คนเรานั้นเกิดมาเพื่อที่จะแสวงหาใครสักคนมาเป็นคู่ครอง คู่คิด และคู่ชีวิต
หลายต่อหลายคู่ประสบความสำเร็จในการนำพาเอานาวารักฝ่าคลื่นลมและมรสุมต่างๆ
ที่ถาโถมเข้ามาในชีวิตคู่จนบรรลุฝั่งฝันที่ปรารถนาเหมือนดังคำที่ผู้ใหญ่อวยพรว่า
ขอให้อยู่ด้วยกันไปจนถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชร
แต่หลายต่อหลายคู่ นาวารักก็อับปางลงกลางมหานทีท่ามกลางพายุร้ายที่ถาโถมเข้ามาในชีวิตคู่
และไม่สามารถที่จะประสานสัมพันธ์กันจนฝ่าอุปสรรคต่างๆ ไปได้
จากกันไปด้วยคำอธิบายง่ายๆ ว่า
เราไปด้วยกันไม่ได้
ความรัก
ฐานรากของชีวิตคู่
ชีวิตคู่ที่เปี่ยมไปด้วยความรัก ความผูกพัน และความเข้าใจกันเท่านั้นที่จะทำให้ชีวิตสุขสมราบรื่น
คนสองคนที่มาใช้ชีวิตคู่ด้วยกันจะต้องพยายามเข้าใจกัน ไว้ใจกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน
เคารพนับถือซึ่งกันและกัน รวมทั้งให้อภัยกันในยามที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทำอะไรที่ผิดพลาดลงไป
การคำนึงถึงประโยชน์ของคนที่ตนรักเป็นลำดับแรก
จึงเป็นความรักที่สามารถมอบให้แก่กันตลอดเวลา
ต่างจากการต้องการให้คนรักทำอะไรให้ ซึ่งเป็นความรักในรูปแบบที่ไม่มีวุฒิภาวะ
ไม่เป็นผู้ใหญ่ คิดถึงตนเองก่อน โดยแบบนี้เมื่อไม่ได้ดังที่หวังก็จะเกิดการผิดหวังและขาดรัก
อันนำไปสู่พฤติกรรมตามมาซึ่งจะทำให้ชีวิตคู่ต้องอับปาง
เพราะการมีรักแท้นั้น เมื่อมีแล้วจะบังเกิดความสุขที่ได้ทำอะไรบางสิ่งบางอย่างให้คนที่ตนรัก
โดยไม่ได้หวังว่าจะได้อะไรกลับคืนมานอกจาก
ความรัก
ในรักแท้นั้น เมื่อให้ความรักไป
ก็จะได้ความรักมา
แต่ในความหลงนั้น จะเป็นความหลงที่อยากได้แต่ความรักจากคนรัก
แต่ไม่ได้ให้ความรักตอบแทนกลับไป เมื่อความหลงหมดไปและยังไม่มีความรักกลับมา
สัมพันธ์ที่เปราะบางซึ่งอยู่บนฐานรากของความหลงก็ย่อมจะสิ้นสุดลงไป
ความรักนั้นแสดงออกได้ในหลายรูปแบบ และคนที่มีชีวิตคู่ร่วมกันนั้น
จะต้องพยายามที่จะแสดงความรักออกมาในรูปแบบที่คนรักอยากได้
อย่างน้อยก็ต้องแสดงความพยายามที่จะแสดงความรักออกมา!!
ลองมาพิจารณาวิธีการแสดงความรักในแบบต่างๆ กันดูไหมว่า ควรจะแสดงความรักที่มีต่อกันแบบไหนดี
1. ความรักในรูปแบบที่ต้องการการสัมผัส
เป็นความรักของหนุ่มสาวที่โหยหาการสัมผัสทางกายต่อกัน สานสร้างสัมพันธ์จากการมีสัมพันธ์สวาททางกาย
เพื่อที่จะสุขสมร่วมกัน อยากที่จะอยู่ด้วยกันตลอดเวลา อยากจะสัมผัสร่างกายของกันและกัน
ด้วยความคิดว่าจะสามารถ่ายทอดความรักให้แก่กันได้จากการร่วมรัก
กามารมณ์จึงเป็นฐานรากของชีวิตคู่ในระยะแรกของความสัมพันธ์
กามารมณ์เป็นสัมผัสรักที่จับต้องได้ เป็นสีสันแห่งความรักของหนุ่มสาวที่แรกรักกัน
แต่ชีวิตคู่ที่ยืนยาวนั้น จะต้องมีการพัฒนาความรักไปให้มากกว่านั้น
2. ความรักแบบโรแมนติค
กล่าวกันว่า ความรักของผู้หญิงนั้นเป็นแบบ "โรแมนติก" แต่ความรักของผู้ชายเป็นแบบ "อีโรติก"
ในการมีความสัมพันธ์กันนั้น ผู้หญิงจะคิดถึงการแสดงความรักด้วยกันเป็นส่วนใหญ่
ในขณะที่ผู้ชายจะคิดถึงบทพิศวาสในรูปแบบของอีโรติกมากกว่า
ผู้หญิงจึงต้องมีความรักเป็นรากฐานก่อนที่จะมีอารมณ์พิศวาสและสุขสมจากบทพิศวาสที่มอบให้แก่กัน
ส่วนผู้ชายนั้น จะอยากระบายความรักออกไปผ่านการร่วมรักที่อบอุ่นและสุขสม
ด้วยความอยากที่จะระบายความรักออกไปนี่แหละที่ทำให้ท่วงท่าลีลารักของพวกเขาเร่าร้อน ดุดัน
และหลั่งเร็ว หลั่งเร็ว
จึงเป็นปัญหาของผู้ชายเกือบทุกคน ไปไม่ถึงจุดสุดยอด
จึงเป็นปัญหาของผู้หญิงเกือบทุกคนเช่นกัน
เมื่อผ่านความรักแบบโรแมนติค และอีโรติกไปแล้ว
ความรักในแบบต้องการใช้ชีวิตร่วมกันก็มาเยือน
3. ความรักแบบต้องการครองคู่
การอยู่ร่วมกันเป็นความปรารถนาอย่างยิ่งยวดของชายและหญิงที่รักกันและอยากสร้างครอบครัวร่วมกัน
อยากใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ทำอะไรร่วมกัน มีพันธะผูกพันกัน อยากเห็นกันตลอดเวลาที่มีโอกาส
แต่หลายต่อหลายคู่ กลายเป็นความรักที่พึ่งพาไป และรู้สึกเหมือนจะขาดกันไปไม่ได้
ซึ่งก็จำเป็นต้องปรับปรุงเพราะในการดำเนินชีวิตในปัจจุบันนั้น
ความต้องการที่จะอยู่ร่วมกันตลอดเวลานั้น
เป็นไปไม่ได้
จึงต้องมีการพัฒนาความรักต่อไปเป็นความรักในรูปแบบที่ผูกพันแต่ไม่พึ่งพา
4. ความรักแบบสัญญาใจ
เป็นความรักแบบเข้าใจกัน ไว้ใจกัน ผูกพันกัน โดยไม่ต้องพึ่งพา
แม้ว่าจะไม่มีคนรักอยู่ข้างกายก็เหมือนมี ไม่มีความรู้สึกอ้างว้าง ว้าเหว่เดียวดายหรือถูกทอดทิ้ง
เพราะมีอีกคนอยู่เสมอในใจที่แสนจะเป็นสุขเพราะมีคู่ชีวิตที่มีสัญญาใจต่อกัน
สัญญาว่า
เราจะครองคู่กันไปตราบจนลมหายใจสุดท้ายแห่งกาลเวลา
คู่ครองในฝัน
ที่เป็นจริง
ชายหญิงใดที่สามารถแสดงความรักออกได้ด้วยวิธีการต่างๆ ตามความเหมาะสม
โดยสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปและวัยที่เปลี่ยนแปลงย่อมจะมีชีวิตคู่ที่เป็นสุข
เพราะตามธรรมชาติแล้วถ้าจะเปรียบชีวิตคู่เหมือนดอกกุหลาบ
ชีวิตคู่ในระยะแรก ก็ร้อนแรงเช่นเดียวกับกุหลาบแดง
ที่แจ้งรักนั่นเอง
ต่อเมื่อได้ใช้ชีวิตคู่ร่วมกันไปสักระยะหนึ่งแล้ว ความรักในรูปแบบของความสัมพันธ์ฉันเพื่อนคู่คิด
มิตรคู่ใจก็จะเกิดขึ้น ชีวิตคู่ในระยะกลางๆ จึงเหมือนดอกกุหลาบสีชมพู ที่งามสดใส มองแล้วมีความสุข
ซึ่งถ้าอยากให้ชีวิตคู่ราบรื่นต่อไปแล้วก็จะต้องพัฒนาต่อไปให้เป็นดอกกุหลาบสีขาว
ตัวแทนของความบริสุทธิ์
มีแต่ความบริสุทธิ์ใจมอบให้แก่กัน
และจำไว้เสมอว่า
สำหรับผู้หญิงนั้น
ชายในฝันของเธอน่าจะมีคุณสมบัติดังนี้
- เป็นพ่อของลูก เป็นความภาคภูมิใจของครอบครัว เป็นแฟมิลีแมนที่ดูแลครอบครัว
และทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อครอบครัวของเขา
- เป็นคนที่มอบความรัก ความอบอุ่น ความมั่นคงอย่างจริงใจต่อเธออย่างสม่ำเสมอไม่เปลี่ยนแปลง
แม้กาลเวลาจะเปลี่ยนไป
- เลี้ยงดูอุปการะเธอ ดูแลเธอยามเจ็บไข้ได้ป่วย ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเธอ
ส่วนผู้หญิงในฝันที่ผู้ชายอยากจะได้มาเป็นคู่ชีวิตนั้น
คุณสมบัติต่อไปนี้น่าจะเป็นที่ผู้ชายทั่วไปอยากจะได้และอยากจะมี
- เป็นแม่ของลูก เป็นผู้หญิงที่เขาสามารถพาไปไหนต่อไหนได้
สามารถยืนเคียงข้างกับเขาทั้งในยามสุขและยามทุกข์
- เป็นคนที่คอยปลอบอกปลอบใจเขายามผิดหวัง ให้กำลังใจเขาในการที่จะลุกขึ้นมาต่อสู้
เพื่อที่จะฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ ในชีวิตต่อไป
- เป็นคนที่สามารถร่วมรักกับเขาได้อย่างสุขสม เพราะเขาบอกรักผ่านการมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งทางกายนั้น
กับผู้หญิงคนที่เขารักและรักเขาเสมอ และเมื่อเกิดความสุขสมแล้ว ความรักของเขาก็จะเพิ่มพูนขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ
ลองพิจารณาดูการแสดงความรักต่อกันและพยายามเป็นคู่ครองในฝันของกันและกันให้ได้
เพราะชีวิตคู่สุขสมนั้นมักจะ
ยืนยาวและสุขภาพดี!
(update 15 พฤษภาคม 2004)
[ ที่มา..หนังสือ
นิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 27 ฉบับที่ 3 เมษายน 2546 ]
|