มันแปลกดีนะที่คุณๆ ที่กำลังตั้งครรภ์จะกลายเป็นคุณแม่ในไม่กี่วันข้างหน้า ต่างพากันเป็นกังวลกับ
คำบอกเล่าของผู้หลักผู้ใหญ่หรือเพื่อนผู้หวังดีผมจึงมีเรื่องต้องชี้แจง
เป็นต้นว่า คุณแม่หมาดๆ ท่านหนึ่งถามมาว่า จะต้องอยู่ไฟหรือไม่ ถ้าหากไม่อยู่ไฟ
คุณยายท่านบอกว่าเมื่อแก่ตัวขึ้นมาจะเป็นเหตุให้เป็นโรคปวดท้อง
ดีไม่ดีถึงกับหลังค่อมต้องถือไม้เท้ายักแย่ยักยัน
ผมเคยเขียนวิจารณ์ถึงเรื่องการอยู่ไฟหลังคลอดมาหลายครั้งแล้ว
อย่างไรเสียเมื่อถามมาก็ขอวิจารณ์กันอีก
ว่ากันถึงเรื่องอยู่ไฟนั้น ว่าไปแล้ว มิใช่มีแต่การอยู่ไฟแบบไทยๆ เท่านั้น
แต่มีอยู่หลายประเทศในแถบเอเชีย แม้แต่ประเทศญี่ปุ่นก็นิยมการอยู่ไฟ เวียดนาม ลาว เขมร มาเลเซีย
ต่างก็มีการอยู่ไฟหลังคลอดกันทั้งสิ้น ซึ่งแต่ละประเทศการอยู่ไฟจะมีความแตกต่างกันไปบ้างในวิธีการ
แต่ความเหมือนกันก็คือ มีการใช้ความร้อนเป็นสิ่งสำคัญของการอยู่ไฟ
การอยู่ไฟจึงเป็นสิ่งที่ยึดถือปฏิบัติมาตั้งแต่สมัยโบราณ
ถือเป็นวิทยาการพื้นบ้านที่มีประโยชน์อยู่บ้างเหมือนกัน
จนกระทั่งในปัจจุบันการอยู่ไฟยังคงหลงเหลือให้พอได้เห็นอยู่บ้าง ทั้งนี้เพราะว่า
ความนิยมการอยู่ไฟของคนสมัยใหม่ลดน้อยลงไปเรื่อยๆ ตามความเจริญทางด้านวิทยาการที่ตามมา
แม้ว่าการอยู่ไฟจะมีประโยชน์อยู่บ้าง ซึ่งผมจะได้อธิบายให้ฟัง
แต่ทั้งหมดก็ได้ถูกชดเชยด้วยแพทย์แผนปัจจุบันโดยหมดสิ้น
การอยู่ไฟนั้นมีประโยชน์อย่างไร ?
เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่า ในสมัยโบราณนั้น การคลอดมักจะอยู่ในมือของคุณหมอตำแย
และการคลอดส่วนใหญ่จะเป็นการคลอดเองโดยธรรมชาติ
เมื่อมีการคลอดเกิดขึ้น จะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้างต่อร่างกาย
ประการแรก ก็คือ เรื่องเสียเลือด เมื่อมีการคลอดย่อมต้องมีการเสียเลือดไปเป็นเรื่องธรรมดาไม่มากก็น้อย
การเสียเลือดเท่ากับเป็นการเอาความร้อนออกจากร่างกายไปพร้อมๆ กับเลือดที่ไหลออกไปทางช่องคลอด
ฉะนั้น จะทำให้คุณแม่หมาดๆ เกิดอาการหนาวสั่น อยากจะได้ผ้าห่มสัก 10 ผืน ในขณะนั้น
และถ้าหากอยู่ในสภาพอาการที่หนาวเย็นซึ่งพอมีให้สัมผัสได้บ้างในสมัยเมื่อ 50 ปีก่อนโน้น
การได้อยู่ใกล้กองไฟมันช่วยให้อบอุ่นและแสนจะสบายตัวมากกว่าได้ผ้าห่มมาห่มในขณะนั้นด้วยซ้ำ
ดังนั้น หลังการคลอดใหม่ๆ สดๆ ร้อนๆ หากได้อยู่ไฟในทันทีก็จะช่วยให้ความอบอุ่นอย่างเต็มที่
ถ้าหากไม่อยู่ไฟหละ ก็คงจะใช้ผ้าห่ม ผ้านวมหรือผ้าห่มไฟฟ้าก็จะช่วยได้
และอาการหนาวสั่นหลังคลอดหมาดๆ นั้น ถ้าหากจะเกิดมันก็จะปรับตัวและหายได้เองภายใน 1-2 ชั่วโมง
เท่านั้นแหละ จึงไม่มีอะไรยุ่งยากถึงกับต้องอยู่ไฟว่างั้นเถอะ
ประการที่สอง การคลอดในสมัยก่อนโน้นเมื่อเสร็จสิ้นการคลอดลงแล้วนั้น
คุณแม่หมาดๆ คงจะมีการปวดเมื่อยตามตัวมากพอดู เพราะถ้าหากคุณๆ เคยดูวิธีการคลอดตามบ้านในสมัยโบราณนั้น
มันช่างเป็นภาพที่ทุลักทุเลพอดู มันก็น่าจะทำให้ปวดเมื่อยตามตัวเกิดขึ้นไม่มากก็น้อย
แม้แต่สมัยนี้ก็เถอะแม้ว่าการคลอดจะสามารถผ่านพ้นไปอย่างสงบเรียบร้อยก็ตามที
แต่คุณแม่หมาดๆ ก็มักจะบ่นปวดเมื่อยตัวให้ฟังอยู่บ่อยๆ
อาการปวดเมื่อยตามเนื้อตัวจะทุเลาลงได้ด้วยอาศัยความร้อนรอบกาย คือการอยู่ไฟนั่นแหละ
ทุกวันนี้ไม่ต้องทำอะไรมาก ยาแก้ปวดแก้เมื่อยช่วยรักษาอาการเหล่านี้ได้ดีอยู่แล้ว
การอยู่ไฟให้ร้อนกายโดยไม่จำเป็น ถ้าไม่ชอบก็ไม่ต้อง อยู่ก็ไม่เป็นไร
อาศัยยาแก้ปวดก็ช่วยได้อยู่แล้ว ว่างั้นเถอะ
ประการที่สาม เป็นที่ทราบกันดีว่า การคลอดเองทางช่องคลอดนั้น ย่อมมีการฉีกขาดของฝีเย็บโดยเฉพาะครรภ์แรกๆ
ฉีกมากฉีกน้อยบ้างแล้วแต่ขนาดของทารกที่คลอด บางรายฉีกขาดมากจนเข้าถึงทวารก็มีให้เห็นบ่อยๆ
แม้ว่าส่วนใหญ่จะฉีกขาดเพียงพอประมาณ แผลเหล่านี้หากอยู่ชิดติดกันสัก 2-3 วัน ก็จะติดกันได้โดยไม่ต้องเย็บ
ฉะนั้นการอยู่ไฟและนอนเฉยๆ เป็นเวลาติดต่อกันหลายวันก็เท่ากับเป็นการช่วยให้แผลฝีเย็บติดกันๆ
ได้อย่างสนิทแนบเทียบได้กับการเย็บโดยแพทย์เลยทีเดียว
การอยู่ไฟก็คงจะช่วยได้ในกรณีเช่นนี้ ถ้าหากคลอดโดยหมอตำแยและไม่มีการเย็บฝีเย็บที่ฉีกขาด
คงกำชับให้นอนหนีบขาเป็นเวลานานๆ ก็ตอนอยู่ไฟนั่นแหละครับ
แต่กับการแพทย์สมัยใหม่ที่ไม่ต้องอยู่ไฟนั้น แพทย์เขาเย็บแผลที่ฝีเย็บให้เข้าที่ทันทีที่การคลอดสิ้นสุดลง
ซึ่งคุณแม่สามารถลุกเดินได้ในทันทีที่ร่างกายแข็งแรงขึ้นหลังจากคลอด ซึ่งโดยปกติก็เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังคลอด
ประการสุดท้าย ที่อาจไม่ใช่สุดท้ายที่พอจะมองเห็นประโยชน์ของการอยู่ไฟ ก็คือเรื่องของการยุบบวม
โดยปกติส่วนมากจะมีการบวมน้ำเกิดขึ้นมาบ้างไม่มากก็น้อยในช่วงของการตั้งครรภ์
แม้ว่าส่วนใหญ่จะเป็นการบวมตามความเปลี่ยนแปลงทางสรีระระหว่างการตั้งครรภ์ก็ตาม
แต่เมื่อคลอดแล้วก็ใช่ว่าอาการบวมจะยุบในทันที คงต้องใช้เวลานานเป็นเดือน
ความร้อนที่ได้จากการอยู่ไฟจะช่วยขับน้ำออกจากร่างกายทางเหงื่อ
นั่นก็เท่ากับการช่วยให้อาการบวมยุบลงได้รวดเร็วขึ้น
ทางการแพทย์ในสมัยปัจจุบัน ถือว่าอาการบวมน้ำเป็นการเปลี่ยนแปลงทางสรีระระหว่างการตั้งครรภ์
เมื่อการตั้งครรภ์สิ้นสุดลงแล้วอาการบวมก็จะยุบไป แม้ว่าจะค่อยๆ ยุบบวมก็ตามแต่ไม่มีอะไรเสียหาย
ขอให้คุณแม่หมาดๆ ทำใจให้สบาย ใจเย็นๆ เผลอแปล๊บเดียว เดี๋ยวก็ลืมไปเองว่า อาการบวมที่เคยมีนั้นเป็นอย่างไร
เพราะอาการบวมมันหดหายไปแล้วนั่นเอง
อ่านมาถึงตรงนี้ ใครที่ต้องการจะอยู่ไฟหลังคลอดก็สามารถทำได้ ไม่มีข้อห้ามแต่ประการใด
ขณะที่ใครไม่อยากอยู่ไฟ ก็ไม่ต้องกังวลใจอะไร ไม่อยู่ก็ไม่เป็นไร ที่ผู้ใหญ่บอกว่า
จะเป็นเหตุทำให้ปวดกระดูกเมื่อแก่เฒ่านั้น ผมเชื่อว่าไม่มีอะไรสัมพันธ์กับการอยู่ไฟอย่างแน่นอน
แต่น่าจะสัมพันธ์กับกระดูกที่พรุนมากเกินไปในวัยชราหรือวัยทองนั่นเอง อย่างการที่คนแก่หลังค่อมหลังงอนั้น
ก็เพราะโรคกระดูกเสื่อมกระดูกพรุนเป็นเหตุ ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับการที่ไม่ได้อยู่ไฟหลังคลอดมาก่อนอย่างแน่นอน
(update 19 พฤศจิกายน 2004)
[ ที่มา...
นิตยสารบันทึกคุณแม่ ปีที่ 10 กรกฎาคม 2547 ]
|