ช่วงนี้มีหลายท่านถามคำถามเกี่ยวกับการเลือกเพศบุตรมาหลายคำถามเลยนะครับ
หมอขอเลือกมาตอบสองคำถามนะครับ เพราะส่วนมากแล้ว คำตอบจะเหมือนๆ กัน
|
หมอคะ เมื่อนานมาแล้วดิฉันได้อ่านหนังสือเกี่ยวกับวิธีการมีเพศสัมพันธ์เพื่อให้ได้ลูกชายหรือลูกสาวค่ะ
และเนื่องจากตอนนี้ดิฉันมีลูกสาวสามคนแล้วและอยากได้ลูกชายสักคนสองคนค่ะ
ดิฉันแต่งงานกับครอบครัวคนจีนค่ะ และสามีก็เป็นลูกชายคนเดียว พ่อแม่สามีก็อยากมีหลานชายไว้สืบสกุลค่ะ
แม้ว่าฐานะทางบ้านไม่มีปัญหาจะมีบุตรอีกกี่คนก็ได้ แต่ดิฉันเกรงว่าสุขภาพของตัวเองจะเสียหากมีลูกมากๆ
ถึงเจ็ดแปดคนอย่างนั้น แล้วอีกอย่างอายุตอนนี้ก็ 36 ปีแล้ว หากจะมีลูกอีกก็กลัวว่าจะมีปัญหาด้วยค่ะ
เลยอยากเรียนปรึกษาคุณหมอถึงวิธีการที่จะทำให้มีลูกชายค่ะ ดิฉันเคยไปปรึกษาหมอสูติเมื่อท้องที่แล้วค่ะ
คุณหมอก็ทำการคัดเลือกอสุจิเพศชายให้แล้วฉีดเข้าไปในมดลูก ทำครั้งเดียวก็ติดค่ะ แต่ก็ได้ลูกสาวอีก
ดิฉันเลยสนใจวิธีธรรมชาติ แบบที่ต้องมีการสวนล้างช่องคลอดก่อนมีเพศสัมพันธ์
หรือมีเพศสัมพันธ์ก่อนหรือหลังวันไข่ตกแบบนั้นน่ะค่ะ คุณหมอจะช่วยแนะนำให้ได้ไหมคะ
ดิฉันอยากมีลูกชายจริงๆ คะ ขนาดที่ไปขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาหลายที่แล้วค่ะ
ขอขอบพระคุณคุณหมอล่วงหน้าค่ะ
จริยา |
|
ดิฉันและสามีแต่งงานกันมา 7 ปี มีบุตรแล้ว 1 คน เป็นเพศชายและเป็นฮีโมฟีเลียค่ะ
สาเหตุเนื่องมาจากดิฉันเองเป็นพาหะของโรค คุณหมอเด็กที่ดูแลลูกชายอยู่ได้บอกให้ดิฉัน
และสามีทำใจเอาไว้ว่าลูกชายอายุไม่ยืน เนื่องจากหากเกิดการกระทบกระเทือนที่ทำให้เลือดออกในอวัยวะสำคัญ
ก็มีโอกาสเสียชีวิตได้สูง อีกทั้งยังต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลตลอด จนดิฉันต้องย้ายบ้านมาอยู่ใกล้โรงพยาบาล
การดูแลก็ลำบากมากต้องระมัดระวังทุกอย่าง ตอนนี้ลูกอายุ 3 ขวบแล้ว กำลังจะเข้าเรียน ดิฉันกังวลใจมากค่ะ
แต่ก็เข้าใจว่าตอนนี้ไม่อาจแก้ไขอะไรได้ ตอนนี้ดิฉันได้ปรึกษากับสามีว่าอยากจะมีลูกอีก
เพื่อที่โตขึ้นจะได้ดูแลพี่เวลาไปโรงเรียน หรือไปไหนมาไหนด้วยกัน ดิฉันจะได้ไม่เป็นห่วงมาก
แต่ก็กลัวว่าลูกคนที่สองจะเป็นแบบเดียวกันอีก คุณหมอที่ดูแลลูกอยู่ก็ได้อธิบายให้ฟังแล้วว่า
โอกาสที่ลูกจะไม่เป็นโรคคือต้องมีลูกสาว จึงขอเรียนถามคุณหมอดังนี้ค่ะ
1. มีวิธีการอะไรบ้างที่จะช่วยให้ดิฉันสามารถมีลูกสาวได้ร้อยเปอร์เซ็นต์
เพราะไม่ต้องการทำแท้ง หากลูกเป็นลูกชายอีก และค่าใช้จ่ายสูงแค่ไหน
2. ดิฉันอายุ 33 ปีค่ะ แต่ก็กลัวว่าจะมีลูกผิดปกติอย่างอื่นๆ อีก
จึงขอรบกวนปรึกษาคุณหมอไปเลยทีเดียวว่า มีวิธีการป้องกันความผิดปกติอย่างอื่นๆ
ได้อีกหรือไม่ค่ะ ดิฉันกลัวว่าจะมีลูกที่ผิดปกติอีก แค่คนเดียวก็ลำบากมากแล้วค่ะ
ดิฉันขอความเห็นใจจากคุณหมอช่วยตอบคำถามด้วยค่ะ
สุชีลา |
สองคำถามนี้ หมอขอตอบรวมกันไปเลยนะครับ เพราะว่าคำตอบเดียวกันครับ และต้องขอขอบคุณ
คุณจริยาและคุณสุชีลาด้วยครับที่สนใจถามคำถามเข้ามา
ก่อนอื่นหมอจะขออนุญาตอธิบายเกี่ยวกับการเกิดเพศของทารกก่อนนะครับ
บางท่านอาจเข้าใจดีอยู่แล้ว แต่บางท่านอาจยังสงสัยกันอยู่นะครับ
เพศของทารกนั้นถูกกำหนดโดยโครโมโซม X และ Y
ที่บรรจุอยู่ในหัวของอสุจิครับ ในเซลล์ไข่ของผู้หญิงนั้นจะมีโครโมโซมอยู่ 23 ตัวครับ ตัวที่ 23
จะเป็นโครโมโซมเพศ ซึ่งจะเป็นโครโมโซมเพศหญิงเท่านั้น คือโครโมโซม X ครับ
แต่ในส่วนหัวของอสุจิซึ่งจะมีโครโมโซมอยู่ 23 ตัวเช่นเดียวกัน แต่ตัวที่ 23 ซึ่งเป็นโครโมโซมเพศนั้น
บางตัวก็เป็นโครโมโซมเพศหญิงคือโครโมโซม X ครับ บางตัวก็เป็นโครโมโซมเพศชาย
คือโครโมโซม Y อัตราส่วนของอสุจิที่มีโครโมโซม Y ต่อ อสุจิที่มีโครโมโซม X ก็ประมาณ 50-50 ครับ
ดังนั้นเมื่อมีการปฏิสนธิเกิดขึ้นจะมีอสุจิเพียงหนึ่งตัวที่เจาะเข้าไปในเซลล์ไข่ได้
ดังนั้นอสุจิที่มีโครโมโซมเพศใดเจาะเข้าไปในไข่ทารกก็จะเป็นเพศนั้นแหละครับ
โอกาสที่จะได้ลูกชายหรือลูกสาว ตามธรรมชาติแล้วก็ 50-50 ครับ
เอาล่ะครับคราวนี้เรามาดูกันว่า การแพทย์มีวิธีการอย่างไรบ้างในการช่วยเหลือ
ให้สามารถคัดเลือกเพศบุตรได้นะครับ
1. เริ่มจากวิธีที่ยังมีหลายๆ คนเข้าใจผิดอยู่นะครับ
นั่นก็คือ วิธีการแบบที่ต้องมีการสวนล้างช่องคลอดก่อนมีเพศสัมพันธ์ด้วยสารที่มีฤทธิ์เป็นกรดหรือด่างอ่อน
หรือมีเพศสัมพันธ์ก่อนหรือหลังวันไข่ตก หรือฝ่ายชายต้องหลั่งอสุจิทิ้งไปก่อนล่วงหน้ามีเพศสัมพันธ์
หรือฝ่ายหญิงต้องถึงจุดไคลแมกซ์หรือไม่ต้องถึงอะไรเทือกนั้นน่ะครับ ล้วนแต่เป็นความเชื่อที่ผิดครับ
ทางการแพทย์ได้ทำการวิจัยมาแล้วว่ามันไม่ได้ผลครับ มีแต่จะก่อให้เกิดอันตราย เช่น
ใช้สารที่เป็นกรดหรือด่างมาสวนล้างช่องคลอดนั่นแหละครับ อย่าไปทำนะครับ
บางท่านอาจจะยังเห็นว่ามีคนเขียนเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่มาก
แต่มันเป็นวิธีโบราณที่คนเขียนซึ่งไม่มีความรู้ก็ไปลอกหนังสือเก่ามาเขียนใหม่นั่นแหละครับ
มันเลยไม่จบสิ้นกันซะที ขอย้ำว่ามันไม่ได้ผลครับและอย่าไปทำ
2. วิธีที่สอง คือการคัดเลือกอสุจิครับ ดังที่กล่าวมาแล้วว่าอสุจิเป็นตัวกำหนดเพศ
การคัดเลือกกลุ่มอสุจิที่เป็นลูกสาว หรือลูกชาย แล้วจึงนำไปฉีดกลับสู่มดลูกของฝ่ายหญิงในวันที่คาดว่าไข่จะตก
จึงสามารถช่วยให้ตั้งครรภ์โดยมีแนวโน้มที่จะได้บุตรตามเพศที่ต้องการสูงครับ
ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีที่ได้รับการพิสูจน์ทางการแพทย์มานานมากแล้งครับว่าสามารถคัดเลือกเพศบุตร
ได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ เพียงแต่ผลที่ได้เพศตรงตามความต้องการนั้นอาจจะยังไม่ใช่ร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ
แต่ก็ให้โอกาสสูงถึง 70-80 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว เพราะอันที่จริงการคัดอสุจินั้นไม่ได้เอาอสุจิทีละตัว
มาตรวจโครโมโซมหรอกนะครับ แต่จะใช้วิธีการดังต่อไปนี้ครับ วิธีแรกคือ Ericsson's Technique
เป็นการคัดเลือกกลุ่มของอสุจิ โดยอาศัยหลักการที่อสุจิที่บรรจุโครโมโซมเพศชาย
และอสุจิที่บรรจุโครโมโซมเพศหญิงนั้นมีการเคลื่อนไหวได้แตกต่างกันครับ
อสุจิที่บรรจุโครโมโซมเพศชายจะว่ายได้เร็วกว่าอสุจิที่บรรจุโครโมโซมเพศหญิง
ดังนั้นก็นำมาว่ายผ่านโปรตีนอัลบูมินในหลอดทดลองครับ เมื่อเวลาผ่านไปก็ไปดูดเอาอสุจิที่อยู่ก้นหลอดมา
ก็จะได้อสุจิที่บรรจุโครโมโซมเพศชายเป็นส่วนใหญ่ เพราะว่ายเก่งกว่าก็ไปถึงก้นหลอดก่อน
หรือถ้าจะเลือกลูกสาวก็ดูดเอาอสุจิที่อยู่ส่วนบนๆ ของหลอดทดลองครับ
(ฟังดูก็เหมือนคัดเลือกนักกีฬาว่ายน้ำเลยนะครับ) ส่วนความแม่นยำก็ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ทิ้งอสุจิเอาไว้ในหลอดทดลอง
เพราะถ้าทิ้งไว้นาน อสุจิที่บรรจุโครโมโซมเพศหญิงก็จะว่ายปนลงไปมาก
แต่ถ้าทิ้งไว้แค่เพียงครู่เดียวก็อาจจะได้อสุจิจำนวนน้อยเกินไปที่จะนำมาฉีดเข้าไปในโพรงมดลูก
ให้ไปปฏิสนธิกับไข่ในท่อนำไข่ของคุณแม่ครับ ดังนั้นความแม่นยำก็ขึ้นอยู่กับปริมาณ
และคุณภาพของอสุจิที่คุณผู้ชายเก็บมาให้หมอได้นั่นเองครับ
ส่วนการคัดเลือกอสุจิวิธีที่สองนั้นใช้เครื่องมือที่ทันสมัยไฮเทคกว่านั้นครับ
เรียกว่า Microsort Method ครับไม่ใช่ Microsoft นะครับ วิธีนี้เค้าจะใช้ทั้ง
Laser light Fluorescent dye และ Flow Cytometry/Cell sorter technology ครับ ฟังแล้วงงนะครับ
หมอก็ไม่ใช่วิศวกร คนสร้างมา เอาเป็นว่าเราอธิบายแบบภาษาบ้านๆ ของเราดีกว่าครับ
คือว่าก่อนอื่นนั้น อสุจิจะถูกนำไปย้อมสีก่อนครับ ด้วยสีที่จะเรืองแสงเมื่อเจอแสงอุลตร้าไวโอเลต
หลังจากนั้นจะถูกใส่เข้าไปในเครื่องให้ไหลผ่านอุปกรณ์ที่จะช่วยเขย่าทำให้มันแตกตัวออก
เป็นเหมือนหยดน้ำหยดเล็กๆ ซึ่งแต่ละหยดนั้นจะมีอสุจิเพียงหนึ่งตัวครับ
พอหยดน้ำที่มีอสุจิอยู่นี้ผ่านเข้าไปในเครื่องมือที่ใช้วัด ก็จะมีการปล่อยแสงอุลตร้าไวโอเลตออกมา
มันก็จะเรืองแสงครับ คราวนี้คอมพิวเตอร์ก็จะทำการวัดขนาดได้ โดยปกติในหัวอสุจิที่บรรจุโครโมโซมเพศหญิงนั้น
จะบรรจุ DNA (สารพันธุกรรม) เอาไว้มากกว่าอสุจิที่บรรจุโครโมโซมเพศชายประมาณ 2.8% ครับ
ดังนั้นเครื่องก็จะแยกอสุจิลูกชาย กับลูกสาวได้ด้วยประการฉะนี้ บริษัทเจ้าของที่ผลิตเครื่องนี้ขึ้นมา
เขารับรองว่าสามารถคัดเลือกอสุจิลูกชายกับลูกสาวออกจากกันได้แม่นยำถึง 90% ครับ
แต่ว่าในเมืองไทยยังไม่มีเพราะมันแพงมากโดยใช่เหตุ เมื่อคำนึงถึงความคุ้มค่า
แล้ววิธีที่สามที่หมอกำลังจะเล่าให้ฟังนี้ดีกว่าหลายขุมเลยครับ
ภาพแสดงส่วนประกอบของตัวอ่อนระยะบลาสโตซิสท์
|
ภาพแสดงการดูดเอาเซลล์ออกมาจากตัวอ่อน
ระยะบลาสโตซิสท์ (Blastocyst Biopsy) |
 |
<< ภาพแสดงเซลล์ที่นำไปย้อมสีและตรวจด้วยวิธีการ Fluorescent InSitu Hybridization (F.I.S.H.)
แล้วพบว่าตัวอ่อนมีความผิดปกติ เป็นปัญญาอ่อนชนิด Down's syndrome |
 |
 |
<< ภาพแสดงเซลล์ที่นำไปย้อมสีและตรวจด้วยวิธีการ Fluorescent InSitu Hybridization (F.I.S.H.)
แล้วพบว่าเป็นตัวอ่อนเพศชาย ไม่มีความผิดปกติของโครโมโซม |
^ ภาพแสดงเซลล์ที่นำไปย้อมสีและตรวจด้วยวิธีการ
Fluorescent InSitu Hybridization (F.I.S.H.)แล้วพบว่าตัวอ่อนมีความผิดปกติ
เป็นปัญญาอ่อนชนิด Edward's syndrome |
3. วิธีที่สาม คือ Preimplantation Genetic Diagnosis (P.G.D.) หรือการตรวจโครโมโซมของตัวอ่อน
ซึ่งรวมถึงโครโมโซมเพศ จึงสามารถคัดเลือกเพศตัวอ่อนได้ โดยมีความแม่นยำสูงถึง 100%
การคัดเลือกตัวอ่อนนี้จะสามารถทำได้โดยนำไข่และอสุจิมาปฏิสนธิกันภายนอกร่างกายซะก่อน
แล้วเลี้ยงไว้เป็นตัวอ่อนระยะบลาสโตซิสท์ คือเลี้ยงไว้ภายนอกร่างกายประมาณ 5 วัน
ซึ่งตัวอ่อนระยะนี้มีการแบ่งเซลล์ออกเป็นสองกลุ่ม คือกลุ่มเซลล์เด็ก และกลุ่มเซลล์รกเด็ก
ดังนั้น เราจึงสามารถนำเซลล์บางส่วนจากกลุ่มเซลล์รกจากตัวอ่อนที่ได้ไปตรวจโครโมโซม
โดยไม่มีผลกระทบต่อกลุ่มเซลล์ที่จะเจริญเติบโตไปเป็นเด็ก และเนื่องจากตัวอ่อนที่เราเพาะเลี้ยง
มีโครโมโซมครบแล้ว 23 คู่ (จากไข่ 23 ตัว และจากอสุจิ 23 ตัว) จึงสามารถบอกได้ว่าตัวอ่อนนั้นเป็นเพศชายหรือหญิง
เมื่อคัดเลือกตัวอ่อนได้เพศตามที่ต้องการแล้ว ก็นำตัวอ่อนนั้นย้ายกลับเข้าไปในมดลูกให้เจริญเติบโตต่อไป
ดังนั้นวิธีการเลือกเพศบุตรด้วยวิธีนี้จึงสามารถเลือกเพศได้ตรงตามความต้องการ 100%
เพราะตรวจที่โครโมโซมของตัวอ่อนโดยตรง นอกจากนี้เรายังสามารถตรวจหาความผิดปกติอื่นๆ
ได้อีก เช่น Down's syndrome หรือ Edward's syndrome เป็นต้น วิธีนี้ช่วยให้เรามั่นใจได้ว่า
จะได้ลูกตรงตามเพศที่ต้องการและไม่เป็นโรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม เช่น Hemophilia
หรือโรคที่เกิดจากโครโมโซมผิดปกติ เพราะเราสามารถทำการตรวจก่อนที่จะมีการตั้งครรภ์เกิดขึ้นได้ครับ
ตารางต่อไปนี้เป็นการเปรียบเทียบให้เห็นข้อดีและข้อเสียของแต่ละวิธีให้เห็นกันเด่นชัดยิ่งขึ้นครับ
| วิธีการ |
ความแม่นยำในการเลือกเพศได้ตรงตามความต้องการ |
อัตราการตั้งครรภ์ต่อรอบการรักษา |
ค่าใช้จ่ายต่อรอบการรักษา |
ความผิดปกติของโครโมโซม |
| Ericson's Technique |
70-80% |
20% |
13,000-15,000 บาท |
เท่าธรรมชาติ |
| Microsort Method |
90% |
20% |
83,000-85,000 บาท |
เท่าธรรมชาติ |
| P.G.D. |
100% |
60% |
150,000-200,000 บาท |
0% หากทำการตรวจวินิจฉัยโครโมโซมคู่นั้นๆ |
(update 13 กรกฎาคม 2004)
[ ที่มา...
นิตยสารบันทึกคุณแม่ ปีที่ 10 พฤษภาคม 2547 ]
|