หัวปี ท้ายปี ดีมั้ยนะ


"มีลูกหัวปีท้ายปี" คำนี้ได้ยินกันมาแต่ไหนแต่ไร บ้านไหนมีลูกหัวปีท้ายปีเขาว่าบ้านนั้นมันลูกดก ไม่รู้ประชดประชันกันหรือเปล่าว่า บ้านนี้วันๆ ไม่ทำอย่างอื่นกันล่ะ มัวแต่ตั้งหน้าตั้งตาผลิตลูก ถึงได้ท้องเอา ท้องเอา อื้อ…อย่างนี้มันดีมั้ยนะ

  • ลูกดก ไม่ดกตามยุคสมัย
สมัยก่อนมันเป็นอย่างนี้จริงๆ นะครับ ดูสมัยคุณย่าคุณยายเราสิ มีลูกกันทีเก้าคนสิบคน คนแรกนี่ต้องเบ่งกันแทบเป็นแทบตาย คนสุดท้ายฮัดเช้ยทีเดียวหลุดออกมาคว้าขาไว้แทบไม่ทัน สมัยนั้นมันโทมัส อัลวา เอดิสันคงจะเพิ่งเกิดมั้ง ไฟฟ้าก็เลยยังไม่มีใช้ ทีวี วีดีโอ ยูบีซีอะไรมันก็ไม่มีให้ดู พอมืดปั๊บไม่รู้จะไปทำอะไร ไม่มีอะไรให้ดู ไม่มีอะไรให้เล่น ก็เลยต้องเล่นของที่อยู่ข้างๆ ตัวนี่แหละ สมัยนั้นยาคงยาคุมอะไรมันก็ไม่มี…มันก็เลยท้องเอา…ท้องเอา ลูกยังไม่ทันคลานเลย แม่ก็ท้องซะอีกแล้ว

สมัยก่อนสังคมมันอยู่ง่าย ยิ่งลูกเยอะก็ยิ่งดีจะได้ช่วยกันทำหามากิน ช่วยกันเลี้ยงพ่อเลี้ยงแม่ เลี้ยงก็ไม่ยาก ปล่อยวิ่งเล่นโทงๆ ไปเดี๋ยวมันก็โตเอง เรียนก็สบาย ส่งเรียนที่วัดข้างบ้าน ค่าเล่าเรียนก็ไม่ต้องเสีย แป๊ะเจี๊ยะก็ไม่ต้องจ่าย มีลูกอีกกี่คนก็ไม่ค่อยจะเดือดร้อน นี่ถ้าเกิดมาสมัยก่อนกะว่าจะมีลูกสักโหลเหมือนกัน

พอถึงสมัยท่านทักษิณเป็นนายกฯ เราเน้นคุณภาพกันมากกว่าปริมาณ มีลูกกันแต่ละคนดูมันลำบากกันเหลือเกิน ไหนจะต้องไปตรวจร่างกายก่อนตั้งครรภ์ ฉีดวัคซีนโน่น ป้องกันนี่ ต้องไปอบรมเตรียมพร้อมให้ลูกมันฉลาดตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ต้องไปฝากท้อง ตรวจกันแล้วตรวจกันอีกกว่าจะคลอดออกมาได้ พอคลอดแล้วก็ต้องรีบไปธนาคารเปิดบัญชี เพื่อการศึกษาเอาเงินฝากเดือนละห้าพัน พอถึงวัยเข้าโรงเรียน เงินในบัญชีที่เก็บมาตั้งนาน ยังไม่พอค่าแป๊ะเจี๊ยะเลยครับ! โตหน่อยก็ต้องไปเรียนพิเศษ เรียนโน่น เรียนนี่ มีลูกแต่ละคนกว่าจะเลี้ยงจนโตไม่รู้หมดแรงกายแรงใจไปสักแค่ไหน

แต่คุณแม่บางคนก็บ่ยั่น อยากมีลูกติดๆ กันไปเลย เลี้ยงทีเดียว เหนื่อยทีเดียว เดี๋ยวแก่ไปกว่านี้จะเลี้ยงไม่ไหว เลยเป็นเหตุสงสัยต้องมาเล่าสู่กันฟังว่าจะต้องเว้นช่วงเท่าไหร่มันถึงจะดี
  • หลังคลอด พร้อมท้องใหม่ได้ไม่ยาก
มาดูกันเรื่องเครื่องเคราข้างในของผู้หญิงกันก่อนดีกว่า ว่ากว่ามันจะฟื้นตัวมาใช้งานได้อีกที ต้องใช้เวลาสักแค่ไหน ปกติพอคลอดแล้วมดลูกจะหดเล็กลงจนเหลือเท่าขนาดปกติเหมือนตอนไม่ท้อง หรือเรียกกันง่ายๆ ว่า เข้าอู่สนิทก็ต้องใช้เวลากว่า 6 สัปดาห์ครับ จะว่าไปแล้วมดลูกผู้หญิงเรา ก็เป็นอวัยวะมหัศจรรย์ทีเดียว ตอนท้องแก่มันขยายป่องขึ้นมาขนาดโตเท่าหม้อหุงข้าวเลยล่ะ พอคลอดแล้วเผลอแผล็บเดียวมันก็หดเล็กลงเหลือเท่าไข่เป็ด นี่ยิ่งถ้าลูกไม่ได้กินนมแม่ด้วยนะ มดลูกก็จะกลับมาทำงานของมันตามปกติ มีประจำเดือนครั้งแรกภายใน 6-8 สัปดาห์ นั้นแปลว่ามีไข่ตกสามารถตั้งท้องต่อไปได้เลยภายใน 4-6 สัปดาห์หลังคลอดเลยทีเดียว

ถ้ากินนมแม่อยู่นี่สิชักจะกะยากแล้ว เพราะบางคนให้กินนมแม่อย่างเดียว บางคนก็มีนมขวดแถมบ้าง บางทีมีคนอื่นแย่งกินบ้าง ฮอร์โมนที่ใช้สร้างน้ำนม ก็เลยไม่แน่ไม่นอนในแต่ละคน ฮอร์โมนที่ใช้สร้างน้ำนมนี่แหละครับที่เป็นตัวยับยั้งไม่ให้มีการตกไข่ แล้วก็เป็นเหตุทำให้ไม่มีประจำเดือนในระหว่างที่ให้ลูกกินนมแม่อยู่ แต่ด้วยว่าบางคนก็ให้ลูกกินนมแม่เยอะ บางคนกินนมแม่น้อย ขณะที่ลูกกินนมแม่อยู่ แม่อาจจะมีประจำเดือนในเดือนที่สองหลังคลอดเลยก็ได้ แต่บางคนกว่าจะมาอาจนานไปถึง 18 เดือนโน่นเลยก็มี แล้วคนที่ให้ลูกกินนมแม่อยู่ ประจำเดือนมักจะมาห่างกว่าคนที่ไม่ได้ให้ลูกกินนมแม่อีกด้วย
  • ให้นมลูก…อย่าวางใจว่าไม่ท้อง
ว่ากันว่าถ้าให้ลูกกินนมแม่อยู่ แล้วยังไม่ได้คุมกำเนิดด้วยวิธีใดๆ ทั้งสิ้น อีกทั้งสามีก็ยังขยันขันแข็งทำการบ้านเหมือนเดิมไม่มีขาดตกบกพร่อง ทั้งหมดนี้จะมีถึง 1 ใน 4 เลยทีเดียวที่ท้องอีกทีภายใน 1 ปีหลังคลอด แล้วในรายที่ท้องนั้นพบว่ามี 1 ใน 4 ท้องอีกทีโดยประจำเดือนยังไม่มาเลยแม้ครั้งเดียว โดยทั้งหมดที่ท้องต่อไปเลยนี้ก็สามารถตั้งครรภ์ต่อไปได้ตามปกติ ไม่มีปัญหาอะไรผิดไปจากท้องอื่นๆ

เห็นมั้ยครับว่าที่เชื่อต่อๆ กันมาว่าถ้าให้ลูกกินนมแม่อยู่ มีเรื่องอย่างว่าแล้วมันคงไม่ท้องหรอก ถือเป็นการคุมกำเนิดในตัวมันชักจะไม่ชัวร์แล้ว ที่ไหนได้เผลอนิดเดียวท้องไปแล้วตั้งหนึ่งในสี่เชียวแน่ะ นี่ถ้ายังเหนื่อยเลี้ยงลูกเล็ก ยังไม่อยากจะท้องก็อย่าเผลอเชียวนะครับ ต้องคุมให้เป็นเรื่องเป็นราว อย่าได้ชะล่าใจเด็ดขาด ตัวอสุจิมันไม่เคยปราณีใครหรอกครับ

คนที่อยากมีลูกติดๆ กันส่วนใหญ่พวกนี้จะเกิดมาสบายครับ ที่ว่าสบายก็เพราะมักจะมีคนมาช่วยเลี้ยงช่วยดูลูกให้ ปู่ย่าตายายแห่กันมาช่วยเลี้ยง อย่างนี้ก็สบาย คลอดเสร็จปั๊บก็แทบไม่ต้องกระดิกเลย คุณย่าคุณยายทำให้ทุกอย่าง ยิ่งเป็นหลานคนแรกก็ยิ่งเห่อไปกันใหญ่ จนไม่รู้ว่าเป็นลูกใครกันแน่ เลยไม่เข็ด พอมีเวลาก็ไม่รอช้ารีบๆ ทำลูกมาให้คุณย่าคุณยายเลี้ยงต่อ ทิ้งไว้ห่างเกินไปเดี๋ยวท่านจะไม่อยู่ช่วยเลี้ยงซะก่อน อย่างนี้เขาเรียกว่าไม่ได้เป็นคนลำบากเลี้ยงลูกเอง ลองมาให้เลี้ยงเองสิครับ รับรองไม่อยากมีติดๆ กันหรอก

คุณแม่ที่อายุมาก กว่าจะหา กว่าจะเลือกสามีได้สำเร็จก็อายุปาเข้าไปซะเยอะแล้ว พอคิดจะมีลูกนี่เองถึงได้รู้สึกว่าชักจะอายุมากเกินไป พอมีลูกไปคนหนึ่งก็เลยไม่อยากเว้นนาน ยิ่งอายุมากขึ้น โอกาสเกิดปัญญาอ่อนในลูกก็สูงขึ้นด้วย รีบๆ มีลูกต่อกันไปเลยนี่แหละจะได้ไม่อายุมากเกิน เหนื่อยทีเดียว อีกหน่อยตอนแก่แล้วจะได้สบาย

สรุปแล้วพวกที่อยากมีลูกติดๆ กันไปเลยก็มีไม่กี่จำพวกหรอกครับ พวกแรกก็พวกเผลอท้องไม่ทันคุม พวกที่สองก็พวกเข้าใจผิดคิดว่าแย่งลูกกินนมแล้วจะไม่ท้อง พวกที่สามก็พวกคลอดแล้วให้คนอื่นเลี้ยง พวกที่สี่ก็พวกท้องตอนอายุมาก
  • ท้องถี่ ดีไม่ดีตรงไหน
พอท้องขึ้นมาหลายคนก็กลุ้มใจล่ะทีนี้ กลัวกันไปต่างๆ นานาว่าท้องติดๆ กันจะเป็นอะไรหรือเปล่า มดลูกจะครากมั้ย จะแท้งมั้ย อยากจะท้องก็ท้องกันได้เลยครับ ไม่มีปัญหา เพราะกว่ามดลูกจะโตขึ้นมาอีกที ก็อีกตั้งหลายเดือนข้างหน้า ป่านนั้นอะไรต่ออะไรก็มักจะเข้าที่เข้าทางกันหมดแล้ว เท่าที่เจอๆ มาที่เร็วสุดก็คลอดได้แค่สามเดือนก็ท้องต่อเลย แถมที่คลอดมาไม่ได้คลอดเองด้วยนะ

ในรายที่ผ่าตัดคลอดถ้าบังเอิญเผลอท้องขึ้นมา ก็สามารถท้องต่อไปโดยไม่แตกต่างอะไรกับท้องปกติหรอกครับ แผลที่มดลูก แผลที่หน้าท้องมันหายเร็วจะตายไป แล้วกว่าท้องจะขยาย มดลูกจะโตก็อีกตั้งนาน หลายคนก็อาจกลัวกันว่าแผลเดิมที่ผ่าไว้ยังติดกันไม่สนิท มดลูกจะแตกตายซะก่อน บางคนถึงกับไปทำแท้งเอาลูกออก เชื่อมั้ยครับว่า เกิดมาก็ยังไม่เคยเห็นเลยครับที่ท้องๆ อยู่ดีๆ แล้วท้องแตกตาย ไม่ว่าจะคลอดเองหรือจะผ่าท้องคลอด ในแง่ของการตั้งครรภ์แล้วก็ดูแลไม่ต่างกันกับคนที่ท้องห่างๆ สักเท่าไหร่ เพียงแต่แม่จะดูเหนื่อยดูโทรมกว่าปกติไปสักหน่อย

ข้อดีของการมีลูกติดๆ กันก็มีเยอะนะครับ ลูกมันจะได้อยู่ในวัยใกล้เคียงกัน โตมาด้วยกัน เล่นมาด้วยกัน ก็มักจะสนิทสนมกันมากกว่าพี่น้องที่วัยห่างกันมากๆ วัยที่ใกล้กันเวลาโตขึ้นมาก็เป็นทั้งพี่น้อง เป็นทั้งเพื่อนที่คอยดูแลให้คำปรึกษากันได้ เกิดเป็นพ่อแม่ก็ต้องรู้นะครับว่าเรื่องบางเรื่อง เด็กก็ไม่ปรึกษาพ่อแม่หรอก เรื่องเล็กเรื่องน้อยก็ต้องคุยกับเพื่อนก่อนเป็นคนแรก ยกเว้นแต่ถ้าเป็นเรื่องเงินแล้วนี่แหละถึงกลับมาหาเรา
  • วางแผนดี มีแต่สบาย
ในคุณแม่ที่มีลูกห่างๆ ก็จะสบายหน่อย มีทีละคนค่อยเป็นค่อยไป โตแล้วค่อยท้องใหม่ คลอดออกมาก็ให้พี่ช่วยเลี้ยงน้อง เบาแรงไปอีกต่างหาก ครอบครัวเล็กๆ รุ่นใหม่ก็เป็นแบบนี้กันเยอะครับ หลังคลอดก็คุมกำเนิดเอาไว้ก่อนสักสองปีแล้วค่อยปล่อย กะว่าท้องหน้าคลอดแล้วลูกคนโตจะสามขวบพอดี พอคนที่สองคลอด คนโตก็เข้าอนุบาล อยู่บ้านเลี้ยงลูกอ่อนคนเดียวสบายๆ ตอนเย็นลูกกลับมาจากโรงเรียน คุณพ่อก็กลับมาจากที่ทำงานช่วยกันเลี้ยงไม่ต้องเป็นภาระกับคุณแม่มาก วางแผนดีๆ ก็จะได้ไม่เหนื่อยมากยังไงครับ

แต่ถ้าจะเว้นห่างกันเกินกว่าสามปีก็ดูจะมากไปซะหน่อย เพราะยิ่งห่างกันมากลูกก็จะต่างวัยกันมาก คนโตก็มักจะไปเล่นคลุกคลีอยู่กับเพื่อนวัยเดียวกันซะมากกว่า ถ้ามีลูกติดๆ กัน โตมาด้วยกัน เล่นมาด้วยกัน ไปเที่ยวด้วยกัน ทะเลาะกันทุกวัน แย่งของเล่นกัน มันมีเรื่องที่ต้องจดจำผูกพัน กันมากกว่าลูกที่วัยห่างกัน
เรื่องสุดท้ายที่ลืมไม่ได้เลย ก็คงเป็นเรื่องเงินๆ ทองๆ นั่นแหละครับ มีลูกหนึ่งคน จนไปเจ็ดปี ยิ่งมีลูกติดๆ เห็นทีต้องคิดหนักเหมือนกัน ไหนจะค่าน้ำค่านม ค่าเสื้อผ้า ค่าเล่าเรียน ค่าแป๊ะเจี๊ยะ เยอะแยะที่เป็นรายจ่าย ถ้ายังต้องผ่อนบ้าน ผ่อนรถอยู่ จะให้ดีมีลูกเว้นระยะสักหน่อยก็สวยนะครับ อย่างน้อยสัก 2 ปีกำลังเหมาะ แต่ถ้ามีเงินเยอะจนใช้ไม่ทัน ทำลูกมาติดๆ กันเป็นโหลมาช่วยใช้ก็เห็นจะไม่มีใครว่าหรอกครับ

(update 13 มกราคม 2004)
[ ที่มา.. นิตยสารดวงใจพ่อแม่ ปีที่ 8 ฉบับที่ 94 สิงหาคม 2546 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600