การนอนหลับได้สนิทตลอดคืนเป็นความสุขอย่างหนึ่งที่เราทุกคนต้องการทุกช่วงเวลาของช่วงชีวิต
การได้นอนเต็มอิ่มจะช่วยทำให้ร่างกายสดชื่น จิตใจแจ่มใส ระบบการย่อยอาหารทำงานได้ดี
ช่วยให้รับประทานอาหารและขับถ่ายได้เป็นปกติ การนอนหลับได้ดีและเพียงพอ
จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์เพราะนอกจากจะแสดงถึงสุขภาพที่ดีของคุณแม่แล้ว
ยังจะส่งผลดีต่อพัฒนาการของทารกในครรภ์ด้วย
อะไรทำให้แม่นอนไม่ค่อยหลับ
โดยทั่วไปสตรีตั้งครรภ์มีความต้องการในการนอนมากกว่าปกติ
เนื่องจากร่างกายจะอ่อนเพลียมากขึ้น แต่ก็มีหลายๆ ปัจจัยที่ทำให้ไม่สามารถนอนหลับได้
เริ่มตั้งแต่
- อาการคลื่นไส้อาเจียนจากการแพ้ท้องในช่วงแรกของการตั้งครรภ์
- อาการท้องอืดแน่นท้อง หรือแสบร้อนบริเวณทรวงอกเนื่องจากอาหารไม่ย่อย
หรือการไหลย้อนกลับของน้ำย่อยในกระเพาะอาหารขึ้นมาในหลอดอาหาร
- อาการปวดเมื่อยหลังและส่วนต่างๆ ทั่วร่างกาย โดยเฉพาะอาการตะคริวบริเวณขา
- ยิ่งในระยะใกล้คลอดก็จะถูกรบกวนจากอาการเจ็บครรภ์เนื่องจากลูกดิ้นแรงขึ้น
และเริ่มมีอาการเจ็บเตือนถี่ขึ้นตามลำดับ
อยากนอนหลับดี ฟังทางนี้ครับ
เพื่อให้สามารถนอนหลับได้อย่างมีคุณภาพคือ หลับสนิทและยาวนานพอ
ข้อแนะนำเล็กๆ น้อยๆ ต่อไปนี้อาจจะช่วยให้ระยะเวลาอย่างน้อย 3-4 ชั่วโมง
การเตรียมตัวก่อนนอน
- ควรจะงดสิ่งที่ขัดขวางต่อการนอนทั้งปวง เช่น ไม่ควรออกกำลังกายหรือฝึกกายบริหารก่อนเข้านอน
จะให้ดีควรเว้นระยะเวลาอย่างน้อย 3-4 ชั่วโมง
- ก่อนนอนไม่ควรรับประทานอาหารหนักหรือดื่มน้ำมากจนเกินไป
เพื่อให้กระเพาะอาหารและลำไส้ได้พักในขณะนอนหลับและไม่ต้องตื่นมาปัสสาวะกลางดึก
โดยเฉพาะเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น ชา กาแฟ เครื่องดื่มประเภทโคล่าทั้งหลาย
รวมทั้งการสูบบุหรี่ก่อนนอนควรงดเด็ดขาด เพราะจะทำให้นอนไม่หลับและปวดปัสสาวะบ่อยขึ้น
และมีผลเสียต่อลูกด้วย แต่ถ้ารู้สึกหิว การดื่มนมอุ่นๆ ก็จะช่วยให้หนักท้องและง่วงนอนได้
เมื่อถึงเวลานอน
- ก็ควรตั้งใจเข้านอนจริงๆ ไม่ควรเปิดทีวี ดูหนัง ฟังเพลง หรืออ่านหนังสือเล่นก่อนนอน
- ควรทำห้องนอนให้เป็นห้องนอนเพียงอย่างเดียว ไม่ต้องยกเอาโรงภาพยนต์ ห้องสมุด
หรือสำนักงานมาไว้ในห้องนอนด้วย สำหรับสามีที่ติดรายการทีวีงอมแงมอย่างฟุตบอลพรีเมียร์ลีก
ที่มีการถ่ายทอดสดตอนดึกๆ แทบทุกคืนก็คงต้องขอความร่วมมือย้ายไปดูห้องอื่น
เก็บห้องนอนเอาไว้สำหรับใช้นอนและเซ็กซ์เท่านั้นก็พอแล้ว
- อ้อ! เรื่องเซ็กซ์ในขณะตั้งครรภ์สามารถมีดได้ตามปกติ เพราะจะทำให้รู้สึกผ่อนคลาย
และได้ผลพลอยได้ช่วยให้สามีหลับสบายตามไปด้วย ในรายที่สามีรู้ตัวว่านอนกรนเสียงดัง
ก็ควรรอให้ภรรยาหลับสนิทจึงค่อยนอนตาม อย่าเผลอหลับไปซะก่อนละครับ
- ควรฝึกการนอนและตื่นให้เป็นเวลา เพราะเมื่อทำเป็นประจำแล้ว
พอถึงเวลาจะรู้สึกง่วงนอน ทำให้นอนหลับได้ง่ายขึ้น
- สำหรับคุณแม่ที่มีอาการแน่นท้องหรือกรดในกระเพาะอาหารสำรอกย้อนกลับขึ้นมาในคอบ่อยๆ
อาจจะต้องหนุนที่นอนให้ส่วนหัวสูงขึ้นเล็กน้อย ในทำนองเดียวกันที่คุณแม่เท้าบวมมาก
ก็ควรหนุนทั้งหัวและเท้าพร้อมกัน เดี๋ยวจะนอนไม่หลับกันพอดี เลือกเอาด้านใดด้านหนึ่งก็พอแล้ว
ท่านอนก็สำคัญไม่น้อย
- เมื่อคุณแม่เข้านอนแล้ว ท่าที่เหมาะสมที่สุดก็คือนอนตะแคงซ้าย
จะช่วยป้องกันไม่ให้มดลูกกดทับเส้นเลือดดำใหญ่ จะทำให้เลือดจากขาไหลย้อนกลับเข้าสู่หัวใจได้ดีขึ้น
ช่วยให้เลือดหมุนเวียนได้ดี ทำให้ไตสามารถขับถ่ายของเสียได้ตามปกติ
- ท่าที่ควรหลีกเลี่ยงคือท่านอนหงาย เนื่องจากมดลูกตั้งแต่อายุครรภ์ 16 สัปดาห์ขึ้นไป
จะเริ่มมีขนาดโตอาจไปกดทับเส้นเลือดใหญ่บริเวณกลางลำตัว ทำให้เกิดอาการเท้าบวม
เส้นเลือดขอด ทำให้ความดันโลหิตต่ำลง เกิดอาการใจสั่นหรือวิงเวียนศีรษะเป็นลมได้
- ดังนั้นเมื่อทราบว่าตั้งครรภ์จึงควรเริ่มฝึกนอนตะแคงซ้ายตั้งแต่แรกทันที
เพราะถ้านอนท่าอื่นจนเคยชินแล้ว ต่อไปจะไม่สามารถกลับมานอนตะแคงซ้ายได้
- ในขณะนอนควรหาหมอนหลายๆ ใบมาหนุนรองตามส่วนต่างๆ ของร่างกายจะทำให้นอนหลับสบายขึ้น
ในขณะตั้งครรภ์แก่ มดลูกจะมีขนาดโตขึ้นมาก คงไม่สามารถนอนกอดสามีได้อีกต่อไป
แล้วการเปลี่ยนมานอนกอดหมอนข้างน่าจะได้ประโยชน์มากกว่า
หมอนข้างจะช่วยรองรับน้ำหนักบริเวณแขนและขา รวมทั้งช่วยป้องกันบริเวณหน้าท้อง
จากแรงกระแทกที่อาจเกิดจากสามีดิ้นมาโดนได้
- เมื่อหลับตานอนแล้วคุณแม่ก็ควรตัดความกังวลใจต่างๆ ทิ้งไป
เพื่อให้ร่างกายได้สัมผัสกับความสงบและผ่อนคลาย มีผู้แนะนำเทคนิคต่างๆ
มากมายเพื่อช่วยให้ร่างกายผ่อนคลายในขณะนอนหลับ เช่น ฝึกการหายใจเข้าออกช้าๆ
เป็นจังหวะการสร้างจินตนาการถึงสิ่งที่สวยงามหรือสถานที่ บรรยากาศที่น่าประทับใจ
รวมทั้งวิธีง่ายๆ ที่ใช้ในการฝึกสมาธิ คือการกำหนดลมหายใจเข้าออก
ก็จะช่วยทำให้นอนหลับได้ง่ายขึ้น
สารพันคำแนะนำเรื่องการนอน
นอกจากที่กล่าวมาข้างต้นแล้วการปฏิบัติในชีวิตประจำวันก็จะช่วยทำให้ลดความวิตกกังวล
ช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น
- การไปฝากครรภ์กับแพทย์อย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้สามารถปฏิบัติตัวได้อย่างถูกต้อง
- การได้รับโภชนาการอย่างเหมาะสม ได้รับแคลเซียมเสริมก็จะช่วยลดอาการตะคริวลงได้
- การฝึกกายบริหารหรือลุกขึ้นเปลี่ยนอิริยาบถบ่อยๆ ในระหว่างทำงานก็จะช่วยทำให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย
ลดอาการปวดเมื่อยหลังและขา
- การพยายามพูดคุยซักถามปัญหากับคนรอบข้าง เช่น สามี ญาติใกล้ชิดหรือเพื่อนฝูง
รวมทั้งคุณแม่ที่มีประสบการณ์ในการตั้งครรภ์มาก่อน ก็จะช่วยลดความกังวลและได้รับความรู้ต่างๆ
เพิ่มเติมมากขึ้น
- การได้พูดคุยกับสามีถึงแนวทางในการเลี้ยงลูก ปัญหาทางเศรษฐกิจ
หรือแม้แต่พูดคุยกับลูกคนก่อนๆ ให้เตรียมตัวที่จะรับน้องที่เกิดใหม่ก็จะทำให้รู้สึกผ่อนคลายขึ้น
แต่ในที่สุดเมื่อได้พยายามอย่างเต็มที่แล้วคุณแม่ก็ยังนอนไม่หลับ
ก็ไม่ต้องกังวลใจใดๆ ทั้งสิ้น เพราะถึงแม้จะนอนไม่หลับแต่การที่ร่างกายได้นอนพักอย่างสงบ
ได้จินตนาการสิ่งที่ดีๆ ก็ช่วยให้คุณและลูกมีความสุขได้เช่นกัน และเมื่อมีโอกาสก็อาจจะงีบหลับช่วงสั้นๆ
ในเวลากลางวันสะสมไว้ ก็จะช่วยทำให้ร่างกายสดชื่น หายอ่อนเพลียได้
ก่อนนอนคืนนี้ผมหวังว่าคุณแม่ที่มีปัญหาเรื่องการนอนไม่หลับ
คงจะได้ข้อแนะนำเหล่านี้ไปลองปฏิบัติดูอาจจะช่วยให้นอนหลับสนิทขึ้นนะครับ
(update 23 มีนาคม 2002)
[ ที่มา..
นิตยสารรักลูก ปีที่ 21 ฉบับที่ 242 มีนาคม 2546 ]
|