กระดูกหัวเหน่าแยก

เมื่อวันก่อนซึ่งเป็นวันเกิดของข้าพเจ้า ถึงแม้จะเป็นวันเกิด แต่ข้าพเจ้าก็ไม่ได้ตื่นเต้นหรือดีใจ ตรงกันข้ามกลับต้องตกใจและหดหู่ใจอย่างบอกไม่ถูก เนื่องจากเช้าตรู่ในขณะที่กำลังจะผ่าตัดคลอดบุตร ให้กับคนไข้สตรีตั้งครรภ์ครบกำหนดรายหนึ่ง ก็ได้รับทราบข่าวอันชวนสลดใจ ถึงการจากไปอย่างกระทันหันของอาจารย์สตรี ซึ่งสนิทสนมกับข้าพเจ้า

สำหรับกรณีของคุณสุภาณี ซึ่งเป็นคนไข้สตรีที่ข้าพเจ้าทำการผ่าตัดคลอดให้นั้น เธอเป็นคนไข้ที่น่าสนใจมาก เนื่องจากมีภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์อย่างหนึ่งที่นานๆ จะพบสักครั้ง แต่ก็มีความสำคัญและอันตราย ภาวะแทรกซ้อนที่ว่านั้น คือ กระดูกหัวเหน่าแยกตัว (pubic symphysis separation) เดิมทีคุณสุภาณีเป็นคนไข้ของโรงพยาบาลของมหาวิทยาลัยแพทย์แห่งหนึ่ง แต่เนื่องจากเกิดความเข้าใจผิดกันบางประการระหว่างคนไข้กับคุณหมอ คุณสุภาณีจึงเกิดความน้อยใจและขอย้ายโรงพยาบาล เพื่อมาให้ข้าพเจ้าดูแลแทนสูติแพทย์ท่านเดิม

คุณสุภาณี อายุ 26 ปี เคยมีประวัติเป็นลมชัก เมื่อเดือนมีนาคมของปีนี้ เธอได้ไปรักษาภาวะมีบุตรยากกับคุณหมอท่านหนึ่ง เนื่องจากเธอมีอาการปวดประจำเดือนบ่อยๆ และได้รับการตรวจพบว่าเป็นถุงน้ำรังไข่ที่เรียกว่า Chocholate cyst การรักษาได้ผลเป็นอย่างดีจนตั้งครรภ์สำเร็จหลังจากรักษาได้เพียงครึ่งปี การตั้งครรภ์ครั้งนี้เป็นครรภ์แรก จึงสร้างความหนักใจให้กับคุณสุภาณีไม่ใช่น้อย เธอเริ่มฝากครรภ์ทันทีที่ทราบว่าตั้งครรภ์

พออายุครรภ์ได้ 12 สัปดาห์ คุณสุภาณีมีอาการเริ่มเจ็บตรงหัวเหน่า คุณหมอที่รับฝากครรภ์ อธิบายว่า น่าจะเป็นจากสาเหตุอะไรได้บ้าง อย่างไรก็ตาม คุณหมอคิดว่า ไม่น่าจะเป็นอะไรมาก คำอธิบายของหมอไม่ได้ผล คนไข้ยังคงสับสนและกังวลเกี่ยวกับภาวะนี้ ยิ่งนานวันอาการปวดหัวเหน่ายิ่งทวีความรุนแรงขึ้น นอกจากนั้นยังสร้างความหนักใจให้กับทุกคนในครอบครัว

ในเดือนสิงหาคม ขณะตั้งครรภ์ได้ 21 สัปดาห์ อาการปวดหัวเหน่า ได้สร้างความทุกข์ทรมานอย่างเป็นที่สุดให้กับคุณสุภาณี คุณหมอที่รับฝากครรภ์ได้ให้คุณสุภาณีเข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล ซึ่งเป็นโรงเรียนแพทย์ เป็นธรรมดาอยู่เองที่นักศึกษาแพทย์ต่างก็เข้ามาสอบถามประวัติตามหน้าที่ นอกจากนั้น ยังมีการตั้งประเด็นคุยกันระหว่างนักศึกษาว่า จะทำอย่างไรต่อไป คุณสุภาณีเริ่มไม่สบายใจกับความรู้ใหม่ๆ ที่บรรดานักศึกษาแพทย์ถกเถียงวิเคราะห์และวิจารณ์ ซึ่งสุดท้ายยังหาข้อสรุปไม่ได้ว่าจะให้การรักษาอย่างไร เพราะคุณหมอเจ้าของไข้ ยังไม่ได้สั่งการรักษาลงมา

คุณสุภาณีเล่าว่า " ตอนนั้น หนูไม่กล้ากินยาแก้ปวด เพราะกลัวลูกจะได้รับอันตรายจากยา แต่หนูปวดหัวเหน่ามากจนทนแทบไม่ไหว มีใครบ้างจะช่วยหนูได้ หนูคิดได้จึงโทรศัพท์ไปหาคุณหมอเจ้าของไข้ ปรากฏว่า คุณหมอยุ่งอยู่กับงานจนลืมมาเยี่ยม หนูจึงขออนุญาตออกจากโรงพยาบาลในตอนนั้นเลย"

เมื่อคุณสุภาณีมาพบกับข้าพเจ้าที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ข้าพเจ้ายังจำได้ดีถึงสีหน้าที่เคร่งเครียดของเธอและสามี คุณสุภาณีต้องนั่งบนรถเข็นตลอดเวลา เมื่อเข้ามาในห้องตรวจ ข้าพเจ้าได้ตรวจที่บริเวณหัวเหน่า พบว่ามีอาการบวม แดง ร้อน และปวดเมื่อถูกสัมผัส อันเป็นอาการแสดงของภาวะกระดูกหัวเหน่าแยกตัว ตรงข้อต่อของกระดูกเชิงกรานทางด้านหน้า (pubic bone) บริเวณกึ่งกลาง เหนือกระเพาะปัสสาวะ (mons pubis) อาการปวดจากการที่กระดูกหัวเหน่าแยก (pubic symphysis separation) มักกระจายไปทั่วทั้งบริเวณหัวเหน่าและหน้าขาทั้งสองข้าง จนทำให้เดินไม่ไหว บางครั้งยังมีผลทำให้กระเพาะปัสสาวะทำงานผิดปกติอีกด้วย คุณสุภาณีมีอาการครบทุกอย่างตามที่กล่าวมาข้างต้น ยกเว้นเรื่องกระเพาะปัสสาวะทำงานผิดปกติ

หลังจากอธิบายถึงภาวะแทรกซ้อนและการพยากรณ์ของภาวะนี้ให้คุณสุภาณีและสามีทราบแล้ว ข้าพเจ้าจึงขอให้เธอนอนพักตัวที่โรงพยาบาล ปกติภาวะกระดูกหัวเหน่าแยกนี้ มีอุบัติการณ์ 1 ต่อ 300 ถึง 30,000 คนที่ตั้งครรภ์ สาเหตุอาจเกิดจากการที่ข้อต่อต่างๆ ของกระดูกเชิงกรานขยายตัวเพื่อรองรับการตั้งครรภ์ นอกจากนั้นยังอาจเกี่ยวข้องกับภาวะข้อต่อหลวม ทารกตัวใหญ่ หรือการตั้งครรภ์หลายๆ ครั้ง สำหรับการรักษาก็ไม่มีอะไรมาก เพียงแค่ให้นอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลและให้ยาแก้ปวดตามความรุนแรงของอาการ ซึ่งส่วนใหญ่ตอนที่คนไข้มาพบแพทย์ อาการปวดมักจะรุนแรงมากจนไม่สามารถขยับตัวได้ จึงต้องให้ยาแก้ปวดในกลุ่มมอร์ฟีนฉีดเข้ากล้ามเนื้อทุก 4-6 ชั่วโมง นอกจากนั้น บางทีอาจจำเป็นต้องให้คนไข้ใช้ผ้าพันรอบหัวเหน่า (pelvic binding) และอุปกรณ์ช่วยการเคลื่อนไหว (ambulation devices) การรักษาที่กล่าวมานี้ใช้ระยะเวลาประมาณ 4-6 สัปดาห์ ก็ทำให้อาการต่างๆ หายไปอย่างสมบูรณ์

สำหรับกรณีของคุณสุภาณี เธอนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลเพียง 3-4 วัน อาการปวดหัวเหน่าก็ทุเลาลง อย่างไรก็ตาม คุณสุภาณียังคงเดินไม่ค่อยได้ จำเป็นต้องมีคนคอยพยุงเวลาทำกิจธุระส่วนตัวอีกเป็นเวลานานหลายสัปดาห์

ทุกครั้งที่มีอาการผิดปกติรบกวน ไม่ว่าจะมากน้อยแค่ไหน คุณสุภาณีจะแสดงสีหน้าท่าทางวิตกกังวลและกัวการคลอดก่อนกำหนดอย่างมาก คุณสุภาณีมานอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลอีก 2-3 ครั้ง ด้วยเรื่องการเป็นลม (Fainting) และเจ็บครรภ์ก่อนกำหนด อย่างไรก็ตามทุกสิ่งทุกอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดี จนอายุครรภ์ใกล้ครบกำหนด

ในวันเกิดของข้าพเจ้าที่ผ่านมา ราว 3 นาฬิกา คุณสุภาณีมีอาการเจ็บครรภ์มาโรงพยาบาล ขณะนี้เธอมีอายุครรภ์ 38 สัปดาห์ ข้าพเจ้าได้ให้การรักษาแบบประคับประคองกับเธอ เพื่อรอที่จะผ่าตัดคลอดในตอนเช้า ซึ่งเป็นเวลาที่มีบุคลากรทางการแพทย์พร้อมมูล

ทำไมข้าพเจ้าจึงตัดสินใจผ่าตัดตลอดเอาเด็กออกทางหน้าท้องให้กับคุณสุภาณี ?

ก็เพราะคนไข้กลัวการคลอดเองทางช่องคลอดอย่างมาก นอกจากนั้นจากรายงานของนิตยสารทางการแพทย์ ของต่างประเทศพบว่า ยังมีกรณีที่กระดูกหัวเหน่าแยกตัวหรือแตกเกิดขึ้นในสตรีช่วงกำลังเบ่งคลอดและหลังคลอดใหม่ ซึ่งมีอาการเจ็บปวดรุนแรงมาก จนอาจส่งผลต่อความอยู่รอดของทารกด้วย

การผ่าตัดในวันนั้น เป็นไปอย่างเรียบร้อยและปลอดภัย ทารกน้อยคลอดเมื่อเวลา 8.19 น. เป็นทารกเพศหญิง มีน้ำหนักแรกคลอด 3,101 กรัม แข็งแรงสมบูรณ์ ข้าพเจ้ารู้สึกดีใจกับคนไข้และครอบครัว ความกังวลใจต่างๆ ของคุณสุภาณีได้มลายหายสิ้นแล้ว

บัดนี้ ข้าพเจ้ามีเพื่อนร่วมวันเกิดเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน ทุกๆ ปีหนูน้อยคงมีความสุข และฉลองวันเกิดเหมือนกับข้าพเจ้า

วันเกิดของข้าพเจ้าปีนี้ ไม่เหมือนปีก่อนๆ ข้าพเจ้ารู้สึกไม่สบายใจเลย เนื่องจากอาจารย์สตรีซึ่งสอนข้าพเจ้าที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ได้จากไปอย่างกระทันหัน ด้วยภาวะแทรกซ้อนปอดอักเสบและติดเชื้อทั่วร่างกายหลังจากป่วยเป็นมะเร็งรังไข่มาได้ระยะหนึ่ง ประเทศไทยได้สูญเสียทรัพยากรบุคคลที่ทรงคุณค่าไปอีกคนหนึ่งแล้ว

ในวันคล้ายวันเกิดของคนเราทุกคน ย่อมมีการเกิด-การตาย ดีใจ-เสียใจ หัวเราะและร้องไห้ ไปพร้อมๆ กันเสมอ คนที่มีชีวิตอยู่ก็ต้องทำความดีต่อไป เพื่อความเป็นสิริมงคลสำหรับตนเอง บางทีท่านอาจจะมีความคิด เกี่ยวกับการใช้ชีวิตในโลกนี้ เหมือนกับข้าพเจ้าก็ได้ ดั่งบทกลอน "เคล็ดลับของชีวิต" ที่ข้าพเจ้าเขียนมา เพื่อเตือนตัวเอง
เคล็ดลับของชีวิตคือไม่คิดอะไรมาก
ไม่อยู่อย่างยุ่งยากไม่นึกอยากเป็นอาจิณ
ไม่โลภโมโทสันไม่หุนหันอย่างบ้าบิ่น
ไม่โกงผืนแผ่นดินไม่ลืมสิ้นถิ่นเคยเนา
ไม่หลงความไม่รู้ไม่ลบหลู่ครูผู้เฒ่า
ไม่หลอกตัวของเราไม่จับเจ่าเฝ้าแต่รอ
ไม่เกลียดการงานหนักไม่จมปลักรักเคยก่อ
ไม่เป็นคนสอพลอไม่ทดท้อต่อความจริง
โลกนี้มีใดแน่เปลี่ยนปรวนแปรไปทุกสิ่ง
หวั่นไหวไม่หยุดนิ่งดุจน้ำกลิ้งบนใบบอน
ชีวิตเป็นอย่างนั้นมันแสนสั้นดั่งคำสอน
โลดเล่นเหมือนละครทุกบทตอนต้องเข้าใจ
อนิจจังความไม่เที่ยงใครก็เลี่ยงไปไม่ได้
ก่อนสิ้นขอฝากไว้ความสดใสในผลงาน

(update 18 พฤษภาคม 2004)
[ ที่มา..หนังสือ นิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 26 ฉบับที่ 12 ธันวาคม 2545-มกราคม 2546 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600