ซึมเศร้าระหว่างตั้งครรภ์ แนวโน้มที่เพิ่มขึ้น


สถิติที่สูงขึ้นของภาวะซึมเศร้าระหว่างตั้งครรภ์ในบ้านเรา เป็นสัญญาณเตือนคุณผู้หญิงที่กำลังจะเป็นแม่ทุกคนว่า ถึงเวลาแล้วที่ควรทำความรู้จักกับภาวะนี้อย่างจริงจังเสียที เพราะมักจะมาทักทายเราแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวเสมอ การสังเกตและตั้งรับสำคัญเหนือสิ่งอื่นใดค่ะ!


  • ปัจจัยเสี่ยง "ซึมเศร้าระหว่างตั้งครรภ์"

อยู่ๆ ก็ร้องไห้ โดยไม่มีเหตุผล คิดไปสารพัด
กลัวนู่นกลัวนี่ กลัวตัวเองจะเลี้ยงลูกไม่ดี
กลัวลูกจะไม่สมบูรณ์ มันเหงาลึกๆ เศร้าข้างใน บอกไม่ถูก

ภาวะแบบนี้เป็นรูปแบบหนึ่ง ของอารมณ์ซึมเศร้าระหว่างตั้งครรภ์ ซึ่งในอดีตอาการและโรคเหล่านี้มักจะเกิดขึ้นในกลุ่มคนเชื้อชาติตะวันตกสูงกว่าคนเชื้อชาติตะวันออก นอกจากนั้นจำนวนชั่วโมงของแสงแดดน้อยก็มีผลต่อฮอร์โมนของคนที่เป็นโรคซึมเศร้าด้วย ถ้าปริมาณชั่วโมงที่มีแสงมากกว่า ก็มีเปอร์เซ็นต์ป่วยน้อยกว่า ที่สำคัญในวิถีชีวิตความเป็นอยู ่ที่มีแนวโน้มของการหย่าร้างสูงขึ้น การที่แม่ต้องเลี้ยงลูกคนเดียว การเป็นครอบครัวเดี่ยวที่เป็นลักษณะของสังคมตะวันตก การแข่งขันทางเศรษฐกิจ ภาวะที่แม่ต้องทำงานนอกบ้าน รับผิดชอบหลายอย่าง เหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยเสริมต่ออัตราของโรคนี้ ที่สูงกว่าคนตะวันออก

แต่…ในปัจจุบัน โลกของตะวันออกที่กำลังเดินตามรอยชีวิตในโลกตะวันตกอยู่เกือบทุกก้าวย่างนี้แหละ ที่มีผลอย่างสูงต่อแนวโน้มของ "โรคซึมเศร้าระหว่างตั้งครรภ์" รวมถึงในบ้านเราด้วย

ในฐานะจิตแพทย์ที่มีประสบการการรักษาผู้ป่วยซึมเศร้า ให้ข้อมูลถึงสาเหตุ และโอกาสที่ผู้หญิงตั้งครรภ์จะเกิดอาการเหล่านี้ว่า มีหลายอย่างด้วยกัน แต่ปัจจัยหลักคือ ภาวะของการตั้งครรภ์ เป็นช่วงเวลาที่มีปรากฏการณ์การเปลี่ยนแปลงของร่างกายหลายอย่าง ทั้งความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับลูก ความรู้สึกต่อคู่ของตัวเอง ดังนั้นจึงเป็นภาวะที่กระตุ้นให้แม่เกิดความกังวลใจอย่างมาก

ภาวะอารมณ์จิตใจช่วงนี้ของแม่จะเปราะบางและอ่อนไหวง่ายกว่าปกติ และยิ่งถ้ามีสาเหตุความกังวลใจเป็นแรงเสริมจากเรื่องอื่นๆ ด้วย เช่น ความสัมพันธ์ระหว่างสามีภรรยามีปัญหา ก็จะยิ่งเพิ่มความกดดัน จากความกังวลใจก็จะกลายเป็นภาวะของความเศร้าในที่สุด

" สังคมที่มีการแยกทางกันสูงขึ้น การเป็นแม่คนเดียวมีมากขึ้น อย่างบางคนที่แยกทางกับสามีตอนตั้งครรภ์ อันนี้เป็นสภาวะที่มีความกดดันค่อนข้างมาก มันจะเกิดภาวะความเปลี่ยนแปลงของอารมณ์ที่อาจเป็นอารมณ์ซึมเศร้าได้ อีกทั้งชีวิตความเป็นอยู่มันเครียดด้วยกันทั้งหมด เช่น บางครอบครัวขณะตั้งครรภ์คุณแม่ต้องทำงาน แม้กระทั่งหลังลาคลอดก็ลาได้แค่ 45 วัน ขณะที่ร่างกายแม่หลังคลอดต้องการการฟื้นตัว และปรับตัวในการเลี้ยงดูลูกอ่อนนานกว่านั้น เหล่านี้ทำให้เขาเครียดง่าย

อีกสิ่งหนึ่งที่มีการพูดถึงในกรณีซึมเศร้าหลังคลอดก็คือ การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เพราะในระหว่างตั้งครรภ์จะมีฮอร์โมนตัวหนึ่งที่เพิ่มปริมาณสูงขึ้นเรื่อยๆ นั่นคือ โปรเจสเตอโรน แต่พอทันทีที่เด็กหลุดออกจากตัวแม่ ฮอร์โมนนั้นจะลดระดับลงทันที ซึ่งเขาบอกว่ามีผลทำให้เกิดอารมณ์ซึมเศร้า แต่ไม่ได้พบกับแม่ทุกคนหลังคลอด จะมีอยู่ประมาณ 2-10 เปอร์เซ็นต์ ที่มีการปรับตัวที่อ่อนไหวต่อฮอร์โมนพวกนี้ และเกิดเป็นภาวะซึมเศร้า"

  • สัญญาณเตือน ซึมเศร้า

พ.ญ.พรรณพิมล ชี้ให้เห็นว่า ในแม่ตั้งครรภ์ปกติที่อยู่ๆ ก็เกิดอารมณ์เศร้าขึ้นมาเฉยๆ แบบนี้ถือว่าเป็นเรื่องปกติและจะอยู่ไม่นาน เช่น บางคนพอตั้งครรภ์แล้วคิดถึงแม่อารมณ์เศร้าก็จะแวบเข้ามา แต่ถ้าเป็นอาการซึมเศร้ามันจะอยู่เป็นอาทิตย์ อยู่เป็นเดือนหาสาเหตุไม่เจอ และถ้าเป็นมากๆ เข้าก็พัฒนาไปเป็นโรคซึมเศร้าได้ อีกทั้งยังมีความเสี่ยงสูงที่โรคนี้จะตามติดไปจนถึงช่วงหลังคลอด

" สัญญาณเตือนของภาวะซึมเศร้า คือ อารมณ์จะหดหู่ปกติเวลาเราพูดเรื่องอารมณ์ ถ้าเรามีความกังวลใจหรือไม่สบายใจ มันไม่ถึงกับหดหู่ เพราะเวลาหดหู่ มันจะรู้สึกเหมือนซึมลึกๆ ในใจบอกไม่ถูก แม่ส่วนใหญ่พอเข้าถึงอารมณ์นั้นมันจะบอกได้เลยว่า เอ๊ะ ทำไมเราเศร้ามากขนาดนี้ ทั้งๆ ที่บางทีสถานการณ์รอบตัวก็ไม่ได้นำไปสู่อารมณ์เศร้า อารมณ์ตรงนี้จะค่อนข้างชัดเจน บางทีก็ร้องไห้อย่างไม่มีเหตุผล

อันต่อมาคือ ความกระตือรือร้นมันหายไป อย่างคนทั่วไปตื่นเช้ามาอารมณ์จะแจ่มใส อยากทำนั่นทำนี่ แต่ถ้ามีอาการนี้ความรู้สึกจะหายไปหมด จะเฉยเมยต่อทุกอย่าง

และจะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงที่เกิดกับภาวะทางร่างกาย เช่น ความอยากอาหารลดลง เบื่ออาหาร ไม่อยากดูแลตัวเอง ไม่อยากทำอะไรที่เกี่ยวกับตัวเอง ไม่อยากพบใคร ไม่อยากออกไปไหน อยากอยู่เฉยๆ บางคนก็อาจมีอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ บางช่วงก็เหมือนกับว่าใครมายุ่งไม่ได้ อารมณ์จะเปลี่ยนแปลงง่าย นอนไม่ค่อยหลับ หดหู่ใจ

ถ้าเป็นรุนแรง อาจมีภาวะทางจิตเข้ามารบกวนด้วย เช่น หูแว่ว ได้ยินเสียงบางอย่าง รู้สึกเหมือนทมีคนพูดด้วยในลักษณะการตำหนิตัวเองในความเป็นแม่ จะวนเวียนอยู่กับตัวเอง การตั้งครรภ์และลูก แบบนี้อาจถึงขั้นคิดทำร้ายตัวเอง หรือถ้าเป็นช่วงหลังคลอด หากมีภาวะนี้อยู่ เช่น แม่อาจเหม่อลอย และเกิดอุบัติเหตุกับลูกได้"

  • "ลูกในครรภ์" สายตรงของผลกระทบ

ถ้าพบว่าภาวะอารมณ์ที่แม่เผชิญไม่ใช่อารมณ์เศร้าแบบปกติทั่วไป แต่เป็นอาการของ "โรคซึมเศร้า"
อันดับแรกที่จะส่งผลกระทบคือ การดูแลตัวเองจะลดน้อยลง การกินการนอนไม่ปกติ อาจมีอาการเบื่ออาหารได้ หรือนอนพักผ่อนไม่เพียงพอ

อันดับต่อมาคือ ในขณะที่แม่อยู่ในอารมณ์เศร้า เกิดความตึงเครียด จะเกิดภาวะความกดดันในครรภ์ เพราะตอนที่แม่ตึงเครียด ลูกที่อยู่ในครรภ์ก็จะได้รับผลด้วย เช่น เกิดการเกร็งตัวของมดลูกถี่กว่าปกติ แล้วไปมีผลกับเด็ก เด็กจะรู้สึกไม่สบายตัว และหากอาการเหล่านี้เป็นต่อเนื่องยาวนานก็อาจส่งผลต่อภาวะการตั้งครรภ์ไม่ปกติ เช่น อาจคบอดก่อนกำหนด ตัวเล็ก น้ำหนักน้อย และลูกก็มีสิทธิได้รับถ่ายทอดอารมณ์เศร้า จากแม่ในเชิงพันธุกรรมด้วย

  • คนแวดล้อม หัวใจสำคัญบำบัดซึมเศร้า

การดูแลภาวะอารมณ์ซึมเศร้าทั้งระหว่างตั้งครรภ์และหลังคลอด คุณหมอให้ความเห็นว่า มีสิ่งสำคัญ 2 ส่วนคือ ตัวของคุณแม่เอง และคนแวดล้อม

" เวลาเกิดอารมณ์แบบนี้ พอเรานึกถึงเรื่องที่กังวลใจหรือเครียด ไม่สบายใจปุ๊บ ให้พยายามดึงตัวเองออกจากภาวะอารมณ์นั้น คิดทางบวก มองถึงสิ่งดีๆ ในปัจจุบัน ถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็ควรหาคนระบาย

สิ่งสำคัญที่หมออยากแนะนำคือ อย่าโกรธหรือตำหนิตัวเอง แต่พยายามเรียนรู้ และจัดการอย่าให้มันอยู่กับเรานาน พยายามสร้างความผ่อนคลายให้เกิดขึ้นแทน

ถ้าเป็นมากอาจต้องปรึกษาจิตแพทย์ และกรณีที่มีอาการรุนแรงอาจต้องใช้ยาควบคู่ในการรักษาด้วย
แต่ก่อนอื่นอยากให้แม่ที่อยู่ในภาวะแบบนี้ ประเมินตัวเองดู บางกลุ่มไม่จำเป็นต้องใช้ยา หรือไปพบจิตแพทย์ ส่วนใหญ่เราจะเลี่ยงยาและใช้การดูแลด้านจิตใจเป็นหลัก แค่ปรับสภาพแวดล้อม และการเข้าไปดูแลจากคนรอบข้าง โดยเฉพาะสามี ทั้งช่วงระหว่างตั้งครรภ์และหลังคลอด เพราะโดยธรรมชาติผู้หญิงจะให้ความสำคัญ กับความผูกพันในชีวิตสมรสมาก ฉะนั้นถ้าสามีเข้ามามีส่วนร่วมเอาใจใส่ดูแล พูดคุยด้วย ผู้หญิงจะมีความสุข ช่วยลดอาการของโรคได้

แต่ในกรณีของกลุ่มแม่ที่มีปัญหาชีวิตสมรส เป็นเรื่องที่น่าเห็นใจ เพราะมีความกดดันสูง พยายามหากิจกรรมให้ตัวเองผ่อนคลาย ตอนเช้าๆ ออกไปเดินเล่นบ้าง อย่าอยู่แต่ในห้อง นั่งเล่นนอกบ้าน แดดอ่อนๆ อากาศสบายๆ ลมพัดเย็นๆ อย่าอยู่กับตัวเองคนเดียวมากเกินไป ส่วนคนรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นพี่น้อง พ่อแม่ต้องพร้อมจะรับฟัง มีโอกาสให้แม่ตั้งครรภ์ ที่อยู่ในภาวะนี้ได้ระบายความรู้สึกบ้าง

หลังจากปรับสิ่งเหล่านี้แล้ว ให้สังเกตดูว่าอาการที่ว่านี้หายไปมั้ย ถ้าเป็นไม่รุนแรงใช้เวลาประมาณ 2-3 อาทิตย์ เป็นอย่างมาก จะไม่ยาวนานเป็นเดือน แต่ถ้าผ่านไปเป็นเดือนแล้วยังเหมือนเดิม แล้วความคิดต่างๆ ก็รุนแรงขึ้นด้วย หมอว่าการรักษาโดยเร็วจะช่วยได้ เท่ากับเราตัดตอนให้ภาวะซึมเศร้าอยู่กับเราน้อยลง ซึ่งก็เป็นผลดีกับทั้งตัวเราและลูกในครรภ์ค่ะ"

  • ซึมเศร้าหลังคลอด

" ซึมเศร้าหลังคลอด" พบได้บ่อยเช่นกัน ส่วนปัจจัยที่เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดภาวะอารมณ์เหล่านี้ คุณหมอพรรพิมลเห็นว่า…

" เป็นเพราธรรมชาติของผู้หญิงหลังคลอดมีอยู่ 2 อย่างที่เกิดขึ้นพร้อมๆ กัน อันหนึ่งก็คือ ต้องการพักผ่อน เพราะขณะตั้งครรภ์เป็นการแบกภาระที่ยาวนานมาก พอหลังคลอดปั๊บ ถ้าได้พักผ่อนจะทำให้ร่างกายฟื้นฟูได้เร็ว สังเกตดูว่าแม่หลังคลอดจะนอนง่าย นอนเก่ง หัวถึงหมอนก็หลับเลย อีกอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นคือ ความเครียดที่เกิดจากการเลี้ยงลูก เพราะมีความกังวล เอ๊ะ สะอาดพอมั้ย หนาวไปร้อนไปรึเปล่า ชงนมถูกรึเปล่า สารพัดเรื่อง ยิ่งแม่มือใหม่จะยิ่งมีเรื่องเครียดเยอะ ขณะที่ร่างกายต้องการพักผ่อน

ดังนั้นภาวะทั้งสองอย่างต้องการการดูแลและช่วยเหลือ ถ้าสามีหรือคนใกล้ชิดเข้ามาช่วยปุ๊บ จะช่วยลดภาวะอารมณ์ตรงนี้ได้เร็ว คุณแม่ก็จะมีโอกาสพักและฟื้นตัวได้เร็ว ความรู้สึกว่ามีคนเข้ามาช่วยเลี้ยงลูกมันจะลดความกังวลใจ เขาจะไม่รู้สึกว่า ฉันต้องคิดคนเดียว ทำคนเดียว เกิดความรู้สึกว่ามีคนมาแชร์ความรู้สึกและปัญหาที่เผชิญร่วมกัน"


(update 8 มกราคม 2004)
[ ที่มา.. นิตยสารรักลูก ปีที่ 21 ฉบับที่ 244 พฤษภาคม 2546 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600