ปวดหลัง อย่าละเลย


สวัสดีครับ ผมมีอาการปวดหลังเรื้อรัง ขอคำปรึกษาด้วยครับ

ประมุข



สวัสดีครับ อาการปวดหลังเป็นปัญหาที่พบบ่อยมาก เมื่อมีอาการปวดหลังเรามักคิดว่าเดี๋ยวจะหายเอง และปล่อยไว้จนกลายเป็นเรื้อรังและรุนแรงมากขึ้น ดังนั้นถ้าเรารู้สาเหตุของอาการปวดหลัง เราสามารถหาแนวทางการแก้ไขและดูแลตนเองได้

สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการปวดหลัง
1. อิริยาบถที่ไม่ถูกต้อง : นอนบนฟูกที่นุ่มเกินไป นั่งหลังค่อมนานๆ
2. กล้ามเนื้อ เอ็นข้อต่อเคล็ดหรือแพลง : จากการเคลื่อนไหวผิดท่า
3. หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน : มักพบในคนที่ยกของหนัก
4. การเสื่อมสภาพของกระดูกสันหลัง : มักพบในผู้สูงอายุ มีอาการปวดเป็นระยะๆ
5. การเกิดพังผืดยึดกระดูกสันหลัง : มักมีประวัติปวดหลังเล็กน้อยแล้วหายไป ถ้านั่งหรือยืนนานจะปวดมากขึ้น
6. กลุ่มอาการเจ็บปวดกล้ามเนื้อ : มีจุดปวดบริเวณกล้ามเนื้อหลัง
7. สาเหตุอื่นๆ : กระดูกสันหลังคด อารมณ์ตึงเครียด โครงสร้างกระดูกสันหลังผิดปกติมาแต่กำเนิด โรคไต
ท่านจะออกกำลังกายเพื่อช่วยบรรเทาอาการปวดหลังของท่านได้หรือไม่ ขอให้ท่านตอบคำถามต่อไปนี้
1. ท่านมีอาการปวดหลังเป็นพักๆ ไม่ได้ปวดตลอด 24 ชั่วโมง ใช่หรือไม่
2. ท่านมีอาการปวดเฉพาะที่หลังไม่ได้ร้าวไปขา ใช่หรือไม่
3. ท่านมีอาการปวดหลังมากขึ้น เมื่อนั่งหรือยืนนาน หรือขณะลุกขึ้นยืน ใช่หรือไม่
4. ท่านมีอาการปวดหลังเมื่อก้มหลังทำงานนาน ใช่หรือไม่
5. ท่านมีอาการปวดหลังเมื่อตื่นเช้า และอาการเบาลง เมื่อเวลาผ่านไป ใช่หรือไม่
6. ท่านมีอาการปวดหลัง เมื่อไม่ได้เคลื่อนไหวนาน และอาการเบาลงเมื่อเคลื่อนไหว ใช่หรือไม่
7. ท่านมีอาการปวดหลังเบาลง เมื่ออยู่ในท่านอนคว่ำ ใช่หรือไม่
8. ท่านมีอาการปวดหลังมานานแล้ว ใช่หรือไม่
        - ถ้าท่านตอบว่าใช่หมด แสดงว่าท่านน่าจะรักษาตนเองด้วยการออกกำลังกายได้
        - ถ้าท่านตอบว่าใช่ 4 ข้อหรือมากกว่า แสดงว่าการออกกำลังกายมีโอกาสบรรเทาอาการปวดหลังได้
        - ถ้าท่านตอบว่าใช่น้อยกว่า 4 ข้อ แสดงว่าท่านมีความจำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างจริงจัง จากนักกายภาพบำบัดหรือแพทย์
ท่าบริหารเพื่อป้องกันอาการปวดหลัง

ท่าที่ 1 เกร็งกล้ามเนื้อหลัง : เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหลัง ทำค้างไว้ 5 วินาที วันละ 20-30 ครั้ง
ขั้นที่ 1 นอนแอ่นตัวขึ้น โดยยกไหล่และขาพ้นพื้น
ขั้นที่ 2 ยกไหล่และขาด้านตรงข้ามพร้อมกัน
ขั้นที่ 3 ยกไหล่และขาด้านตรงข้ามพร้อมกันในท่าตั้งคลาน
ท่าที่ 2 เกร็งกล้ามเนื้อหน้าท้อง : เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหน้าท้อง นอนหงายชันเข่าทั้งสองข้าง ยกศีรษะและบ่าให้พ้นพื้นมากที่สุด ทำค้างไว้ 5 วินาที วันละ 20-30 ครั้ง

ท่าที่ 3 นอนคว่ำแอ่นอก : เพิ่มความยืดหยุ่นของข้อต่อด้านหน้า อยู่ในท่าเตรียมวิดพื้น ค่อยๆ เหยียดศอกขึ้น พยายามไม่ให้สะโพกลอยพ้นพื้น ทำค้างไว้ 10 วินาที วันละ 20-30 ครั้ง

ท่าที่ 4 เข่าจรดอก : เพิ่มความยืดหยุ่นของข้อต่อด้านหลัง ทำค้างไว้ 10 วินาที วันละ 20-30 ครั้ง
ขั้นที่ 1 นอนหงายชันเข่าทีละข้างเข้าหาอก
ขั้นที่ 2 นอนหงายชันเข่าทั้ง 2 ข้างเข้าหาอก
ท่าที่ 5 นอนหงายบิดตัว : เพิ่มความยืดหยุ่นของข้อต่อในท่าบิดตัว นอนหงายชันเข่า 2 ข้างบิดขา และสะโพกไปด้านขวา โดยไม่ให้ไหล่ซ้ายลอยพ้นพื้น ทำสลับกัน ทำค้างไว้ 10 วินาที วันละ 20-30 ครั้ง

ท่าที่ 6 ยืนก้มตัว : เพิ่มความยืดหยุ่นของข้อต่อด้านหลัง ยืนกางขาประมาณระดับไหล่ ก้มตัวลงช้าๆ จนปลายนิ้วแตะพื้น ทำค้างไว้ 5 วินาที วันละ 20-30 ครั้ง

ท่าที่ 7 ยืนแอ่นหลัง : เพิ่มความยืดหยุ่นของข้อต่อด้านหน้า ยืนแยกขาเล็กน้อย ฝ่ามือทาบด้านหลังเอว ดันมือให้หลังแอ่น ทำค้างไว้ 10 วินาที วันละ 20-30 ครั้ง

ขณะบริหารไม่ควรมีอาการปวดหลังหรือปวดร้าวลงขา ถ้ามีควรปรึกษาแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดทันที

การป้องกันการปวดหลัง
1. แก้ไขอิริยาบถการเคลื่อนไหวให้ถูกต้อง
2. หากปวดเมื่อยหลังควรหยุดพัก เพื่อบริหารหลัง
3. หมั่นออกกำลังกายกล้ามเนื้อหลัง
ปัญหาปวดหลังเรื้อรัง ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษาครับ

ยศนันต์ ธัญญสุวรรณ์
นักกายภาพบำบัด โรงพยาบาลเทพธารินทร์


(update 12 กุมภาพันธ์ 2004)
[ ที่มา... กรุงเทพวันอาทิตย์ ปีที่ 16 ฉบับที่ 5700 วันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2547 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600