจนต้นมะพร้าวส่ายไหว
ท่ามกลางแสงนวลใยของพระจันทร์วันเพ็ญ เราจะมีความสุขแค่ไหนนะ แค่คิดก็มีความสุขแล้วใช่ไหมที่รัก
ผมว่าชีวิตคนเรานั้นสั้นนัก อะไรที่ทำให้เรามีความสุขเติมความรักให้แก่กันได้ โดยไม่มีใครเดือดร้อน ผมก็ว่าน่าจะทำนะ"
" ท่าทางคุณเครียดจังเลย งานหนักหรือคะ หรือมีเรื่องราวอะไรที่ทำงาน ไม่เป็นไรน่า ทุกอย่างต้องมีทางออกทั้งนั้นแหละ
กลับบ้านเราแล้วก็ทิ้งเรื่องอื่นๆ ไว้นอกบ้านเถิดนะคะ นอนสบายเอาแรงหายอ่อนเพลียแล้วสมองก็โปร่ง คิดอะไรทะลุปรุโปร่งเองแหละ
นี่น้องจัดการปล่อยน้ำอุ่นลงอ่างน้ำจนเต็มแล้ว ใส่น้ำมันหอมระเหยกลิ่นลาเวนเดอร์ ที่ทำให้ผ่อนคลายลงไปด้วย
เดี๋ยวเราลงไปแช่น้ำในอ่างด้วยกันไหมคะ จะได้ผ่อนคลายหายเครียด แล้วผลัดกันนวดตัวเหมือนที่เคยทำกันดีไหมคะ
ไม่แน่นะคะ คุณอาจจะสบายเนื้อสบายตัวเพิ่มขึ้นก็ได้ ไม่ต้องไปสปาที่ไหนให้เสียสตังค์"
" ที่รัก เมื่อคืนนี้มีความสุขกับคุณจังเลย ชอบมากที่คุณเป็นฝ่ายทำให้ผมบ้าง มันตื่นเต้นมากเลย
ยิ่งรู้จักกับคุณมากขึ้นเท่าใดก็รู้สึกว่าคุณน่ารักและน่าตื่นเต้นไปในตัวด้วย จริงๆ นะครับ
ผมว่าบทรักของสามีภรรยามันก็ต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงบ้าง ไม่อย่างนั้นมันก็คงจะน่าเบื่อหน่าย
เหมือนทำการบ้านอย่างไรอย่างนั้น ผู้หญิงที่รู้ใจและเข้าใจผู้ชายแบบคุณเป็นสมบัติที่มีค่าของผมจริงๆ เลยนะครับ
ผมน่าจะเป็นผู้ชายที่มีความสุขมากที่สุดในโลก และขอบคุณโชคชะตาที่ทำให้ผมได้พบคุณ"
วันนี้ คุณทั้งสองได้ทำความรักให้สดใสเพื่อใจจะเป็นสุขแล้วหรือยัง??
ถ้ายัง เริ่มเสียตั้งแต่วันนี้จะดีไหม จะได้ไม่ต้องมาพูดกันในภายหลังว่า 'เราไปด้วยกันไม่ได้'
เพราะความรักของคนเรานั้น เมื่อเกิดขึ้นแล้ว ก็ต้องพยายามเติมความรักให้เต็มทุกวันอย่าให้พร่อง
ความรักถ้าไม่เติมเป็นประจำไม่นานก็อาจจะเหือดหายไปได้ และความรักนั้น ต้องบอกแก่กันทุกวัน
ไม่ว่าจะเป็นภาษากายและใจ จากคำพูดหรือจากกระแสแห่งความผูกพันที่ส่งทอดถึงกันจากการร่วมรักที่สุขสม
และปรับปรุงท่วงท่าลีลารักที่เพิ่มคาวมสุขให้แก่กันและกัน
ความรักจึงต้องเติม...และกามารมณ์จะต้องปรุงแต่งให้ทันสมัยใหม่เสมอ
ผู้หญิงที่ฉลาดจะเข้าใจว่าผู้ชายของเธอต้องการอะไร เขาเป็นอย่างไร
และทำอย่างไรเธอจึงจะปรับตัวของเธอให้ไปได้กับลักษณะของผู้ชายของเธอ
เช่นกัน ผู้ชายที่เป็นสุภาพบุรุษนักรักจะเข้าใจว่าผู้หญิงของเขาต้องการอะไร
มีอะไรที่เขาสามารถจะทำให้เธอทราบว่า เขารักเธอ และการกระทำทุกอย่างที่เขาแสดงออกไปนั้น
เป็นเพราะเขายังคงรักเธออยู่เสมอ
ก็ผู้หญิงเกิดมาเพื่อต้องการความรักนี่ ใครๆ ก็รู้...ผู้ชายที่ฉลาดๆ จึงต้องพยายามรักเธอให้มากๆ
ทำทุกอย่างที่สามารถจะทำได้เพื่อให้เธอทราบว่า เขารักเธอ ห่วงใยเธอ และพร้อมที่จะอยู่เคียงข้างเธอตลอดไป
อย่างไม่มีวันเปลี่ยนแปลง พูดง่ายๆ ก็คือ ทำอย่างไรก็ได้ให้เธอเชื่อว่า เธอเป็นคนเดียวและเป็นคนสุดท้ายในชีวิตของเรา...
และเขาก็ได้ทุกอย่างที่เขาต้องการจากเธอโดยที่เธอไม่ต้องร้องขอ แต่เธอจะให้ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของเธอทั้งร่างกายและจิตใจ
เพื่อเขาของเธอคนเดียว
การจะร่วมรักกันอย่างสุขสมนั้น จึงไม่ได้เริ่มบนเตียง แต่เริ่มจากการดำเนินชีวิตประจำวันร่วมกัน
ใครๆ ก็ทราบดีว่า ผู้หญิงต้องมีความรัก เกิดความสบายใจ จึงจะมีอารมณ์ปรารถนาในเรื่องเพศ
อยากมีกิจกรรมทางเพศกับชายคนที่เธอรัก และมีความสุขสมในที่สุด ซึ่งจะทำให้เธอเกิดการผ่อนคลายหายเครียดตามมา
เคล็ดลับนี้ ผู้ชายคนใดสามารถเกาะกุมไว้ได้แล้ว...
สาวคนรักหรือภรรยาของเขาจะไม่ปฏิเสธการร่วมรักที่เขาต้องการเลย
ขณะเดียวกัน ผู้หญิงที่ฉลาดๆ ก็จะทราบดีว่า เมื่อเขาคนนั้นของเธอได้ร่วมรักหรือมีกิจกรรมทางเพศกับเธอจนสุขสมแล้ว
เขาจะผ่อนคลายหายเครียด และเกิดความรักความผูกพันกับเธอมากขึ้น ผู้หญิงที่ช่างสังเกตุจะเห็นความเปลี่ยนแปลงได้เลยว่า
ผู้ชายที่มุทะลุดุดันนั้น หลังจากผ่านการร่วมรักที่มีความสุขไปแล้ว จะกลายเป็นลูกแมวเชื่องๆ ที่บอกอะไรก็เชื่อฟัง
แต่ในปัจจุบัน ใครเล่าจะรู้แจ้งเห็นจริงถึงความแตกต่างในความต้องการความรัก และกามารมณ์หญิงชาย
แถมยังไม่เรียนรู้ที่จะปรับตัวเข้าหากันด้วย ทั้งชายและหญิง ถ้าจะถามว่า เป็นเพราะอะไร... คำตอบที่ไม่อยากได้ยินก็คือ
คนเรายุคนี้เห็นแก่ตัวมากขึ้น ไม่ค่อยยอมรอมชอมหรือพบกันครึ่งทาง ใช้ความคิดความต้องการของตนเป็นใหญ่
ต้องการให้คนรอบข้างเป็นในแบบที่ตนเองต้องการ ซึ่งไม่มีทางเป็นไปได้ และเมื่อไม่ได้ดังที่ต้องการก็เกิดความไม่พอใจ
อันนำไปสู่ความร้าวฉานของสัมพันธภาพ
การเรียนรู้ที่จะยอมรับคนใกล้ตัวในรูปแบบที่เขาหรือเธอเป็นอยู่ไม่ใช่แบบที่อยากให้เป็น
จึงมีความสำคัญที่สุดในการทำให้สัมพันธภาพของคนสองคนยืนยาวและมีความสุข...
แน่นอนการเติมความรักให้กันวันละน้อยแต่สม่ำเสมอมีความสำคัญมากกว่าความรักในรูปแบบที่หวือหวามากนัก
และส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดความรักความผูกพันในรูปแบบที่จับต้องได้ ก็ต้องรู้จักปรุงรสรักให้แก่กัน
ในยามที่เกิดความต้องการตามธรรมชาติ
คุณลองถามตัวเองซิ... ว่าเรื่องราวต่างๆ ต่อไปนี้ คุณยังคงทำอย่างสม่ำเสมอไหม ในการใช้ชีวิตคู่ของคุณ
- รับประทานอาหารร่วมกันอย่างมีความสุข ชวนกันหรือนัดกันไปดินเนอร์สองคน
ในวันหยุดสุดสัปดาห์ในบรรยากาศที่แปลกใหม่
- จำวันเกิดของกันและกันได้ รวมทั้งวันสำคัญต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวันครบรอบการแต่งงานหรือวันอื่นๆ
เคยหาซื้อของขวัญเล็กๆ น้อยๆ ให้แก่กันเหมือนเดิมไหม ถ้าเหือดหายไปแล้ว
ลองทำดูใหม่ก็คงจะไม่ผิดกติกาอะไรใช่ไหมครับ
- หอมแก้มของกันและกันก่อนเข้านอนทุกคืน
- กล่าวคำ 'ขอบคุณ' เมื่อคนรักทำอะไรให้หรือช่วยเหลือแบ่งเบาภาระในการทำงานงานหรืองานบ้าน และบอก 'ขอโทษ'
เมื่อทำอะไรผิดพลาดไปโดยไม่ได้ตั้งใจ รวมทั้งบอกว่า 'ไม่เป็นไร' เมื่ออีกฝ่ายกล่าวคำขอโทษแล้ว
- ร่วมรักกันเป็นประจำสม่ำเสมอ คงจะบอกยากว่า น่าจะร่วมรักกันสัปดาห์ละกี่ครั้ง ขอให้สุขสมและเป็นธรรมชาติก็เพียงพอแล้ว
อย่างน้อยการนอนกอดกันให้สัมผัสรักถ่ายทอดกันผ่านทางผิวกาย ก็ทำให้เกิดความอบอุ่นผูกพันต่อกันเป็นอย่างมากแล้ว
จิตแพทย์ผู้มีชื่อเสียงท่านหนึ่งบอกว่า การมีสัมผัสรักผ่านทางสัมผัสกายสัปดาห์ละประมาณ 30 นาที ทำให้ชีวิตสมรสราบรื่น
และมีความสุขสมมากกว่าการแยกกันนอนโดยไม่ได้มีสัมผัสรักก่อนนอนเลย แน่นอนว่า สัมผัสรักนั้น
ไม่จำเป็นว่าจะต้องร่วมรักกันเสมอไป
ไม่ว่าอย่างไร... ขอให้ใจเป็นสุข
(update 16 สิงหาคม 2004)
[ ที่มา...
เนชั่นสุดสัปดาห์ ปีที่ 13 ฉบับที่ 636 วันที่ 9 - 15 ส.ค. 2547 ]
|