เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็น "สัปดาห์เบาหวานโลก" เบาหวาน ไม่ใช่โรคติดต่อแต่ก็มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นทุกปี
ในอดีตที่ผ่านมา บทบาทในการรักษาเบาหวานจะอยู่ที่แพทย์และบุคลากร
ส่วนผู้เป็นเบาหวานเองมักเข้าใจว่าตนมีหน้าที่ใช้ยาตามแพทย์สั่งเท่านั้น การดูแลเบาหวานที่ดี
ต้องอาศัยความร่วมมือจากตัวผู้เป็นเบาหวานในการดูแลรักษาตนเอง
ในขณะที่แพทย์และบุคลากรต้องเพิ่มบทบาทของการเป็นผู้ให้คำปรึกษา
เป็นผู้ให้ความรู้ในการดูแลตนเองแก่ผู้เป็นเบาหวาน ด้วยบทบาทที่เปลี่ยนแปลงนี้จะช่วยให้คุณภาพการรักษา
และคุณภาพชีวิตของผู้เป็นเบาหวานดีขึ้น
บทบาทของผู้เป็นเบาหวานยุคใหม่ในการดูแลรักษาตนเอง
1. การรู้จักเลือกรับประทานอาหาร คือ การรับประทานอาหารให้ได้พลังงานเหมาะสมเพื่อควบคุมน้ำหนักตัว
ระดับน้ำตาลในเลือดให้ได้ตามเป้าหมาย ซึ่งปริมาณพลังงานของแต่ละคนที่ต้องการในแต่ละวันไม่เท่ากัน
ผู้เป็นเบาหวานสามารถสอบถามข้อมูลความต้องการพลังงานของท่านได้จากนักกำหนดอาหารของโรงพยาบาลที่ให้การดูแลรักษา
2. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอสัปดาห์ละ 3-5 ครั้ง แต่ละครั้งใช้เวลาอย่างน้อย 30 นาที
ซึ่งสามารถสอบถามรูปแบบการออกกำลังกายที่เหมาะสมได้จากนักกายภาพบำบัดของโรงพยาบาล
เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการออกกำลังกายที่ไม่เหมาะสมกับสภาวะร่างกายของแต่ละคน
3. การตรวจระดับน้ำตาลในเลือดด้วยตนเอง เพื่อช่วยประเมินการควบคุมอาหาร
การออกกำลังกาย และการใช้ยา ในปัจจุบันเครื่องตรวจน้ำตาลในเลือด มีวางจำหน่ายตามโรงพยาบาล
และตามร้านขายยาต่างๆ ทั่วไป
4. ควรรับประทานยาหรือฉีดอินซูลินอย่างสม่ำเสมอตามแผนการรักษาของแพทย์
นอกจากนี้ควรจะต้องรู้จักยาทั้งระยะเวลาการออกฤทธิ์ของยา ผลข้างเคียงของยา
ไม่ว่าจะเป็นยาฉีดและยารับประทาน และเรียนรู้ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ การแก้ไข
ข้อมูลเหล่านี้ท่านสามารถสอบถามจากแพทย์และวิทยากรเบาหวานได้
การปฏิบัติตัวในการตรวจสอบและเฝ้าระวังโรคแทรกซ้อน
ตา : ควรได้รับการตรวจตาเมื่อได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นเบาหวาน และตรวจซ้ำทุก 1 ปี
ถ้าตรวจพบว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้นที่ตา ต้องไปตรวจตามที่จักษุแพทย์นัดตลอด
(ในกรณีที่เป็นเบาหวานประเภทที่ 1 ตรวจหลังจากวินิจฉัยแล้ว 5 ปีได้)
ไต : ควรได้รับการตรวจปัสสาวะเพื่อตรวจหาโปรตีนที่หลุดรั่วออกมาในปัสสาวะ (microalbuminuria)
ในครั้งแรกที่วินิจฉัยว่าเป็นเบาหวานและควรตรวจซ้ำทุก 1 ปี
ตรวจระดับไขมันในเลือดทุก 6-12 เดือน
- วัดความดันโลหิตและชั่งน้ำหนักทุกครั้งที่พบแพทย์
- หมั่นดูแลสุขภาพเท้าเป็นประจำ
- ติดตามการรักษาอย่างสม่ำเสมอ และศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับเบาหวาน
เพื่อนำมาใช้ประกอบการดูแลสุขภาพของตนเอง
หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เช่น
- งดสูบบุหรี่
- งดดื่มเหล้าหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกประเภท
หลีกเลี่ยงภาวะเครียด ทำจิตใจให้แจ่มใสเป็นสุข เช่น
- อย่าท้อแท้ มีกำลังใจในการดูแลรักษาตนเอง
- วางเป้าหมายและตั้งใจเดินไปสู่เป้าหมายนั้นให้ได้
จะเห็นได้ว่าบทบาทของผู้เป็นเบาหวานในการดูแลรักษาตนเองนั้นมีหลายอย่าง
ซึ่งทั้งหมดจะเป็นทางนำสู่สุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรง ลดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ในอนาคต
เบาหวานมีสไตล์ ควบคุมเบาหวานให้อยู่ในอาณัติของคุณ...วันนี้
ณัฏฐิยา ปะบุญเรือง
วิทยากรเบาหวาน
(update 9 ธันวาคม 2004)
[ ที่มา...
กรุงเทพวันอาทิตย์ ปีที่ 16 ฉบับที่ 5995 วันอาทิตย์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2547 ]
|