" เพียงคำเดียวที่ปรารถนา อยากฟังให้ชื่นอุรา
ใจพะว้าพะวัง.........
นานเท่านานพี่คอยจะฝัน คำนี้คำเดียว ที่หวัง
อยากฟังจากปากดวงใจ ........
เพราะคำเดียวที่ปรารถนา ... ก็คือ คำว่า 'รัก' นั่นเอง
กล่าวกันว่า การที่คนเราเกิดมานั้น แม้จะมีหลายสิ่งหลายอย่างที่แสวงหา ไม่ว่าจะชื่อเสียงเกียรติยศ
ทรัพย์สินเงินทอง ยศถาบรรดาศักดิ์ ลาภยศสรรเสริญ แต่แน่นอนสิ่งเดียวที่คนเราทุกคนต้องการก็คือ คำว่า 'รัก'
เราอยากให้คนรอบข้างรักเรา เราอยากให้คู่ครองของเรารักเรา เราอยากให้ทุกคนที่เห็นเรารักเรา.....
ทำไมคนเรา จึงโหยหาความรักกันขนาดนี้...!!!
ก็เพราะคนเรานั้น เป็นสัตว์สังคมมาตั้งแต่เกิด เป็นการยากมากที่ใครคนใดคนหนึ่งจะอยู่คนเดียว
โดยไม่คบหาสมาคมกับผู้ใด ถ้าคนๆ นั้น ยังคงมีสติสัมปชัญญะอยู่ และเมื่อคนเราคบกับใครก็อยากจะให้เขารัก...
นั่นเป็นทั้งจุดอ่อนและจุดแข็งที่สมควรจะต้องเรียนรู้อย่างที่สุด
โดยเฉพาะในการที่จะหาใครสักคนหนึ่งมาเป็นคนที่ตนรักและใช้ชีวิตคู่ร่วมกันนั้น
เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ที่จะต้องเรียนรู้และมีการเตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้ก่อน
เพราะคำว่า 'รัก' เป็นคำเดียวที่คุณปรารถนานั่นแหละ จึงต้องรู้จักที่จะรักและรักให้เป็น
จะได้ไม่เป็นเหยื่อของความรัก
...โดยเฉพาะรักแรกพบ ที่หลายคนใฝ่ฝันว่า อยากจะได้เจอ
" เออชะรอยคงเป็นเนื้อคู่ จึงอุ้มชูเลี้ยงดูบำเรอ
แต่ครั้งแรกเมื่อพบเธอ ใจนึกเชื่อเมื่อแรกเจอ
ฉันและเธอคือคู่สร้างมา..."
บทเพลงของครูเอื้อ สุนทรสนาน ปรมาจารย์ทางเสียงเพลงอมตะแห่งวงสุนทราภรณ์แว่วหวานมาให้ได้ยิน
เมื่อนึกถึงเนื้อคู่ที่เป็นรักแรกพบ
แต่ทำอย่างไร รักแรกพบ จึงจะกลายเป็นรักแท้เล่า... นั่นเป็นสิ่งที่ต้องอาศัยเวลามาเป็นเครื่องตัดสินกันว่า
จะสามารถพัฒนารักแรกพบให้กลายเป็นรักแท้ได้อย่างไร
เพราะรักแรกพบนั้น อาจจะกลายเป็นรักแท้ได้
...แต่ส่วนใหญ่แล้ว รักแท้มักจะไม่ใช่รักแรกพบ
เคยอ่านบทเขียนของอาจารย์นายแพทย์ สรรค์ ศรีเพ็ญ ท่านเขียนถึงรักแท้ไว้ได้น่าอ่านมาก
โดยท่านให้ความเห็นว่า รักแท้นั้น ต้องอาศัยเวลาในการฟูมฟักจนเกิดเป็นรักแท้
...รักแท้ เมื่อเกิดขึ้นแล้วจะเห็นถึงประโยชน์และความสุขของคนที่ตนรักมากกว่าของตน
...รักแท้ เมื่อเกิดขึ้นแล้ว จะเพิ่มพูนขึ้นตามเวลาที่อยู่ร่วมกัน
โดยมิเกิดความเบื่อหน่ายในการจะใช้ชีวิตร่วมกันเลย
...รักแท้ เมื่อเกิดขึ้นแล้ว จะจางหายไปจากใจได้ยาก
เพราะนั่นเป็น รักแท้... ที่อาจจะมีโอกาสเกิดได้เพียงครั้งเดียวในชีวิตนี้ ซึ่งถ้าใครได้ประสบพบรักแท้แล้ว
อย่าได้ปล่อยให้หลุดลอยจากไป โดยเด็ดขาด
...เนื่องจากอาจเป็นความรักที่เกิดจากกามเทพอุ้มสม
" เมื่อคิดให้ดี โลกนี้ประหลาด บุพเพสันนิวาสที่ประสาทความรักภิรมย์
คู่ใครคู่เขารักจะคอยเฝ้าชม คอยภิรมย์ร่วมใจ
ขอบน้ำขวางหน้าขอบฟ้าขวางกั้น บุพเพยังสรรประสบ
ให้ได้พบสมรักกันได้ ห่างกันแค่ไหน
เขาสูงบังกั้นไว้ รักยังได้บูชา "
กล่าวกันว่า การที่คนเราจะพบเนื้อคู่ที่เทพอุมสมนั้น เป็นสิ่งที่ทุกคนใฝ่ฝันอยากจะเป็นคนที่โชคดีคู่นั้น
แต่ในชีวิตจริงนั้น เนื้อคู่ของเราจะเป็นคู่กรรม หรือคู่บุญ ก็ยากที่จะเดาได้
ใครที่ทำบุญไว้ดีตั้งแต่ชาติปางก่อน ก็อาจจะได้พบคู่บุญ ที่เทพยดาอุ้มสมให้มาพบกันในชาตินี้
ได้รักกันและใช้ชีวิตคู่ที่สุขสมด้วยกันไปจนแก่จนเฒ่า และจากโลกไปอย่างมีความสุข....
สมเด็จพระสังฆราช เคยตรัสไว้ว่า สามีภรรยาที่อยู่ด้วยกันจนเฒ่าจนแก่นั้น
ไม่ใช่ว่าเขาจะมองไม่เห็นความไม่สวยไม่งามของกันและกัน แต่เห็นแล้ว ก็เหมือนไม่เห็น
เพราะพวกเขาเห็นความดีของกันและกันมากกว่า ต่างจากสามีภรรยาที่เลิกรากันไปก่อน แม้ว่าจะสวยงาม
แต่ก็มองไม่เห็น เพราะไม่เห็นความดีงามของกันและกันนั่นเอง
...ความดี จึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ที่คนรักกันจะต้องมองให้เห็นให้ได้ในคนรักของตน
การคิดถึงกันในทางที่ดี มีความคิดในทางบวก จึงเป็นสิ่งที่เพิ่มพูนความรักความผูกพันในกันและกัน
และเป็นเคล็ดลับที่หากจะรักควรจะรู้
ปิดหู ปิดตา .. ปิดปาก สามคำจำให้มั่น
ใครมีโอกาสไปเที่ยวชมปราสาทนิกโก๊ะ สถานตากอากาศขึ้นชื่อของญี่ปุ่นแล้วจะต้องได้เห็นภาพแกะสลักไม้
ที่มีชื่อเสียงภาพหนึ่ง ซึ่งใครๆ ก็ต้องดั้นด้นกันไปดูให้เห็นกับตา ว่ามีจริง
...เป็นภาพของลิง 3 ตัว
ลิงตัวแรก เอามือปิดหู ลิงตัวที่สอง เอามือปิดตา และลิ่งตัวที่สาม เอามือปิดปาก
แต่อย่าได้เข้าใจผิดไปถึงเรื่องที่ผู้ที่เป็น ทรราช เผด็จการ ปิดหู ปิดตา ปิดปากประชาชน...
เพราะคนละเรื่องกัน
ภาพนี้เป็นปริศนาธรรมที่ให้ผู้พบเห็นได้คิดว่า การไม่ได้ยินในเรื่องราวที่ไม่ควรจะได้ยินก็ดี
การมองไม่เห็นในสิ่งที่ไม่ควรจะเห็นก็ดี และการไม่พูดในสิ่งที่ไม่ควรเอ่ยออกมาจากปากก็ดี
ล้วนแล้วแต่เป็นหนทางที่ทำให้เกิดความสุข และทำให้การครองคู่มีชีวิตคู่ที่มีความสุขสม
หัดไม่เห็น บางสิ่งบางอย่างที่คนรักทำ แต่ตัวเองไม่ชอบเสียบ้าง
อย่าไปได้ยินได้ฟังเรื่องราวที่เพื่อนผู้หวังดีแต่ประสงค์ร้าย มาเล่าให้ฟัง เสียบ้าง
และอย่าพูดจาด้วยถ้อยคำที่ทำให้คนที่รักไม่พอใจ ไม่สบายใจเสียบ้าง
...แล้วจะรู้ว่า ความสุขในการครองชีวิตคู่นั้น เป็นอย่างไร
ทุกวันนี้ ความรักของคนหลายคน ต้องอัปปางลง เพราะ...มือที่สามเสมอ!!
จำไว้ว่า ที่เราเลือกคนนี้ มาเป็นคู่ครอง ...เขาและเธอจะต้องมีอะไรดี เราจึงเลือก
การมองไม่เห็นสิ่งที่ไม่ดีที่พอจะยอมรับได้... เป็นศิลปศาสตร์ขั้นสุดยอด ที่จะทำให้มีความสุขสมในชีวิตคู่
...แต่ต้อง เลือกคู่... ให้ดีเสียก่อน!!!
จะได้ไม่ต้องมาพูดว่า...รู้อย่างงี้ อยู่คนเดียวดีกว่า
เพราะแม้ว่า 'รัก' จะเป็นสิ่งที่เป็นยอดปรารถนาของทุกผู้คน แต่คนที่จะได้รับความรักที่เป็นอมตะนิรันดรนั้น
ปราชญ์ผู้รู้กล่าวว่า ในทางทฤษฎีนั้น ความรักที่เริ่มต้นจากความเป็นเพื่อน เห็นอกเห็นใจกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน
เมื่อพัฒนาไปเป็นความรัก ของคู่ครองที่ต้องการใช้ชีวิตคู่ที่ราบรื่นและสุขสมแล้ว จะสามารถพัฒนาไปได้ดีกว่า
ความรักประเภทรักแรกพบ มากมายนัก
และถ้ารู้จักพัฒนาความรักแบบหนุ่มสาวในการครองชีวิตคู่ระยะแรกให้กลับมาเป็น ความรักฉันท์เพื่อนอีก
ก็จะทำให้ชีวิตคู่ได้รับการพัฒนาขึ้นไปในอีกระดับ จนกลายเป็น เพื่อนคู่คิดมิตรคู่ใจ
และเป็นมิตรแท้ที่จะเดินไปด้วยกันในทุกทางด้วยความมีมิตรจิตมิตรใจ
เป็นการครองชีวิตคู่ในฝันที่หลายต่อหลายคนอยากจะให้เป็นจริง!!
การทำความฝันให้เป็นจริงนั้น จะว่ายากก็ยาก จะว่าง่ายก็ง่าย...
บางคนบอกว่า ถ้าเป็นเนื้อคู่กันแล้วก็ไม่แคล้วกัน เรื่องนี้น่าคิดว่า ถ้าเป็นคู่บุญแล้วก็ขอให้อยู่ด้วยกันนานๆ
แต่ถ้าคู่กรรมแล้ว น่าจะรีบๆ ห่างไปเสีย
...จะได้พบคู่บุญเร็วๆ
เพราะหมดกรรม ก็ย่อมจะได้รับผลบุญที่ทำมาเสียที... จริงไหม!
(update 29 กันยายน 2004)
[ ที่มา...
เนชั่นสุดสัปดาห์ ปีที่ 13 ฉบับที่ 639 วันที่ 30 ส.ค. - 5 ก.ย. 2547 ]
|