รักษาธัยรอยด์ด้วยรังสีไอโอดีน

เมื่อพูดถึง รังสี ในการรักษา โรคธัยรอยด์ คนจะกลัวเรื่องการเป็นหมัน การคลอดลูกผิดปกติ ซึ่งความเชื่อเหล่านี้เป็นสิ่งที่ต้องลบล้างไปจากความทรงจำ เพราะได้พิสูจน์ชัดเจนนานแล้วว่า รังสีไอโอดีนไม่ทำให้คนเป็นหมัน ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย มีข้อแม้ในการใช้รังสีอย่างเดียว คือ ต้องไม่ใช้หากอยู่ระหว่างการตั้งครรภ์ เมื่อให้การรักษาเรียบร้อยแล้ว แพทย์ต้องติดตามผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด เพื่อสามารถวินิจฉัยการเกิดโรคไฮโปธัยรอยด์หรือธัยรอยด์ทำงานน้อยได้แต่เนิ่นๆ หากเกิดอาการนี้ขึ้น

เมื่อความปลอดภัยได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง ไอโอดีน 131 (ไอโอดีนซึ่งสามารถปล่อยรังสีออกมา) จึงได้รับการใช้ในคนไข้ที่อายุน้อยลงเรื่อยๆ จนปัจจุบันนี้ อายุแทบจะเรียกว่า ไม่ใช่อุปสรรคในการที่จะให้การรักษาด้วยรังสีไอโอดีน นอกจากนั้นไอโอดีน 131 ยังได้รับการใช้ในโรคธัยรอยด์ที่กว้างขวางมากขึ้น เช่น ในคนไข้ที่มีธัยรอยด์โตมากแต่ไม่เป็นพิษ และไม่ต้องการที่จะทำการผ่าตัด การให้ไอโอดีนสามารถทำให้คอยุบลงได้ แต่ก็ต้องระวังการที่ต่อมธัยรอยด์จะทำงานน้อยไปในที่สุด

ปัจจุบันนี้ รังสีไอโอดีนใช้กับโรคธัยรอยด์เป็นพิษมากที่สุดและเป็นการรักษามาตรฐาน หลังจากการให้ยาจนอาการต่างๆ ของคนไข้เป็นปกติหมดแล้ว การให้รังสีไอโอดีน ได้ประโยชน์มากกว่าการกินยาทำให้ขนาดของต่อมธัยรอยด์ยุบลง และทำให้ความถี่ของการมาพบแพทย์ลดลงได้มาก จนท้ายสุดอาจมาพบเพียง 6 เดือน หรือปีละครั้ง เพื่อตรวจเรื่องการทำงานของต่อมธัยรอยด์ว่ายังปกติดีอยู่หรือไม่ การให้รังสีไอโอดีนอาจพิจารณาให้ตั้งแต่ต้นเพราะคอโตมาก ซึ่งโอกาสที่จะยุบลงด้วยการกินยาแทบจะไม่มี หรือหลังจากกินยาแล้วเป็นปีก็ยังหยุดยาไม่ได้

รังสีไอโอดีนใช้ในการรักษาผู้ที่เป็นธัยรอยด์เป็นพิษเพราะเนื้อเยื่อของต่อมธัยรอยด์ทำงานมาก ก็จะนำเอารังสีไปเก็บไว้มาก รังสีที่ปล่อยออกมาจะไปทำลายเนื้อเยื่อของก้อนเนื้องอก และทำให้ก้อนยุบลงได้โดยไม่ต้องผ่าตัด

รังสีไอโอดีนใช้ในการรักษาโรคมะเร็งของต่อมธัยรอยด์ : เพื่อเป็นการกวาดล้างเนื้อธัยรอยด์ ที่หลงเหลืออยู่ในร่างกายให้หายไปโดยสิ้นเชิง แต่ในกรณีเช่นนี้ขนาดของรังสีที่ให้ จะมากกว่าในกรณีของต่อมธัยรอยด์เป็นพิษถึง 10 กว่าเท่าตัว แน่นอนที่สุด คนที่ได้รับไอโอดีน 131 ขนาดมากดังกล่าวนี้ ต่อมธัยรอยด์จะถูกทำลายไปหมด และจำเป็นจะต้องทานฮอร์โมนของต่อมธัยรอยด์ชดเชยไปตลอดชีวิต ธัยรอยด์ฮอร์โมนยังช่วยกดไม่ให้มะเร็งของต่อมธัยรอยด์เติบโตต่อไปได้ด้วย

เมื่อความปลอดภัยของการให้รังสีไอโอดีนเป็นที่รู้จักกันแล้ว ก็เริ่มมีการให้ รังสีไอโอดีนแก่คนที่คอโตแบบเป็นตะปุ่มตะป่ำ (multinodular goiter) แต่ไม่เป็นพิษ ในอดีตคอโตแบบนี้จะได้รับการผ่าตัดเป็นประจำและก็ยังอาจโตขึ้นมาได้อีก ปัจจุบันนี้มีการให้ไอโอดีนในกรณีเช่นนี้ทำให้คอยุบลงได้ โดยไม่ต้องผ่าและกินยาธัยรอยด์ฮอร์โมนคุมไม่ให้คอโตขึ้นมาอีกได้ตลอด

สรุปแล้วการให้รังสีไอโอดีน 131 ไม่มีอันตรายใดๆ ต่อการสืบพันธุ์ สิ่งเดียวที่ต้องเฝ้าติดตามหลังการให้ไอโอดีน คือ การทำงานของต่อมธัยรอยด์ ต้องติดตามว่ายังมีการทำงานได้อยู่มากน้อยเพียงใด ทั้งนี้เพื่อแพทย์สามารถพิจารณา การให้ฮอร์โมนชดเชยก่อนที่จะมีอาการของการขาดฮอร์โมนเกิดขึ้น

ศ.นพ. เทพ หิมะทองคำ
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เบาหวาน - ธัยรอยด์


(update 15 มีนาคม 2002)
[ ที่มา... กรุงเทพวันอาทิตย์ ปีที่ 16 ฉบับที่ 5728 วันอาทิตย์ที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2547 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600