ผู้ใหญ่ คือใคร


" ผู้ใหญ่หาผ้าไหม ให้สะใภ้ใช้คล้องคอ…" (คำกลอนไม้ม้วนยี่สิบคำ)
ผู้ใหญ่ที่หาผ้าใหม่ให้สะใภ้ น่าจะเป็นแม่ของสามี พ่อของสามีไม่เกี่ยวข้อง กับเรื่องเครื่องแต่งกายของลูกสะใภ้ ผู้ใหญ่ในกรณีนี้เป็นผู้หญิงอายุราว 40 ปี สมัยที่ผู้หญิงมีผ้าคล้องคอ ลูกสาวแต่งงานเร็ว การใช้ผ้าคล้องคอเวลาออกนอกบ้าน แสดงว่าเป็นผู้ใหญ่

คำกลอน ไม้ม้วนยี่สิบคำ นี้ เด็กโบราณท่องขึ้นใจ โตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ ใช้ไม้ม้วนได้ถูกต้อง
" พ.ศ. 2504 ผู้ใหญ่ลีตีกลองประชุม…"
ผู้ใหญ่ ลี คือ ผู้ใหญ่บ้านชื่อ ลีนวัตร เป็นพระเอกในนวนิยายเรื่อง ผู้ใหญ่ลีกับนางมา ผู้ใหญ่ เป็นตำแหน่งการงานในหน้าที่ไม่บอกอายุ เดาจากเรื่องว่า ผู้ใหญ่ลียังเป็นโสด จบการศึกษาขั้นอุดม น่าจะมีอายุกว่า 25 ปี และไม่เกิน 35 ปี

" หนาวผู้หญิง ให้อิงผู้ใหญ่"
หนาวผู้หญิง คือยากมีคู่ไว้ให้ได้ไออุ่นแนบข้าง ทำไมจะต้องไปอิงผู้ใหญ่ อิง คือ พึ่ง คำกล่าวนี้หมายความว่า ให้พึ่งผู้ใหญ่ไปสู่ขอสาว ไม่ใช่ให้ไปแอบอิงผู้ใหญ่ ธรรมเนียมการสู่ขอสาว เถ้าแก่เป็นผู้ใหญ่แทนพ่อแม่ของฝ่ายชาย การมีผู้ใหญ่ไปสู่ขอเป็นเรื่องของหลักประกันและความมีหน้าตา ผู้ใหญ่ในความหมายนี้เป็นผู้มีหลักฐาน มีคนนับหน้าถือตา น่าจะมีวัยที่มีลูกหลานแล้ว

เวลาเด็กพูดดี ทำดี เดามาจากความคิดที่ดี ชมเด็กว่า เป็นผู้ใหญ่เกินตัว
เวลาผู้ใหญ่แสดงความเฉาเบาปัญญา มีทัศนวิสัยสั้น ก็ติผู้ใหญ่ว่า คิดอะไรเป็นเด็ก
ผู้ที่ตัดสินว่า ใครเป็นเด็ก ใครเป็นผู้ใหญ่ คือ ผู้ใหญ่ ถือว่าเด็กไม่มีวิจารญาณแก่กล้าพอจะดูออกว่า ผู้ใหญ่ก็เป็นเด็กได้เหมือนกัน
ในความเป็นผู้ใหญ่ น่าจะมีความเป็นเด็กเหลืออยู่ และในความเป็นเด็ก ก็มีธรรมชาติของผู้ใหญ่อยู่ในตัว
ผลไม้ ยังมีการ แก่แดด ได้ ทำไมเด็กจะแก่แดดไม่ได้

ความเป็นเด็ก อาจจำกัดได้ที่อายุและรูปกาย แต่ความเป็นผู้ใหญ่มีระยะยาวนานจำกัดไม่ได้ รูปกายเปลี่ยนสภาวะเป็นคนแก่แล้วก็อาจดำรงความเป็นผู้ใหญ่เอาไว้ได้ แก่มากๆ จนกลายเป็นเด็กไปได้ก็มี ความเป็นผู้ใหญ่หายไป

ผู้ใหญ่คือใคร…
คนไทยมีคำกล่าวมานานแล้วเรื่องการเลี้ยงลูกว่า เลี้ยงลูกไม่รู้จักโต ซึ่งไม่ได้หมายความว่า ลูกไม่มีพัฒนาการด้านใดด้านหนึ่ง หรือทุกด้านเพราะด้วยความผิดปกติเบียดเบียนให้ผิดไปจากธรรมชาติ จนแล้วจนรอดพ่อแม่ยังให้เงินใช้ ให้ข้าวกิน พึ่งตัวเองไม่ได้ คือ เลี้ยงไม่โต ไม่มีวันเป็นผู้ใหญ่ แต่ก็เป็นผู้ใหญ่เพราะอายุตามบัตรประชาชน

ในการจัดระเบียบสังคมของทางราชการ รัฐมนตรีออกตรวจสถานเริงรมย์ จับคนไปเที่ยวที่อายุต่ำกว่า 18 ถือว่ายังไม่เป็นผู้ใหญ่ ใช้อายุเป็นเกณฑ์ความเป็นผู้ใหญ่ง่ายที่สุด ในความเป็นจริงไม่ง่ายอย่างนั้น

ฝรั่งช่างสำรวจ พบรายงานจากศูนย์สำรวจความเป็นผู้ใหญ่แห่งชาติ มหาวิทยาลัยชิคาโก ว่า ผู้ใหญ่อเมริกัน มีอายุ 26 ปี จบการศึกษาระดับหนึ่ง มีงานทำเต็มเวลา พึ่งตัวเองได้ พ่อแม่ไม่ต้องช่วยเหลือและเป็นอิสระในทางการเงิน อาจแต่งงานแล้วและมีบุตร 1 คน มีที่อยู่อาศัยเป็นอิสระจากครอบครัวของพ่อแม่ ไม่เน้นว่าต้องแต่งงานจึงจะเป็นผู้ใหญ่ หรือยังโสดอยู่กับพ่อแม่แม้จะเป็นอิสระด้านการเงิน ก็ไม่ถือว่าเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว

ฝรั่งตั้งเกณฑ์พิจารณาว่า ใครคือผู้ใหญ่ออกมาแล้ว เราจะใช้เกณฑ์นั้นพิจารณาคนของเราจะได้หรือไม่…
ได้ ทำไมจะไม่ได้…ในเมื่อเกณฑ์นั้นเป็นไปตามขั้นตอนของชีวิตธรรมดาคนไม่ว่าชาติใดอยู่แล้ว เป็นต้นว่า อาจได้ตัวเลขของผู้ใหญ่ในจำนวนหนึ่งร้อยคนแตกต่างไปจากความเป็นจริงมาก ของเราอาจมีน้อยกว่าของเขา เพราะเลี้ยงลูกไม่มีวันโต นั่นแหละ
เลี้ยงลูกไม่โต แต่สนับสนุนให้โตเร็วๆ โดยการสนับสนุนให้เข้าประกวดโน่นนี่กันเป็นแถวๆ

อีกด้านหนึ่ง ลูกยังไม่ได้เป็นผู้ใหญ่ แต่ต้องทำหน้าที่ของผู้ใหญ่ คือทำงานหาเงินเลี้ยงตัวเอง และเลี้ยงพ่อแม่และน้องได้เรียนถึงม.3 ก็ต้องออกมาทำงาน เพราะครอบครัวยากจนที่ต้องอดทนเรียนถึง ม.3 ก็เพราะกฎหมายห้ามทำงานใช้แรงถ้าอายุไม่ถึง 15 ปี
"หลังจากหักค่าโน่นค่านี่ ให้ครอบครัวเดือนละสองพันบาทแล้ว หนูอยากเก็บเงินออมอีกส่วนหนึ่งเอาไว้ซื้อที่นา ทุกวันนี้หนูต้องใช้จ่ายอย่างประหยัด" หนูวัย 17 ปี พูดกับผู้ถาม หนูยังไม่เข้าเกณฑ์อายุผู้ใหญ่ แต่ความคิดเป็นผู้ใหญ่กว่าผู้ใหญ่หลายคน

ลูกโตเป็นผู้ใหญ่เพราะความจำเป็น ความขาดแคลนบังคับ
คตินิยมที่ฝังลึกอยู่ในใจของคนไทยมาช้านาน คือ การนั่งกินนอนกินไม่ต้องทำงานเป็นความสบาย ทำอะไรที่อาบเหงื่อต่างน้ำเป็นความลำบาก เรียกคนสบายว่ามีบุญ คนลำบากมีกรรม

เราตามฝรั่งมาแล้วหลายเรื่อง ชั่วก็มีดีก็มาก อย่างหนึ่งที่ดีคือ ลูกพยายามที่จะทำงาน เพื่อช่วยเหลือตัวเองตามความสามารถ และโอกาสตั้งแต่อายุยังน้อย การทำงานนี้ไม่ใช่เพราะความจำเป็นบังคับ สมัครใจทำเองจนสังคมเห็นว่าเป็นธรรมดา ผลคือวา ลูกออกจากครอบครัวของพ่อแม่เร็วกว่าลูกในครอบครัวไทย เป็นผู้ใหญ่เร็วกว่า ทั้งพ่อแม่และลูกตกลงกันให้เป็นดังนั้น

ครอบครัวฝรั่งครอบครัวหนึ่ง พ่อเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยมีชื่อเสียง แม่ทำงานบริษัท ลูกสาวเก็บเงินได้จากการทำงานจิปาถะ ล้างจานบ้าง ส่งหนังสือพิมพ์บ้าง ทั้งๆ ที่เป็นลูกสาวคนเดียว พอจบชั้นมัธยมก็บอกพ่อแม่ว่า ขอไปเรียนในมหาวิทยาลัยที่รับอื่น พ่อแม่ไม่ได้ทัดทาน เรียนได้ไม่ถึงปีก็โทร.มาหาว่า มีเพื่อนร่วมห้องเป็นผู้ชาย พ่อแม่ก็รับรู้และบอกลูกสาวว่า อย่าท้องก็แล้วกัน ลูกสาวก็รับคำ เดี๋ยวนี้ได้ข่าวว่าเรียนจบทำงานแล้ว ไม่มีลูกและไม่ได้แต่งงาน เป็นผู้ใหญ่เต็มตัวตามเกณฑ์สำรวจ

ผู้อ่านพ่อแม่ไทยอาจบอกว่า 'เหลือรับ' แต่คงปฏิเสธไม่ได้ว่า เป็นไปไม่ได้สำหรับครอบครัวไทย ความเป็นจริงทุกวันนี้ลูกที่เกิดในครอบครัวยากจน ออกจากโรงเรียนแต่วัน หางานทำแล้ว แล้วก็มีภรรยาหรือสามีเป็นผู้ใหญ่ไปเลย บางรายก็ไม่ได้ลืมพ่อแม่ ช่วยเหลือสุดแล้วแต่จะมีปัญญา ที่ไปแล้วไปลับก็คงมีไม่น้อย พ่อแม่ถูกทิ้งให้อยู่ตามยถากรรรม
ยถากรรม แปลว่า ตามกรรม ตามแต่จะเป็นไป พวกเรามักใช้คำนี้เป็นคาถาปลอบใจ คู่กับคำว่า ไม่เป็นไร

ฝรั่งเลี้ยงลูกเหมือนตกเหมือนกา ลูกบินหากินได้แล้วก็เป็นอิสระจากพ่อแม่ ไม่มีเยื่อใยผูกพันกัน
เข้าใจว่าสัตว์ทั้งหลายเลี้ยงลูกอย่างนกอย่างกา ธรรมชาติสร้างมาอย่างนั้น
คนไทยเลี้ยงลูกอย่างคนเกิดมาเป็นพ่อแม่ลูกกันแล้วก็จำกันได้ตลอดไป ที่มีเหตุผลต้องแสร้งทำลืมเป็นอีกเรื่องหนึ่ง เหตุผลนั้นได้แก่ ความยากจน และความประพฤติอันเป็นที่มาของความเสื่อมเป็นอาทิ

คนตะวันออก โดยเฉพาะจีน เลี้ยงลูกอย่างตั้งความหวังว่าลูกจะสืบสกุล และเลี้ยงดูพ่อแม่เมื่อท่านแก่เฒ่า พึ่งลูกชายมากกว่าลูกสาว เราคนไทยก็นิยมตามคนจีน แม้จะผิดแผกกันไปบ้าง เช่น รับเขยเข้าบ้าน แทนที่จะส่งลูกสาวไปอยู่สกุลอื่น ขาดจากสกุลเดิม พ่อแม่อยู่กับลูกชายคนโต ในบ้านเดิมหรือบ้านที่ลูกชายสร้างเพื่ออยู่กับครอบครัว พ่อแม่ก็อยู่ร่วมด้วยในฐานะสมาชิกของครอบครัว ลูกชายเป็นผู้ใหญ่โดยไม่ได้แยกออกไปตั้งครอบครัวใหม่ พ่อแม่ปู่ย่าตายายลูกหลานอยู่ด้วยกัน เคยนิยมกันว่าเป็นความอบอุ่นของครอบครัว ไม่ได้แสดงว่าเลี้ยงลูกไม่รู้จักโต คนละความคิดกัน ดีแน่ๆ สำหรับพ่อแม่ที่แก่ชรา หมดเรี่ยวหมดแรงที่จะพึ่งตัวเอง

คุยกับคนอายุเกิน 80 สามคน เป็นอเมริกัน 1 คน เยอรมัน 2 คน หนึ่งคนอยู่ในบ้านหลังเล็กติดกับบ้านของลูกชายกับลูกสะใภ้ อีก 2 คนอยู่ทาวน์เฮาส์ ทุกคนคุยกับผู้มาเยือนอย่างสนุกเปิดเผย เมื่อถามถึงลูกชายที่ทุกคนมี เขาตอบเฉยๆ ว่าไม่รู้ไม่ชี้ ไม่ได้เห็นหน้าเขานานแล้ว เชื่อเถอะว่า คนแก่ก็มีความสุขกับตัวเองได้ ไม่เหงาหรอก ทั้งสามคนเป็นม่าย สามีตาย ไม่ลำบากเรื่องเงินใช้สอย เพราะรัฐมีเงินเลี้ยง ลูกของเขาเลี้ยงตัวเองแล้วออกจากบ้านไปตั้งแต่จบมัธยมปลาย คนหนึ่งอวดว่า ลูกชายฉันเยี่ยมหน้ามาให้ฉันเห็นทุกวันเพราะเขาเป็นคนอ่านข่าวทีวี

เคยไปเยี่ยมสถานสงเคราะห์คนชราที่เชียงใหม่ เมื่อถามว่าทำไมมาอยู่ที่นี่ คำตอบคือ ไม่มีใครเลี้ยงดู ขนาดมีลูก 8 คน ไม่มีสักคนที่เป็นผู้เป็นคนพอจะเลี้ยงแม่ได้ บ้างก็ทะเลาะกับคนในบ้าน โดยเฉพาะลูกสะใภ้ อยู่กันเยอะก็เหมือนลิ้นกับฟันนั่นแหละ หัวหงอกหัวดำไม่รู้กันแล้ว (อยากจะเปลี่ยนเป็นผู้ใหญ่ เด็ก แทนสีผม เพราะผู้ใหญ่สมัยนี้ผมดำ เด็กผมสีใกล้ขาวมีเยอะจนเห็นเป็นธรรมดา เอาสีผมเป็นเกณฑ์แยกเด็กผู้ใหญ่ไม่ได้แล้ว)

โลกมีผู้ใหญ่มากไม่น่าเป็นห่วง เป็นทุกข์ก็แต่ว่าจะมีคนแก่เพิ่มขึ้น ใครจะเลี้ยงคนแก่

(update 13 มกราคม 2004)
[ ที่มา.. life & family ปีที่ 8 ฉบับที่ 90 กันยายน 2546 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600