หยุดฮอร์โมนทดแทนในหญิงหมดระดู


เมื่อไม่นานมานี้มีข่าวใหญ่ในวงการแพทย์ทางตะวันตกบอกว่า การใช้ฮอร์โมนเพศหญิงทดแทนในหญิงหมดระดูมีผลเสียมากกว่าผลดี หญิงหมดระดูที่ไม่มีอาการมากไม่ควรใช้ยานี้ต่อไป ผลเสียที่ว่านั้นคือ ผู้หญิงที่ใช้ฮอร์โมนทดแทนเป็นเวลานานจะเกิดมะเร็งเต้านมมากขึ้น เป็นโรคหัวใจขาดเลือดมากขึ้น (แทนที่จะลดลงอย่างที่เคยเข้าใจ) เป็นโรคลิ่มเลือดอุดตันหลอดเลือดดำมากขึ้น ซึ่งแต่ละโรคล้วนแล้วแต่อันตรายทั้งนั้น

เมื่อเลิกกินฮอร์โมนทดแทนแล้ว ผลที่เกิดคือ โรคกระดูกผุอาการร้อนวูบวาบ อารมณ์แปรปรวน ช่องคลอดแห้ง ก็จะกลับคืนมาใหม่…จะทำอย่างไรดี ขณะนี้ผู้หญิงที่สหรัฐฯ หลายล้านคนที่กินฮอร์โมนทดแทนอยู่เป็นประจำต่างก็เกิดปัญหาคาใจ บางคนใจเด็ดเลิกไปเลยเฉยๆ อย่างนั้นแหละ แต่บางคนที่เคยมีอาการหมดระดูรุนแรงมากถึงขนาดจะฆ่าตัวตายต่างก็มีความวิตกกังวล จึงมีคำถามให้สูติ-นรีแพทย์ต้องตอบกันมากว่าควรปฏิบัติตัวอย่างไรจึงจะไม่มีปัญหา

ในขณะที่เกิดวิกฤตการณ์นี้ ผู้เชี่ยวชาญต่างก็ออกมาให้คำแนะนำวิธีปฏิบัติตัว แก่หญิงวัยหมดระดูหลายอย่างคือ

อาการร้อนวูบวาบและเหงื่อออกตอนกลางคืน สามารถลดลงได้ ถ้าเรารู้จักและหลีกเลี่ยงสิ่งที่สามารถกระตุ้นกลไกการเกิดอาการ นอกจากนี้ก็อาจใช้ยา เช่น ยาต้านโรคซึมเศร้าบางตัว เช่น Fluoxetine (Prozac) ก็สามารถลดอาการวูบวาบได้ บางคนกินผลิตภัณฑ์ถั่วเหลืองแล้วช่วยลดอาการนี้ได้ เนื่องจากมีสารฮอร์โมนเพศหญิงอยู่ในพืชชนิดได้

อาการแปรปรวน อาจควบคุมได้โดยการควบคุมอาการหมดระดู เช่น ร้อนวูบวาบ (ดังกล่าวข้างบน) และการนอนไม่หลับจะทำให้อารมณ์ดีขึ้น หรืออาจกินยาต้านอารมณ์เศร้าช่วย ที่สำคัญการงดฮอร์โมนทดแทน ควรงดแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่งดทันที การงดทันทีอาจมีอาการถอนเกิดขึ้นมาก

อาการช่องคลอดแห้งและอาการทางระบบปัสสาวะ อาจรักษาได้โดยการใช้ครีมเข้าฮอร์โมนเพศหญิงทา หรือใช้ยาเม็ดสอดเข้าช่องคลอด จะช่วยทำให้อาการดังกล่าวลดน้อยลง ขณะเดียวกันฮอร์โมนจะไม่ถูกดูดซึมเข้าสู่ระบบไหลเวียนเลือดอย่างยากิน ซึ่งทำให้เกิดผลเสีย การใช้สารหล่อลื่นทาช่องคลอดก่อนการร่วมเพศก็จะช่วยลดอาการได้

หญิงที่เคยตั้งใจกินฮอร์โมนเพศหญิงทดแทนเพื่อลดอุบัติการณ์ของโรคหัวใจขาดเลือดควรทราบไว้ว่า ตอนนี้เขามีข้อมูลที่น่าเชื่อถือแล้วว่ามันไม่ได้ช่วยให้ลดลง แต่กลับเพิ่มความเสี่ยงในโรคหัวใจมากขึ้น จึงควรเลิกกิน การป้องกันโรคนี้ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาฮอร์โมนเพศหญิง แต่สามารถทำได้โดยการปรับเปลี่ยนนิสัยความเป็นอยู่เสียใหม่ คือ งดสูบบุหรี่ ควบคุมน้ำหนักตัว กินอาหารไขมันต่ำ กินผักผลไม้และผลิตภัณฑ์ถั่วเหลืองให้มากขึ้น ออกกำลังกายแบบแอโรบิก ลดการดื่มแอลกอฮอล์

ปัญหาสำคัญอย่างหนึ่งของหญิงวัยหมดระดูคือ โรคกระดูกผุ ซึ่งอาจทำให้กระดูกสะโพกหักได้ง่าย บางคนเพียงแค่ล้มลงกระแทกเบาๆ ก็หัก กระดูกสะโพกหักอาจจะทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนถึงตาย หรือไม่ก็ทุพพลภาพได้ นอกจากนี้โรคกระดูกพรุนอาจจะทำให้กระดูกสันหลังแตกยุบตัว เป็นผลไม้หลังค่อมเตี้ยลง และมีอาการปวดหลังมากจนทำอะไรแทบไม่ได้

การป้องกันกระดูกผุโดยไม่กินฮอร์โมนเพศหญิงทดแทนในหญิงวัยหมดระดูทำได้หลายวิธีคือ

กินยาพวกไบฟอสโฟเนท เช่น alendronate (Fasamax) หรือ risedronate (Actonel) ซึ่งมีฤทธิ์ช่วยให้กระดูกคงแข็งแรงอยู่ได้ หรือกินยาที่ล้อเลียนเพื่อแย่งที่ฮอร์โมนเพศหญิงคือ raloxifene (Evista) หรือกินยาพวกฮอร์โมนเสริมสร้างกระดูก Caicitonin (Miacalcin) แต่ยาบำรุงกระดูกโดยตรงก็คือ แคลเซียมและวิตามินดี ในวันหนึ่งๆ ร่างกายจึงควรได้รับแคลเซียม 1,500 มิลลิกรัม และวิตามินดี 400-800 หน่วย (IU)

การออกกำลังกายมีความสำคัญมากในการกระตุ้นให้กระดูกแข็งแรงไม่ผุกร่อน การออกกำลังแขนขาเป็นเรื่องที่ทุกคนเข้าใจง่ายและทำง่าย แต่การออกกำลังกายของกล้ามเนื้อ บริเวณกระดูกสันหลังเป็นสิ่งที่หลายคนยังไม่รู้ไม่คุ้นเคย จึงขอนำเสนอไว้ ณ ที่นี้คือ

เวลาออกกำลังกายกล้ามเนื้อหลังให้นอนราบคว่ำหน้า แขนสองข้างแนบลำตัว แล้วแอ่นหลังยกหัวและเท้าให้ลอยขึ้นเหนือพื้นเตียง ทำอย่างนี้ 10 ครั้งต่อวัน ต่อไปเมื่อแข็งแรงดี ไม่ปวดไม่เมื่อยกล้ามเนื้อหลัง ก็เพิ่มการทำโดยเอาเป้สะพายหลังแล้วเพิ่มน้ำหนักเข้าไปในเป้ทีละน้อยๆ (แต่ห้ามเกิน 20 กก.) วิธีนี้เคยได้รับการทดลองที่เมโยคลินิกมาแล้ว เขาพบว่าหลังจากทำไป 2 ปี ได้ผลดีเกินคาด คือ เมื่อติดตามคนไข้ไปนาน 8 ปี ก็ปรากฏว่า หญิงที่ไม่ได้ทำมีอัตราการเกิดกระดูกสันหลังหัก เป็น 2.7 เท่าของคนที่ทำการออกกำลังกล้ามเนื้อหลังดังกล่าว

จะเห็นได้ว่า การงดฮอร์โมนเพศหญิงในวัยหมดระดูไม่ใช่สิ่งที่ทำไม่ได้ หลายคนเพียงแค่มีความรู้ความเข้าใจและปรับเปลี่ยนนิสัยความเป็นอยู่เสียใหม่ก็จะทำได้แล้ว สำหรับคนที่มีอาการมากเมื่อหมดประจำเดือนจนวิธีที่ว่าข้างต้นทำไม่ได้ผล ก็จำเป็นต้องปรึกษาแพทย์ให้แนะนำช่วยเหลือ ท่านอาจจะต้องใช้ฮอร์โมนเพศหญิงต่อไป เป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆ ซึ่งจะสั้นแค่ไหนก็มีแต่ท่านกับหมอประจำตัวของท่านเท่านั้นที่จะรู้ ที่ไหนมีความพยายามที่นั่นย่อมมีหนทาง ยุคสมัยของการกินฮอร์โมนทดแทนแบบเข้าใจผิดๆ มันสิ้นสุดแล้วครับ


(update 18 พฤษภาคม 2004)
[ ที่มา..หนังสือ นิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 26 ฉบับที่ 12 ธันวาคม 2545-มกราคม 2546 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600