ผู้ป่วยรายที่ 1
คุณสมศรี อายุ 27 ปี อาชีพพนักงานขายเสื้อผ้าในห้างสรรพสินค้า ตั้งครรภ์ครั้งนี้เป็นครั้งแรก
ภายหลังการตั้งครรภ์ก็ไปฝากครรภ์กับคุณหมอตามปกติ ไม่มีปัญหาอะไร จนกระทั่งตั้งครรภ์ได้ประมาณ 32 สัปดาห์
รู้สึกเจ็บท้องจึงไปพบคุณหมอ จากการตรวจคุณหมอพบว่า มดลูกของคุณสมศรีมีการหดรัดตัว จึงได้รับไว้ในโรงพยาบาล
และได้ให้ยาหยดทางน้ำเกลือ เพื่อยับยั้งการหดรัดตัวของมดลูก
ภายหลังให้การดูแลรักษาในโรงพยาบาล 3 วัน คุณสมศรีมีอาการปวดท้องมากขึ้น คุณหมอจึงทำการตรวจภายใน
พบว่าปากมดลูกเปิดประมาณ 3-4 เซนติเมตร ซึ่งหมายความว่า การให้ยายับยั้งการหดรัดตัวของมดลูกไม่ได้ผล
จึงได้เตรียมคุณสมศรีเพื่อพร้อมต่อการคลอด และปรึกษากุมารแพทย์เพื่อมาช่วยดูแลลูกตอนแรกคลอด
ประมาณ 6 ชั่วโมงต่อมา คุณสมศรีก็คลอดบุตรเป็นหญิง น้ำหนักแรกเกิด 1,400 กรัม
ภายหลังคลอดต้องรับลูกคุณสมศรีไว้ดูอาการที่โรงพยาบาลประมาณ 3 สัปดาห์ จึงกลับบ้านได้
ผู้ป่วยรายที่ 2
คุณสมทรง อายุ 30 ปี อาชีพพนักงานบัญชีในบริษัทแห่งหนึ่ง ตั้งครรภ์ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ครรภ์แรกคลอดปกติครบกำหนด
หลังตั้งครรภ์ได้ไปฝากครรภ์กับคุณหมอที่คลินิกใกล้บ้านเพียงครั้งเดียวแล้วก็ไม่ไปตรวจอีกเลย
ขณะตั้งครรภ์ประมาณ 8 เดือน มีน้ำใสๆ ไหลออกมาทางช่องคลอด โดยไหลตลอดเวลา จึงรีบไปที่โรงพยาบาล
คุณหมอตรวจพบว่าถุงน้ำคร่ำแตกแล้วและเห็นน้ำคร่ำไหลออกมาจากปากมดลูก
จึงรับไว้ในโรงพยาบาลเพื่อเฝ้าระวังดูการเปลี่ยนแปลงต่อไป
2 วันต่อมา คุณหมอตรวจพบว่าน้ำคร่ำที่ไหลออกจากช่องคลอดของคุณสมทรงมีกลิ่นค่อนข้างเหม็น
คิดว่าน่าจะมีการติดเชื้อในน้ำคร่ำแล้ว จึงตัดสินใจให้คุณสมทรงคลอดโดยการให้ยาเร่งคลอดช่วย
หลังจากให้ยาประมาณ 6 ชั่วโมง คุณสมทรงก็คลอดลูกออกมาเป็นเพศชาย น้ำหนัก 1,300 กรัม
หายใจไม่ค่อยดี ตัวค่อนข้างเขียว ร้องไม่ดัง คิดว่าเด็กน่าจะมีการติดเชื้อ จึงย้ายไปรักษาต่อที่แผนกเด็ก
ภายหลังการรักษาประมาณ 14 วัน เด็กก็เสียชีวิต โดยกุมารแพทย์ให้การวินิจฉัยว่ามีการติดเชื้อในกระแสเลือด
ส่วนคุณสมทรงไม่มีปัญหาหลังคลอดและกลับบ้านได้
ผู้ป่วยรายที่ 3
คุณสมสมร อายุ 36 ปี มีอาชีพขายอาหารข้างทางเดิน ตั้งครรภ์ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 การตั้งครรภ์ 3 ครั้งแรก
คลอดปกติครบกำหนดทุกครั้ง
คุณสมสมรไปฝากครรภ์ครั้งแรกเมื่อตั้งครรภ์ได้ประมาณ 5 เดือนแล้ว หลังจากนั้นก็ไปฝากครรภ์อีกแต่ไม่ค่อยสม่ำเสมอ
เนื่องจากไม่ว่าง จนกระทั่งตั้งครรภ์ได้ประมาณ 33 สัปดาห์ ขณะที่กำลังขายอาหารอยู่ก็มีเลือดไหลออกมาทางช่องคลอดโดยไม่มีอาการเจ็บท้อง
จึงรีบมาโรงพยาบาล
ภายหลังการตรวจคุณหมอพบว่าคุณสมสมรมี ภาวะรกเกาะต่ำ ทำให้มีเลือดไหลดังกล่าว จึงรับไว้ในโรงพยาบาล
เพื่อดูแลอาการโดยตั้งใจให้การตั้งครรภ์ดำเนินต่อไปอีกระยะหนึ่ง เพราะตอนนี้ลูกในครรภ์ยังตัวเล็กอยู่
3 วันต่อมา เลือดที่ไหลออกมากลับออกมากขึ้นอีก จนความดันโลหิตเริ่มลดลง และคุณสมสมรเริ่มมีอาการวิงเวียนใจสั่น
ถ้าปล่อยไว้อาจช็อกได้ คุณหมอจึงตัดสินใจผ่าตัดคลอด
เด็กที่คลอดออกมามีน้ำหนัก 1,800 กรัม ตัวค่อนข้างเขียว หายใจไม่ค่อยดี ต้องส่งต่อให้กับกุมารแพทย์ดูแล
ส่วนคุณสมสมรหลังจากการผ่าตัดแล้วก็ต้องให้เลือด ทั้งแม่และลูกรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลประมาณ 10 วัน
ก็กลับบ้านได้โดยปลอดภัยทั้งแม่และลูก
ผู้ป่วยทั้ง 3 ราย เป็นตัวอย่างของผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับการคลอดก่อนเวลาอันควร
การคลอดเหล่านี้ทางการแพทย์เรียกว่า การคลอดก่อนกำหนด
โดยปกติคนเราจะเจ็บท้องคลอดเมื่อตั้งครรภ์ได้ประมาณ 10 เดือน หรือ 40 สัปดาห์ หรือประมาณ 280 วัน
(ทั้งนี้โดยนับจากประจำเดือนครั้งสุดท้าย) ถ้าคุณแม่ท่านใดเจ็บครรภ์คลอดก่อนระยะเวลาที่กล่าวข้างต้นไปบ้างประมาณ 1-2 สัปดาห์
ยังถือว่าเป็นการเจ็บครรภ์คลอดครบกำหนด แต่ถ้าคุณแม่ท่านใดเกิดเจ็บครรภ์ก่อนที่จะตั้งครรภ์ได้ 37 สัปดาห์
เราจะเรียกแม่กลุ่มนี้ว่า เจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด และถ้ามีการคลอดตามมาเราเรียกว่า คลอดก่อนกำหนด
- อันตรายจากการคลอดก่อนกำหนด
ปกติเวลาเด็กอยู่ในท้องแม่ก็ต้องมีการเจริญเติบโต อวัยวะต่างๆ ก็จะมีพัฒนาการไปเรื่อยๆ
จนกระทั่งเมื่อครบกำหนดเด็กก็จะมีอวัยวะที่สมบูรณ์เต็มที่ในการที่จะออกมาผจญภัยกับโลกภายนอกได้เอง
เด็กที่คลอดก่อนกำหนดจะเป็นเด็กที่ร่างกายมีการเจริญเติบโตยังไม่เต็มที่
อวัยวะต่างๆ ยังไม่พร้อมที่จะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ ดังนั้น
เด็กที่ต้องคลอดออกมาก่อนเวลาอันควรจึงมักจะมีปัญหาได้มากมาย ที่สำคัญได้แก่
1. ปอดยังทำงานได้ไม่เต็มที่ ปอดมีหน้าที่สำคัญคือใช้ในการหายใจ ดังนั้น เด็กที่ยิ่งคลอดออกมาก่อนกำหนดมากเท่าไร
ปอดก็ยิ่งทำงานได้ไม่ดีมากเท่านั้น ยิ่งถ้าอายุครรภ์น้อยๆ เลยโอกาสเสียชีวิตก็จะยิ่งสูง
ในทางตรงกันข้ามถ้าอายุครรภ์มากขึ้นโอกาสเสียชีวิตก็จะลดลง แต่อย่างไรก็ตามก็มีความเสี่ยงอยู่
2. มีปัญหาการดูดนมได้ไม่ค่อยดี ทำให้ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ บางรายจำเป็นต้องให้อาหารทางหลอดเลือด
เด็กกลุ่มนี้จำนวนไม่น้อยจะมีการเจริญเติบโตที่ไม่ดี ทำให้ตัวเล็ก
3. ตับยังทำงานไม่ได้ดี ทำให้เด็กตัวเหลืองได้ง่าย และถ้าตัวเหลืองมากอาจเป็นอันตรายต่อสมอง
จำเป็นต้องรับการถ่ายเลือดรักษาก็มี
4. ติดเชื้อในกระแสเลือดได้ง่าย มีโอกาสเสียชีวิตได้ เนื่องจากภูมิต้านทานในร่างกายยังพัฒนาไม่ได้เต็มที่
เหมือนกับผู้ป่วยรายที่ 2 ซึ่งมีการติดเชื้อในน้ำคร่ำแล้วทำให้เด็กมีการติดเชื้อในกระแสเลือดจนเสียชีวิตตามมา
- ทำไมจึงมีการเจ็บท้องก่อนกำหนด ?
จนกระทั่งปัจจุบันวงการแพทย์ก็ยังไม่ทราบ ว่าทำไมอยู่ๆ คุณแม่บางคนจึงเกิดเจ็บครรภ์คลอดขึ้นมา
ทั้งๆ ที่ยังไม่ถึงเวลาอันควร
อย่างไรก็ตามพบว่า มีปัจจัยบางประการที่ทำให้คุณแม่บางรายเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนดได้ เช่น
- คุณสมบัติส่วนตัวและโรคประจำตัว
- คุณแม่ที่อายุต่ำกว่า 17 ปี หรือมากกว่า 35 ปี คุณแม่ทั้งสองกลุ่มนี้มีโอกาสที่จะคลอดก่อนกำหนด
มากกว่าคุณแม่ตั้งครรภ์ที่มีอายุอยู่ในช่วงประมาณ 18-34 ปี
- เคยคลอดก่อนกำหนดมาก่อน คุณแม่ที่เคยคลอดก่อนกำหนดมาก่อน 1 ครั้ง โอกาสที่การตั้งครรภ์ที่ 2
จะคลอดก่อนกำหนดมีได้ถึงร้อยละ 25 แต่ถ้าเคยคลอดก่อนกำหนดติดกันมาแล้ว 2 ครั้ง
โอกาสที่การตั้งครรภ์ครั้งต่อไปจะคลอดก่อนกำหนดมีถึงร้อยละ 50
- เคยแท้งบ่อยๆ โดยเฉพาะในคุณแม่ที่ทำแท้งบ่อยๆ โอกาสที่จะคลอดก่อนกำหนดในท้องหลังก็จะมากขึ้น
- คุณแม่มีมดลูกผิดปกติ มดลูกที่พิการมาแต่กำเนิด เช่น มีผนังกั้นภายในโพรงมดลูก หรือมดลูกที่มีเนื้องอกร่วมด้วย
โพรงมดลูกของมดลูกเหล่านี้จะมีรูปร่างที่ผิดปกติและคับแคบไม่พอที่จะให้ลูกน้อยเจริญเติบโตได้ตามปกติ จึงทำให้คลอดก่อนกำหนด
- คุณแม่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคตับ โรคไต โรคเหล่านี้ก็ทำให้เด็กเจริญเติบโตได้ไม่ดี
ธรรมชาติก็เลยพยายามที่จะให้คลอดก่อนกำหนด
- สูบบุหรี่ คุณแม่ที่สูบบุหรี่เป็นประจำ หรือไม่สูบแต่อยู่ใกล้กับคนที่สูบบุหรี่เป็นประจำมีโอกาสคลอดก่อนกำหนดได้ง่าย
- ดื่มสุราหรือเบียร์ เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิดจะทำให้ลูกในครรภ์เจริญเติบโตไม่ดีและคลอดก่อนกำหนดได้
นอกจากนี้ในบางรายยังทำให้ลูกที่คลอดออกมาพิการได้ด้วย คุณแม่จึงควรที่จะหลีกเลี่ยงการดื่มสุราหรือเบียร์ขณะตั้งครรภ์
- อย่างไรก็ตาม การดื่มสุราเพียงเล็กน้อยเพื่อสังคมไม่เป็นอันตรายแต่อย่างใด
ถ้าคุณแม่ท่านใดที่เผลอดื่มสุราโดยไม่รู้ว่าตั้งครรภ์หรือรู้ว่าตั้งครรภ์แล้วก็ตามแต่ดื่มเพียงเล็กน้อย
ก็ไม่ต้องกังวลแต่ประการใด
- การทำงาน สภาพที่หนักเกินไป นั่ง ยืน เดินนานๆ พวกนี้จะทำให้คุณแม่เหนื่อยง่าย
และเลือดก็ไปเลี้ยงร่างกายได้ไม่ดี เพราะการยืนนานๆ เลือดก็ไปกองอยู่ด้านล่าง หัวใจก็ต้องทำงานสูบฉีด
พอหัวใจทำงานหนักมากๆ ไม่ไหว ลูกได้รับอาหารไม่เพียงพอ ลูกก็จะตัวเล็กก็ทำให้คลอดก่อนกำหนด
คุณสมศรีและคุณสมทรงซึ่งมีการคลอดก่อนกำหนดอาจจะคลอดก่อนกำหนดด้วยสาเหตุนี้ก็ได้
เพราะอาชีพการงานทำให้ต้องนั่งหรือยืนนานๆ
- ความเครียด ไม่ว่าจะจากอาชีพการงานหรือความเครียดจากปัญหาในครอบครัว
จะทำให้คุณแม่เสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนดได้
- ปัญหาและภาวะแทรกซ้อนขณะตั้งครรภ์
- ตั้งครรภ์แฝด คุณแม่ที่ตั้งครรภ์แฝดมดลูกต้องใช้ขนาดพื้นที่มากเพื่อจะให้เด็กหลายคนบรรจุอยู่ในมดลูกอันเดียวกันได้
เพราะฉะนั้นมดลูกจึงถูกยืดขยายมาก เมื่อถูกยืดมากๆ ก็จะมีการพยายามที่จะปรับตัวและบีบตัวเร็ว ทำให้คลอดก่อนกำหนดได้
- เลือดออกขณะตั้งครรภ์ เช่น รกเกาะต่ำซึ่งจะทำให้เลือดออกได้มากและจำเป็นต้องให้คลอดก่อนกำหนด
เช่นเดียวกับกรณีของคุณสมสมร
- การติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ คุณแม่ที่ตั้งครรภ์มีโอกาสติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะได้ง่ายกว่าขณะไม่ตั้งครรภ์
ผลดังกล่าวจะกระตุ้นให้เกิดการคลอดก่อนกำหนดได้
- อาการที่แสดงว่าจะคลอดก่อนกำหนด
อาการที่มีจะเหมือนกับการเจ็บครรภ์ของคุณแม่ที่เจ็บครรภ์คลอดตามปกติ คือ มีอาการเจ็บครรภ์
ท้องแข็ง บางรายมีมูกเลือดหรือมีน้ำเดินไหลออกมา เพียงแต่ว่าอาการที่มีเกิดขึ้นก่อนเวลาอันควรคือก่อน 37 สัปดาห์
คุณแม่ที่มีอาการเช่นนี้ เมื่ออายุครรภ์ยังไม่ครบกำหนด อย่ารีรอให้รีบไปพบแพทย์
- จะวินิจฉัยการคลอดก่อนกำหนดได้อย่างไร ?
การตรวจภายในก็สามารถบอกได้แล้ว ถ้าปากมดลูกมีการเปิดขยาย มีการบางตัว
ร่วมกับการคลำมดลูกหรือใช้เครื่องมือตรวจ แล้วพบว่ามดลูกมีการหดรัดตัว
แค่นี้ก็บอกได้แล้วว่ามีการเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด
ในปัจจุบันได้มีความพยายามที่จะใช้ยาหลายชนิดในการยับยั้งการหดรัดตัวของมดลูกเพื่อรักษา
และหยุดยั้งการคลอดก่อนกำหนด อย่างไรก็ตามจนกระทั่งปัจจุบัน ก็ยังหายาที่มีประสิทธิผลแน่นอนไม่ได้เลย
ดังนั้น เมื่อเกิดการเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด คุณหมอจึงต้องมีการเตรียมทั้งทีมงาน
และเครื่องมือที่จะใช้ในการดูแลลูกที่คลอดออกมาให้พร้อม ในสถานที่ที่มีบุคลากรและเครื่องมือไม่พร้อม
มักจำเป็นต้องส่งต่อผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลที่มีความพร้อมมากกว่า
ส่วนมากแล้วการคลอดก่อนกำหนดมักจะคลอดได้ง่าย เพราะลูกตัวเล็ก
แต่ในรายที่ลูกไม่เอาศีรษะออกแต่กลับเอาก้นออกมาก่อน กรณีเช่นนี้การผ่าตัดคลอดจะปลอดภัยกว่า
- มีทางจะรู้มั้ยว่าจะคลอดก่อนกำหนด
เชื่อว่าคุณแม่หลายคนคงตั้งคำถามลักษณะนี้ เพื่อจะได้ป้องกันและเตรียมตัวให้พร้อม
แต่จนปัจจุบันก็ยังไม่มีวิธีใดที่จะสามารถบอกได้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่พอจะทำได้ก็คือ
เมื่อไปฝากครรภ์คุณแม่ควรจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพของตัวเองดังตัวอย่างที่กล่าวถึงข้างต้นแก่คุณหมอที่ดูแลให้มากที่สุด
ถ้าคุณหมอพบว่าปัจจัยใดที่เสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนดและสามารถดูแลรักษาได้ก็จะรีบให้การดูแลรักษา
เช่น ถ้าคุณแม่เคยดื่มเหล้าหรือสูบบุหรี่ก็จะได้แนะนำให้เลิก ถ้าทำงานหนักก็ควรต้องลดงานลงบ้าง
ถ้ามีโรคประจำตัวก็จะได้รีบให้การรักษาให้หายโดยเร็ว เป็นต้น
(update 21 สิงหาคม 2004)
[ ที่มา..
นิตยสารดวงใจพ่อแม่ ปีที่ 9 ฉบับที่ 99 มกราคม 2547 ]
|