เมื่อตั้งครรภ์เราจะรู้ได้อย่างไรว่า ลูกในครรภ์อยู่ดีมีสุขหรือมีภาวะผิดปกติอะไรหรือไม่
ซึ่งถ้าอยากรู้ ก็ต้องตรวจคัดกรองและตรวจจำเพาะบางอย่าง ก็จะได้รู้ตั้งแต่ลูกอยู่ในท้องเลยค่ะ
ตลอดการตั้งครรภ์ คุณแม่จะได้รับโอกาสให้ตรวจคัดกรองและตรวจวินิจฉัยภาวะผิดปกติของทารกในครรภ์อยู่หลายอย่าง
แม้ว่าคุณแม่บางคนอาจจะไม่ต้องตรวจทุกอย่าง แต่สำหรับคุณแม่หลายคนจะได้รับการแนะนำให้ตรวจทารกในครรภ์
ทั้งนี้การจะได้รับการแนะนำให้ตรวจนั้น อาจจะขึ้นกับปัจจัยหลายอย่าง เช่น อายุ พื้นที่ที่อาศัยอยู่และความเสี่ยงต่างๆ
ที่ทำให้คุณแม่มีแนวโน้มว่าจะมีลูกที่มีความผิดปกติ
ชนิดของการตรวจ การตรวจลูกในครรภ์มี 2 ชนิด คือ การตรวจคัดกรอง และการตรวจจำเพาะ
การตรวจคัดกรองเป็นเพียงการตรวจหาว่าเด็กในครรภ์ มีความเสี่ยงที่จะมีภาวะผิดปกติหรือไม่
แต่ไม่ได้ชี้ชัดว่าเด็กจะคลอดมาผิดปกติ ซึ่งหากตรวจคัดกรองแล้วพบว่ามีความเสี่ยง
คุณหมอก็จะแนะนำให้คุณแม่ไปตรวจจำเพาะอีกครั้งเพื่อชี้ชัดว่าเด็กมีภาวะผิดปกติหรือไม่
ซึ่งการตรวจจำเพาะจะสามารถให้คำตอบที่แน่ชัดได้ว่าเด็กเป็นโรคนั้นหรือไม่
ในปัจจุบันการตรวจหาภาวะผิดปกติของทารกในครรภ์ที่สำคัญๆ มีดังนี้
การตรวจคัดกรองเบาหวาน
คุณแม่ทุกคนจะได้รับการซักประวัติว่าน่าจะมีปัญหาโรคเบาหวานหรือไม่ หากมีความเสี่ยง อาทิ
- อายุมากกว่า 35 ปี
- มีประวัติว่ามีคนในครอบครัวเป็นเบาหวาน
- เคยคลอดลูกที่มีน้ำหนักมากกว่า 4,000 กรัม
- เคยคลอดลูกที่มีความพิการโดยไม่ทราบสาเหตุ เช่น ไขสมองสันหลังผิดปกติ
กระดูกสันหลังเปิดหรือในท้องก่อนๆ เคยคลอดเด็กออกมาแล้วตายโดยไม่ทราบสาเหตุ
หรือว่าตายตั้งแต่อยู่ในท้อง
- แม่มีปัญหาเรื่องความดันโลหิตสูง หรือมีภาวะโรคอ้วน เป็นต้น
เหล่านี้ถือว่าเป็นแม่ที่มีความเสี่ยงสูง จะต้องมีการเจาะเลือดเพื่อสกรีนเบาหวาน
และถ้าผลการสกรีนออกมาเป็นบวก คุณหมอก็จะนัดคุณแม่มาตรวจวินิจฉัยต่อไปว่าเป็นเบาหวานจริงหรือไม่
ราคา : การตรวจคัดกรองเบาหวานก็อยู่ที่ประมาณ 40 บาท ในโรงพยาบาลของรัฐ
ส่วนในโรงพยาบาลเอกชนก็อาจจะบวกขึ้นไปอีก 2-3 เท่า
สถานที่ : โรงพยาบาลทุกแห่ง
ตรวจคัดกรองทาลัสซีเมีย
ทาลัสซีเมียเป็นโรคโลหิตจางเรื้อรังที่เกิดจากกรรมพันธุ์ คนไทยถึง 40% เป็นพาหะของโรคนี้
เด็กไทยจึงมีโอกาสที่จะเป็นโรคนี้สูงมาก ปัจจุบันการตรวจคัดกรองทาลัสซีเมียในหญิงตั้งครรภ์จึงเป็นนโยบายของชาติ
แม่ทุกคนต้องได้รับการตรวจคัดกรอง โดยการตรวจเลือดดูลักษณะของเม็ดเลือดแดง ถ้าพบว่าแม่เป็นพาหะ
หรือเป็นโรคทาลัสซีเมียจะต้องมีการนำสามีมาตรวจด้วย เพื่อหาว่าคู่นี้เป็นคู่เสี่ยงที่จะมีลูกเป็นโรคทาลัสซีเมียหรือไม่
หากตรวจพบว่าทั้งพ่อและแม่เป็นพาหะหรือเป็นโรค ลูกมีโอกาสที่จะเป็นพาหะถึง 75%
และมีโอกาสที่จะเป็นโรค 25% ดังนั้นคุณหมอ จะแนะนำให้ตรวจจำเพาะด้วยการเจาะเอาเนื้อรกของลูกไปตรวจ
หรือการตรวจเลือดทารกในครรภ์แล้วแต่อายุครรภ์ว่าจะใช้วิธีใด เพื่อหาคำตอบว่าลูกในครรภ์เป็นโรคทาลัสซีเมียหรือไม่
ซึ่งในระหว่างนี้คุณหมอก็จะให้ข้อมูล และให้คำปรึกษาว่าถ้าพบว่าลูกเป็นโรคจริง คุณพ่อคุณแม่จะมีทางเลือกอย่างไรต่อไป
ราคา : การตรวจคัดกรองอยู่ที่ประมาณ 120 บาทขึ้นไป
สถานที่ : โรงพยาบาลทุกแห่ง
ตรวจคัดกรองดาวน์ซินโดรม
ปัจจุบันเมืองไทยมีการตรวจคัดกรองดาวน์ซินโดรมได้ตั้งแต่ท้องอ่อนๆ ในไตรมาสแรก แม่ทุกคนสามารถตรวจได้
โดยวิธีการอัลตราซาวนด์ดูความหนาของน้ำระหว่างผิวหนังกับกระดูกต้นคอ ควบคู่กับการตรวจหาสารชีวเคมีบางอย่างในเลือดแม่
ด้วยการดู 2 อย่างนี้ ควบคู่กันซึ่งเป็นวิธีที่ไม่มีความเสี่ยง แม่จะได้รู้ว่าลูกมีโอกาสเป็นดาวน์ซินโดรมหรือไม่
แต่การตรวจคัดกรองเป็นเพียงแค่การหาความเสี่ยง ไม่ใช่ผลที่แน่นอนว่าลูกจะเป็นดาวน์
ดังนั้นหากผลการตรวจคัดกรองออกมาว่ามีโอกาสเป็น คุณแม่จะได้รับการแนะนำให้ไปตรวจจำเพาะ
เพื่อหาคำตอบที่แน่นอนว่าลูกเป็นหรือไม่
ราคา : ถ้าตรวจเฉพาะที่รามาฯ คิดค่าตรวจเลือด 800 บาท ส่วนอัตราซาวนด์คิด 300 บาท
รวมเป็น 1,100 บาทสำหรับการตรวจคัดกรอง
สถานที่ : ปัจจุบันในเมืองไทยมีการตรวจคัดกรองที่รพ.รามาธิบดี และตามโรงเรียนแพทย์ต่างๆ
เช่น รพ.จุฬาฯ หรือศิริราช ก็กำลังจะมีการตรวจคัดกรองดาวน์ซินโดรมให้บริการเช่นกัน
อัลตราซาวนด์ดูโครงสร้างร่างกาย
อัตราซาวนด์เป็นการตรวจขั้นพื้นฐานเมื่ออายุครรภ์ 5 เดือน การตรวจอัลตราซาวนด์มีประโยชน์ในแง่สกรีนเรื่องของโครงสร้าง
สามารถดูความผิดปกติของเด็กได้ตั้งแต่ศีรษะไปจนถึงเท้า ดูหน้าตามีปากแหว่งเพดานโหว่ไหม นิ้วมือนิ้วเท้าครบหรือเปล่า
หัวใจมีความผิดปกติไหม
ถ้าเจอโครงสร้างที่ผิดปกติ ก็สามารถวินิจฉัยได้เลยว่า เด็กคนนี้มีความผิดปกติ เช่น ภาวะกระดูกไขสันหลังเปิด
ซึ่งบางอย่างสามารถให้การดูแลรักษาและวินิจฉัยได้ก่อนที่เด็กจะคลอดออกมา แม่จะได้เตรียมตัวเตรียมใจกับลูกที่จะออกมา
คุณหมอก็จะได้เตรียมทีมศัลยแพทย์เด็ก เตรียมกุมารแพทย์ เตรียมวิสัญญีแพทย์ เตรียมเนิสร์เซอรี่
หรือเตรียมการผ่าตัดไว้ให้พร้อม เป็นการเตรียมรับมือกับปัญหาแต่เนิ่นๆ
ราคา : ค่าตรวจอัลตราซาวนด์เริ่มตั้งแต่ประมาณ 300 บาท ขึ้นไป
สถานที่ : โรงพยาบาลทุกแห่ง
ตรวจเลือดหาเชื้อกามโรค เชื้อตับอักเสบ แล้วก็เชื้อเอดส์
ในโรงพยาบาลทั่วไปเมื่อแม่ไปฝากท้อง จะต้องมีการตรวจเลือดแม่เพื่อดูผลเลือด
ซึ่งเป็นสิ่งที่หมอต้องรู้ก่อนที่จะไปทำคลอดให้คนไข้ เพราะเชื้อบางตัวมีผลต่อความผิดปกติของลูกด้วย
เช่น เชื้อกามโรค จะทำให้ลูกมีปัญหาเรื่องของสมองอักเสบ สมองเล็กมีพัฒนาการช้า
ดังนั้นถ้าตรวจเจอสามารถฉีดยารักษาแม่ เชื้อก็จะไม่ติดต่อไปถึงลูก
เชื้อไวรัสตับอักเสบบางตัว หมอจะเจาะเลือดตรวจเป็นปกติ ถ้าเจอว่าบวก
จะได้มีการรักษาและป้องกันไม่ให้ลูกติดเชื้อต่อไป
ส่วนเชื้อเอดส์หากตรวจพบในแง่การดูแลป้องกัน แพทย์จะให้แม่กินยาต้านไวรัสเอดส์ในขณะตั้งครรภ์
และเมื่อถึงกระบวนการคลอด แพทย์ต้องทำการผ่าตัดคลอดเท่านั้น และขณะนี้เริ่มมียาในการรักษาแล้ว
ซึ่งอาจจะไม่รักษา 100% แต่ก็เริ่มรักษาแล้วทั้งในแม่และลูก รวมถึงอาจจะสามารถหาทางป้องกันไม่ให้ลูกติดเชื้อได้
การตรวจครั้งแรกจะตรวจทันทีเมื่อแม่มาฝากท้อง แล้วตรวจซ้ำอีกครั้งในช่วงอายุครรภ์ 32 ถึง 36 สัปดาห์
หรืออย่างน้อยก็ต้องห่างจากครั้งแรกเป็นเวลา 3 เดือน การไม่เจาะเลือดตรวจติดกันเพราะเชื้ออาจจะอยู่ในระยะฟักตัว
จึงต้องมีการตรวจซ้ำเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีการติดเชื้อ
ราคา : ค่าตรวจ 3 ตัวนี้ประมาณ 250 บาท เพราะฉะนั้นหากตรวจพบแต่เนิ่นๆ
แม่ก็จะได้รับการรักษาที่เหมาะสมต่อไป
สถานที่ : โรงพยาบาลทุกแห่ง
การตรวจอื่นๆ
นอกจากการตรวจดังที่กล่าวมาแล้ว หากแม่มีประวัติที่เคยคลอดลูกที่มีความผิดปกติต่างๆ
สามารถจะปรึกษาคุณหมอให้ตรวจเลือดหรืออัลตราซาวนด์เพื่อหาความผิดปกติของลูกในครรภ์คนต่อไปให้เฉพาะเจาะจงได้
เพราะโรคบางโรคเป็นความผิดปกติที่เกิดในยีน เช่น โรคกล้ามเนื้อลีบ กล้ามเนื้อแขนขาอ่อนแรง
ซึ่งตรวจยากเพราะบางทีตรวจแค่ความผิดปกติของโครโมโซมจะไม่เจอ ต้องตรวจลึกลงไปถึงยีน
แม้กระทั่งในระดับโรงเรียนแพทย์ก็อาจจะยังทำไม่ได้ จึงอาจจะต้องดูอัลตราซาวนด์ประกอบด้วย
การตรวจต่างๆ เหล่านี้ ถ้าเป็นไปได้คุณแม่ควรตรวจทุกอย่าง เพราะเป็นผลประโยชน์ของคุณแม่เอง
ถ้ารู้เสียแต่เนิ่นๆ จะได้เตรียมรับมือให้ดีมากขึ้น แต่ถ้าผลออกมาว่าลูกปกติดี คุณแม่ก็จะสบายใจ
และมีสุขภาพจิตที่ดีมากขึ้นด้วยเช่นกันค่ะ
(update 29 กรกฎาคม 2004)
[ ที่มา..
นิตยสารรักลูก ปีที่ 21 ฉบับที่ 248 กันยายน 2546 ]
|