ความเชื่อ คือ สิ่งที่เล่าขานกันมา และเรายึดถือปฏิบัติกันจนเคยชิน
บางครั้งชินเสียจนเราลืมนึกถึงเหตุผลหรือความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
ลืมสนใจว่าสิ่งที่เชื่อหรือปฏิบัติอยู่นั้นถูกต้องหรือเปล่า
ความเชื่อต่างๆ เกี่ยวกับ โรคเบาหวาน ก็เช่นกัน
หลายครั้งที่ความเชื่อที่ไม่ถูกต้องส่งผลให้การรักษา
และคุณภาพชีวิตของผู้เป็นเบาหวานไม่ดีเท่าที่ควร
คุณเชื่อ...เบาหวานเป็นโรคของคนแก่
ความจริง เด็กและหนุ่มสาวมักไม่สนใจดูแลเอาใจใส่สุขภาพของตนเองเท่าที่ควร
ถือว่าอายุที่ยังน้อยอยู่นั้นเป็นเสมือนภูมิคุ้มกันโรค โรคเบาหวานเป็นโรคหนึ่ง
ซึ่งคนอายุน้อยมักคิดว่าเป็นเรื่องของผู้สูงวัย หารู้ไม่ว่า จริงอยู่ที่โอกาสการเป็นโรคนี้เพิ่มสูงขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น
แต่อายุเฉลี่ยของการเริ่มต้นเป็นเบาหวานนั้นน้อยลงเรื่อยๆ ปัจจุบันการพบเบาหวานในผู้มีอายุไม่ถึง 30 ปี
กลายเป็นเรื่องปกติไปเสียแล้ว นอกจากนั้น ในเด็กอ้วนยังพบว่าเป็นเบาหวานแบบผู้สูงวัยกันมากทีเดียว
เหตุผลที่สำคัญไม่ใช่อะไร นอกไปเสียจากวิถีการดำรงชีวิตที่เปลี่ยนไป
- คุณ...อาศัยอาหารจานด่วนเป็นเครื่องประทังชีพหรือไม่ ?
- คุณ...ยุ่งวุ่นวายกับงานหรืออ้างว่าไม่มีเวลาออกกำลังกายหรือไม่ ?
- คุณทราบหรือไม่? ข้อมูลเมื่อปี 2543 คนไทยที่มีอายุ 35 ปี
ขึ้นไปเป็นเบาหวานถึง 9.6% (2.4 ล้านคน) โดยที่รู้ตัวว่าเป็นเพียงครึ่งหนึ่ง
และมีอีก 5.4% (1.4 ล้านคน) ที่เริ่มมีระดับน้ำตาลในเลือดก่อนอาหารสูงกว่าปกติ
- เด็กและหนุ่มสาว...ต้องเริ่มดูแลตนเองเสียแต่วันนี้เพื่อลดโอกาสการเกิดโรคเบาหวาน
- ผู้สูงอายุ...ต้องดูแลตนเองและส่งเสริมให้ลูกหลานเริ่มดูแลสุขภาพเสียแต่เนิ่นๆ เพื่อป้องกันโรค
- ความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานที่อยู่ในกำมือของคุณเอง ได้แก่ ความอ้วน
- รูปร่างสมสัดส่วน = ป้องกันเบาหวาน
คุณเชื่อ...ตรวจหาเบาหวานต้องงดอาหาร
ความจริง เบาหวานสามารถตรวจพบได้เร็วขึ้นจากการตรวจระดับน้ำตาลในเลือดหลังการกินอาหาร
ทั้งนี้เนื่องจากความผิดปกติของระดับน้ำตาลในเลือดหลังอาหารจะเกิดขึ้นก่อนความผิดปกติของระดับน้ำตาลในเลือดก่อนอาหาร
ทำให้สามารถค้นหาโรคเบาหวานได้เร็วขึ้น การควบคุมเบาหวานแต่เนิ่นๆ จะช่วยป้องกันตัวคุณจากโรคแทรกซ้อนต่างๆ
ซึ่งเป็นอันตราย ได้แก่ อาการตาบอด ไตวาย เส้นเลือดหัวใจตีบ เส้นเลือดสมองตีบ และการถูกตัดขา เป็นต้น
เร่งตรวจหาเบาหวาน รีบรู้โรค สามารถป้องกันภาวะแทรกซ้อน
คุณเชื่อ...ผลไม้ ยิ่งกินยิ่งดี มีแต่ประโยชน์
โดยทั่วไป ผลไม้มีประโยชน์มหาศาลจริง แต่ข้อยกเว้นนั้นก็มีอยู่ เช่น
ผลไม้หวานจัดหลายชนิดมีน้ำตาลอยู่มาก หากกินโดยไม่จำกัด
น้ำตาลที่มากเกินไปจะถูกเปลี่ยนเป็นไขมันไตรกลีเซอไรด์และทำให้คุณอ้วนขึ้น
ซึ่งความอ้วนนั้นเป็นผลให้เพิ่มโอกาสเกิดโรคเบาหวานขึ้นได้
หลายต่อหลายคนเกลียดผลไม้เป็นชีวิตจิตใจ แต่ยอมที่จะดื่มน้ำผลไม้คั้นและสบายใจว่า
นี่แหละ! คือการทดแทนผลไม้ที่ขาดไป หรือเชื่อว่ายิ่งดื่มมากๆ ยิ่งดี แต่ความจริงนั้น
การดื่มน้ำผลไม้ทำให้ขาดโอกาสได้รับเส้นใยอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น
ลดโอกาสเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ ช่วยระบาย ลดไขมัน ช่วยให้อิ่มท้อง
ผลไม้อบแห้ง ยิ่งเป็นตัวการสำคัญของความเข้าใจผิดเรื่องผลไม้
โดยส่วนใหญ่ในขั้นตอนการทำผลไม้อบแห้งจะมีการเติมน้ำตาลลงไป
หรือถึงแม้จะไม่เติมน้ำตาล เช่น ลูกเกดชนิดธรรมดา
แต่คุณทราบหรือไม่ว่าลูกเกดนั้นยังอัดแน่นด้วยน้ำตาลผลไม้จากองุ่นอยู่นั่นเอง
ผลไม้...ดีจริง แต่ต้องกินด้วยความระมัดระวัง
ตัวอย่างปริมาณผลไม้ที่ควรกินหลังอาหารในแต่ละมื้อ (เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง)
ส้มขนาดกลาง 1 ผล
เงาะ 4 ผล
กล้วยน้ำว้า 1 ผล
กล้วยหอม 1/2 ผล
ชมพู่ 2 - 3 ผล
มังคุด 4 ผล
ฝรั่งขนาดกลาง 1 ผล
คุณเชื่อ...ออกกำลังกาย เป็นเรื่องน่าเบื่อ
ความจริง การออกกำลังกาย เป็นสิ่งที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพ แต่หลายท่านมักบอกว่า
งานยุ่งและไม่มีเวลา บางท่านจำกัดการออกกำลังกายอยู่แค่เพียงการเล่นกีฬา
และเมื่อบังเอิญเกิดมาเป็นผู้ไม่มีพรสวรรค์ด้านนี้ จึงพาลนั่งเฉยๆ แต่จริงๆ แล้ว
เราสามารถใช้การเคลื่อนไหวร่างกายในชีวิตประจำวันดัดแปลงให้เป็นการออกกำลังกาย
เพื่อสุขภาพได้เช่นกัน ซึ่งทำได้ในทุกที่และทุกเวลา เช่น
- เต้นรำ ทำสวน เดินเข้าซอย ถูบ้าน และกิจวัตรประจำวันอื่นๆ
ล้วนเป็นการออกกำลังกายได้ทั้งสิ้น หากมีความต่อเนื่องและมีความหนักเพียงพอ
- ผลการศึกษาในผู้มีน้ำตาลสูงกว่าปกติเล็กน้อย พบว่าเพียงกินอาหารแต่พอเหมาะ
และเดินเร็วอย่างต่อเนื่องวันละ 30 นาที สามารถลดการเกิดเบาหวานได้ถึง 60%
- หมั่นขยับเขยื้อนร่างกาย ทำในสิ่งที่คุณชอบและมีความสุข ช่วยป้องกันโรคเบาหวานในอนาคต
จากประสบการณ์การตรวจผู้ป่วยเบาหวานมาเป็นเวลานานของทีมบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ
พบว่า ความเชื่อที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคเบาหวานยังมีอีกมาก หากท่านมีความเชื่อเรื่องเบาหวานที่ติดคาใจมานาน
ทดสอบความเชื่อของท่านได้ที่ ศูนย์ให้คำปรึกษาโรคเบาหวาน โทร 02-671-7777 จันทร์-ศุกร์ 9.00-16.00 น.
(update 5 มิถุนายน 2004)
[ ที่มา...
กรุงเทพวันอาทิตย์ ปีที่ 16 ฉบับที่ 5762-5784 วันอาทิตย์ที่ 4-25 เมษายน พ.ศ.2547 ]
|