สุขเมื่อเกษียณ


เดือนตุลาคม เป็นเดือนเริ่มต้นของคนที่รับราชการมายาวนานหลายสิบปี จะมีวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป
จากที่เคยออกจากบ้านไปทำงานเป็นประจำก็ต้องหาเรื่องทำอย่างอื่นแทน
เพราะแปลนชีวิตของคนเป็นข้าราชการ สามารถทำงานได้แค่อายุ 60 ปี ถึงจะมีสุขภาพดี มีไฟแรงขนาดไหนก็ต้องยุติการไปทำงาน

เราเรียกขานการหยุดทำงานของข้าราชการวัย 60 ปีว่า "เกษียณอายุราชการ"
เป็นคำเรียกขานที่ข้าราชการบางคนไม่อยากได้ยิน แต่ความจริงก็ย่อมหนีความจริงไปไม่พ้น ข้าราชการทุกคนก็ต้องอำลาชีวิตราชการไปในวัย 60 ปี

เมื่อยอมรับความจริงได้เช่นนี้ ย่อมไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะไปนั่งอาลัยอาวรณ์ถึงชีวิตราชการที่ผ่านมา
เพราะถึงจะอาลัยอาวรณ์อย่างไรก็หวนคืนมาอีกไม่ได้แล้ว ชีวิตที่เหลืออยู่นี้มีแต่จะต้องเดินหน้าไขว่คว้าหา ความสุข ให้กับตัวเองมากที่สุด น่าจะดีกว่านั่งจมอยู่กับอดีตอันรุ่งโรจน์ที่ผ่านมา

หนทางแห่งการหาความสุขใส่ตัว ย่อมมีหลายวิธี แล้วแต่รสนิยมหรือความชอบของแต่ละคน

บนหนทางแห่งการหาความสุขทั่วไป น่าจะควบคู่ไปกับการแสวงหาหลักยึดเหนี่ยวไว้ใช้ในการครองตนหลังเกษียณ ก็จะช่วยทำให้เราเปรียบเสมือนเซียนเหนือเซียน ยืนอยู่บนโลกใบนี้อย่างมี ความสุขที่แท้จริง

หลักที่อยากจะฝากให้ผู้เกษียณทั้งหลายในวันอาทิตย์นี้คือ หลักที่เรียกว่า ไตรลักษณ์ อันได้แก่ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

ขอเริ่มที่ อนิจจัง ได้แก่ ความไม่เที่ยง ซึ่งหมายถึง...

ผู้เข้าสู่วัยเกษียณต้องยอมรับความจริงของตัวตนของตนเองว่าเปลี่ยนไป
ร่างกายของคนเราจะมีความไม่เที่ยงมากยิ่งขึ้น ทั้งๆ ที่ความจริงร่างกายของมนุษย์ก็จะเสื่อมทรุด ไปตามอายุที่เพิ่มขึ้นมาตลอดเวลาก่อนหน้านี้อยู่แล้ว

เราจึงไม่ควรไปฝืนความจริงของร่างกาย ด้วยการไปขวนขวายแสวงหายาวิเศษ หรืออุปกรณ์พิเศษใดๆ ที่จะช่วยทำให้ร่างกายอยู่คงที่ ไม่มีความเปลี่ยนแปลงใดๆ เกิดขึ้น เพราะเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้

หลายคนสูญเสียทรัพย์สินเงินทองมากมาย เพื่อทำให้สภาพของร่างกายไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม
นอกจากจะไม่เพิ่มความสุขแล้ว อาจจะเพิ่มความทุกข์มากขึ้นโดยไม่จำเป็นอีกด้วย

นอกจากเรื่องของร่างกายที่ไม่เที่ยงแล้ว ก็ต้องทำ จิตใจ ให้ยอมรับความไม่เที่ยงด้วย โดยเฉพาะความไม่เที่ยงในหน้าที่การงาน
อย่าไปนั่งคิดย้อนอดีตที่หวนกลับคืนมาไม่ได้ มีแต่จะทำให้จิตใจเศร้าหมอง ควรมองไปข้างหน้า หากิจกรรมทำให้ชีวิตมีความสุข

ถ้านั่งคิดดูดีๆ จะเห็นได้ว่า สรรพสิ่งในโลกนี้ล้วนมีความไม่เที่ยงทั้งสิ้น รวมทั้งร่างกายของคนเราด้วย วันหนึ่งก็ต้องม้วยมรณา เพียงแต่จะช้าหรือเร็วเท่านั้น เพราะฉะนั้นถ้ามองเห็นถึงความเป็นอนิจจังของชีวิตได้ ชีวิตก็จะไม่ทุกข์ มองทุกอย่างที่เปลี่ยนแปลงไปเป็นเรื่องธรรมดา ความสุขก็จะมาเยือนแน่นอน


ถัดมาคือคำว่า ทุกขัง หมายถึง ความไม่เที่ยงที่ทำให้เกิดทุกข์

ความไม่เที่ยงหลายกรณี ย่อมมีโอกาสที่ทำให้เกิดทุกข์ เช่น ความไม่เที่ยงของร่างกาย อาจทำให้เราเจ็บไข้ได้ป่วย

ถ้าเรามองไม่เห็นสัจธรรมข้อนี้ เราก็จะมีแต่ความทุกข์ เพราะเราอาจจะบ่นกับตนเองว่า ทำไมต้องมาทนทุกข์ทรมานนอนป่วยอยู่แบบนี้ โดยเฉพาะรายที่เจ็บป่วยหนักๆ ต้องพักรักษาตัวนานๆ อาจจะพาลโทษตัวเอง ทำให้เร่งความทุกข์ให้ตัวเองมากยิ่งขึ้น

ใครที่ไม่ยอมรับความจริงของ ไตรลักษณ์ ข้อนี้ ย่อมมีทุกข์สุมใจไปตลอดชีวิตหลังเกษียณแน่นอน จึงควรย้อนมายอมรับความจริงข้อนี้แล้วทำจิตใจให้มีความสุขจะดีกว่า


สุดท้ายคือ อนัตตา ซึ่งมีความหมายถึง ความไม่มีตัวตน

ถ้าคนเกษียณคำนึงถึงความไม่มีตัวตนให้เวียนวนอยู่ในความรู้สึกนึกคิดของเราตลอดเวลา ก็น่าจะช่วยทำให้เราไม่ทุกข์มาก

เราก็จะไม่เศร้าหมองมากเกินไป เมื่อรู้สึกว่าผู้คนที่เคยนับหน้าถือตา ค่อยๆ หายากขึ้นทุกที เพราะเราไม่มีอะไรให้คุณให้โทษใครได้
แต่ถ้าเรายังคิดว่าเราเป็นเรา เอาตัวตนเป็นที่ตั้ง ก็อาจต้องมานั่งเก๊กซิมยิ้มไม่ออก

เมื่อเรารู้สึกว่าเราไม่มีตัวตนอะไร ใครจะนับหน้าถือตามากน้อยแค่ไหนก็อย่าไปสนใจ พร้อมที่จะใช้ชีวิตไปตามความเป็นจริงจะดีกว่า

ชีวิตเดินหน้ามาถึงวันเกษียณแล้ว เดินแน่วแน่ไปตาม หลักสัจธรรมของไตรลักษณ์ ย่อมทำให้ชีวิตจิตใจได้พัก หลังจากทำงานหนักมาชั่วชีวิต

ลองนั่งคิดทบทวนดูดีๆ ย่อมมีความสุขหลังเกษียณแน่นอน


(update 21 ตุลาคม 2004)
[ ที่มา... กรุงเทพวันอาทิตย์ ปีที่ 16 ฉบับที่ 5952 วันอาทิตย์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2547 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600