รกเกาะต่ำ


เลือดออกขณะตั้งครรภ์ เรื่องที่คุณแม่ไม่ควรนอนใจ
เพราะนั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนที่บอกถึงอาการของรกเกาะต่ำ !?!?


คุณเย็นใจอายุ 33 ปี อาชีพแม่บ้าน ตั้งครรภ์นี้เป็นครั้งที่ 5 ครรภ์ที่ 1, 2 และ 3 ตั้งครรภ์ครบกำหนดและคลอดปกติทุกครั้ง ส่วนครั้งที่ 4 หลังจากตั้งครรภ์ได้ประมาณ 2 เดือน ก็แท้งบุตรและได้รับการขูดมดลูกที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน

ในการตั้งครรภ์ครั้งที่ 5 นี้ คุณเย็นใจไปฝากครรภ์กับคุณหมอที่ดูแลตั้งแต่ตั้งครรภ์ได้ประมาณ 2 เดือน หรือ 8 สัปดาห์ จากการซักประวัติ ตรวจร่างกาย และตรวจเลือดไม่พบความผิดปกติอะไร คุณหมอจึงแนะนำให้คุณเย็นใจมาฝากครรภ์ต่อตามนัด ซึ่งคุณเย็นใจก็ปฏิบัติตามคำแนะนำของคุณหมอเป็นอย่างดี

เมื่อประมาณ 2 สัปดาห์ก่อน ขณะตั้งครรภ์ได้ประมาณ 32 สัปดาห์ คุณเย็นใจตื่นนอนขึ้นพบว่ามีเลือดเปียกชุ่มที่นอน และบริเวณปากช่องคลอด โดยไม่มีอาการเจ็บปวดอะไร จึงรีบไปหาคุณหมอที่ฝากครรภ์ไว้ คุณหมอได้ตรวจร่างกาย และตรวจครรภ์ด้วยเครื่องอัลตราซาวนด์แล้วให้การวินิจฉัยว่า คุณเย็นใจตั้งครรภ์โดยมี รกเกาะต่ำ ชนิดที่ รกคลุมปิดปากมดลูกทั้งหมด จึงรับคุณเย็นใจไว้นอนในโรงพยาบาล เพื่อรอสังเกตอาการดูว่าจะมีเลือดออกอีกหรือไม่

ภายหลังนอนพักในโรงพยาบาลได้ 2 วันพบว่า เลือดที่ออกทางช่องคลอดลดน้อยลงเรื่อยๆ จนกระทั่งสังเกตไม่พบ ตลอดเวลาที่นอนอยู่ในโรงพยาบาลคุณเย็นใจไม่มีอาการปวดท้องเลย คุณหมอที่ดูแลจึงอนุญาตให้คุณเย็นใจกลับบ้านได้ ภายหลังรับไว้ในโรงพยาบาล 1 สัปดาห์ โดยแนะนำให้พักผ่อนให้มาก งดเว้นการทำงานหนัก และนัดมาตรวจในอีก 1 สัปดาห์ข้างหน้า

5 วันต่อมา ขณะกำลังนั่งดูโทรทัศน์ คุณเย็นใจก็รู้สึกว่ามีเลือดไหลออกมาทางช่องคลอดอีก แต่คราวนี้รู้สึกว่ามากกว่าครั้งที่แล้ว จึงรีบไปโรงพยาบาล จากการตรวจคราวนี้คุณหมอวินิจฉัยว่า คุณเย็นใจมีรกเกาะต่ำเช่นเดิม แต่พิจารณาดูแล้วเห็นว่าเลือดออกค่อนข้างมาก ถ้าให้นอนรอเหมือนคราวก่อน อาจเป็นอันตรายต่อทั้งตัวคุณเย็นใจและลูกในท้องได้ จึงแนะนำให้คุณเย็นใจรับการผ่าตัดคลอดโดยด่วน

จากการผ่าตัดพบว่าคุณเย็นใจมีรกเกาะอยู่ที่ส่วนล่างของมดลูกและคลุมปิดปากมดลูกทั้งหมด ขณะที่กำลังผ่าตัดเพื่อเอารกออก พบว่า มีเลือดออกบริเวณที่รกเกาะค่อนข้างมาก เสียเลือดจากการผ่าตัดประมาณ 1.5 ลิตร จึงให้เลือดทดแทนแก่คุณเย็นใจ 1 ถุง ส่วนลูกที่คลอดออกมามีน้ำหนัก 2,000 กรัม แรกเกิดหายใจเร็ว กุมารแพทย์จึงรับตัวไว้ดูแล ที่หน่วยดูแลทารกคลอดก่อนกำหนด

ภายหลังการผ่าตัดพบว่า คุณเย็นใจมีอาการดีขึ้นตามลำดับและคุณหมออนุญาตให้กลับบ้านได้ หลังผ่าตัดคลอด 7 วัน แต่ตัวลูกต้องรับการดูแลอยู่เป็นเวลานานประมาณ 20 วัน จึงกลับบ้านได้


ชื่อผู้ป่วย สถานที่ และเหตุการณ์ในตัวอย่างผู้ป่วยเป็นสิ่งที่สมมติขึ้น
อย่างไรก็ตามเค้าโครงของเรื่องนำมาจากเหตุการณ์จริงทั้งสิ้น


รกเกาะต่ำคืออะไร ?

เมื่อมีการตั้งท้อง ไข่ที่ถูกผสมแล้วจะมีการเจริยเติบโตและแบ่งตัวมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดจะมีส่วนหนึ่งที่แยกไปเป็นตัวลูกในท้อง ขณะที่อีกส่วนหนึ่งกลายไปเป็นรก ซึ่งจะมีหน้าที่ในการนำสารอาหารจากคุณแม่มาเลี้ยงลูกในท้องต่อไป ดังนั้น จะเห็นได้ว่ารกก็เจริญมาจากไข่ที่ถูกผสมเช่นเดียวกับตัวลูก ขณะที่ลูกน้อยมีการเจริญเติบโตโดยลอยอยู่ในน้ำคร่ำ รกก็จะเจริญเติบโตโดยเกาะติดอยู่กับผนังมดลูกและค่อยๆ ฝังลึกเข้าไปในผนังมดลูกมากขึ้นเรื่อยๆ ตำแหน่งที่รกเกาะติดกับผนังมดลูกมักอยู่ที่บริเวณด้านบนของมดลูก โดยอาจค่อนไปทางด้านหลังเล็กน้อย ผลดังกล่าวทำให้ไม่มีอะไรมาขวางบริเวณปากมดลูก ซึ่งจะต้องเปิดออกให้ลูกคลอดออกมาเมื่อถึงเวลา

ในคุณแม่บางรายแทนที่รกจะเกาะ ณ ตำแหน่งดังกล่าวกลับมาเกาะคลุมที่ส่วนล่างของมดลูกหรือคลุมที่ปากมดลูก บางรายก็คลุมปากมดลูกเพียงบางส่วน ในขณะที่บางรายก็คลุมปิดปากมดลูกจนเต็มเลยก็มี เราเรียกการเกาะของรกในลักษณะนี้ว่า รกเกาะต่ำ


รกเกาะต่ำมีกี่แบบ ?

ทางการแพทย์เราแบ่งรกเกาะต่ำออกเป็น 3 แบบใหญ่ๆ ตามความรุนแรง คือ

1. รกเกาะคลุมปากมดลูกทั้งหมด ซึ่งจัดว่ารุนแรงที่สุด เพราะรกจะปิดปากมดลูกทั้งหมดไม่ยอมให้ลูกคลอดออกมาได้เลย ต้องผ่าตัดคลอดเพียงอย่างเดียว

2. รกเกาะคลุมปากมดลูกเป็นบางส่วน กรณีนี้ถ้าปล่อยให้เจ็บท้องคลอด ปากมดลูกที่ขยายมากขึ้น อาจดึงให้รกขยับสูงขึ้นและอาจไม่ขวางการคลอดของลูก แต่มักจะทำให้เลือดออกมาก จึงนิยมผ่าตัดคลอดเช่นเดียวกันกับกรณีแรก

3. รกเกาะบริเวณด้านล่างของมดลูกแต่ไม่คลุมปากมดลูก กรณีนี้สามารถปล่อยให้ลูกคลอดทางช่องคลอดได้ แต่ต้องระวังว่ามีโอกาสที่เลือดจะออกมากได้เช่นกัน แม้ว่าจะน้อยกว่า 2 กรณีแรกก็ตาม

ทำไมรกจึงเกาะต่ำ ?

สาเหตุที่แน่ชัดยังไม่ทราบ แต่พบว่ามักจะเกิดในคุณแม่ที่มีลักษณะบางประการ เช่น
  • คุณแม่ที่เคยคลอดบุตรมาหลายครั้ง การที่คุณแม่เคยคลอดหลายครั้ง แต่ละครั้งก็ต้องมีการสร้างรก รกที่สร้างขึ้นมักจะย้ายที่เกาะไปเรื่อยๆ เมื่อข้างบนของมดลูกเคยเกาะมาแล้ว ทำให้ตำแหน่งดังกล่าวไม่เหมาะที่จะเกาะซ้ำ เพราะจะมีแผลเป็นและมีเลือดมาเลี้ยงไม่เพียงพอ จึงย้ายลงมาเกาะบริเวณปากมดลูกแทน

  • คุณแม่อายุมาก คุณแม่กลุ่มนี้อาจจะมีมดลูกที่ผนังมดลูกมีคุณภาพไม่ดี เหมือนรถเก่าเครื่องไม่ดี รกจึงจำเป็นต้องหาที่เกาะใหม่ที่มีเลือดมาเลี้ยงมากกว่า จึงมาเกาะที่บริเวณปากมดลูกแทน

  • คุณแม่ที่สูบบุหรี่จัด มีโอกาสตั้งท้องแล้วมีรกเกาะต่ำมากกว่าคุณแม่ที่ไม่สูบบุหรี่ เชื่อว่าการสูบบุหรี่จัด ทำให้คุณแม่ส่งสารอาหารและแก๊สออกซิเจนไปเลี้ยงลูกได้น้อยลง รกจึงต้องทำงานหนักขึ้น เพื่อรับแก๊สออกซิเจนให้มากขึ้นโดยการขยายขนาดตัวเอง ทำให้มีบางส่วนขยายมาคลุมที่ปากมดลูกเกิดเป็นรกเกาะต่ำได้

  • คุณแม่ตั้งท้องแฝด หรือตั้งท้องเด็กบวมน้ำ การตั้งท้องทั้ง 2 ประเภท นี้จะทำให้รกมีขนาดใหญ่ เนื่องจากต้องทำหน้าที่นำอาหารมาเลี้ยงลูกมากกว่าปกติ การขยายใหญ่ของรกจึงทำให้เกิดรกเกาะต่ำ ได้เช่นเดียวกับคุณแม่ที่สูบบุหรี่จัด
ในกรณีของคุณเย็นใจ พบว่าเคยคลอดบุตรมาหลายครั้งแล้ว และยังเคยขูดมดลูกมาด้วย ปัจจัยต่างๆ ดังกล่าวย่อมทำให้คุณเย็นใจเสี่ยงต่อการมีรกเกาะต่ำได้มากกว่าคุณแม่ทั่วไป

อย่างไรก็ตาม ในคุณแม่ที่ไม่มีปัจจัยเสี่ยงใดๆ ดังที่กล่าวข้างต้นเลย ก็ยังสามารถมีรกเกาะต่ำได้เช่นเดียวกัน ดังนั้น คุณแม่จึงยังควรที่ต้องสนใจตัวเองเสมอ ถ้ามีเลือดออกทางช่องคลอดควรรีบไปพบแพทย์ทันที


อาการและอันตรายของรกเกาะต่ำ

เมื่อมีรกเกาะต่ำ ในระยะแรกของการตั้งท้องคุณแม่จะไม่มีอาการผิดปกติอะไร จนเมื่อการตั้งท้องดำเนินไปจนใกล้คลอด ช่วงเวลาดังกล่าวมดลูกจะมีขนาดใหญ่ขึ้นมาก ปากมดลูกและส่วนล่างของมดลูกจะเริ่มมีการบางตัวลงและยืดขยายมากขึ้น ทำให้รกที่เคยเกาะแน่นที่บริเวณดังกล่าวมีรอยปริเกิดขึ้นได้จากการยืดขยายของส่วนล่างของมดลูก และปากมดลูกคล้ายกับรอยร้าวเล็กน้อยของผนังตึก

ผลดังกล่าวทำให้มีเลือดออกที่บริเวณที่รกเกาะแล้วไหลผ่านปากมดลูกลงในช่องคลอด เลือดที่ออกมักเป็นเลือดสด โดยมีลักษณะพิเศษที่คุณหมอสามารถวินิจฉัยภาวะนี้ได้ง่ายขึ้นคือ เป็นเลือดที่ออกทางช่องคลอดโดยไม่มีอาการเจ็บท้องร่วมด้วย (painless vaginal bleeding) ส่วนมากเมื่อมีเลือดออกมา ในครั้งแรกมักจะไม่มากนักและมักจะหยุดไปได้เอง แต่ถ้าเป็นเลือดที่ออกครั้งที่ 2 มักจะออกมาก รวดเร็วและรุนแรงจนทำให้เป็นอันตรายถึงชีวิตได้ง่าย เหมือนตึกที่มีรอยร้าวนำมาก่อนแล้วโอกาสที่จะร้าวมากขึ้นและพังถล่มลงมาย่อมง่ายขึ้นด้วย ในกรณีของคุณเย็นใจพบว่าเลือดที่ออกในครั้งที่ 2 มีมากกว่าเลือดที่ออกในครั้งแรกเช่นกัน ซึ่งทำให้คุณหมอต้องรีบตัดสินใจผ่าตัดคลอดเพราะกลัวจะเกิดอันตรายดังกล่าวข้างต้น


จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นรกเกาะต่ำ ?

รู้ได้โดยตรวจด้วยเครื่องอัลตราซาวนด์ ซึ่งทำได้ง่ายมาก และทราบผลทันที


จะให้การดูแลรักษาอย่างไร

สิ่งสำคัญที่ต้องนำมาพิจารณาในการดูแลรักษาคุณแม่ที่มีรกเกาะต่ำคือ ขณะที่ตรวจพบภาวะรกเกาะต่ำนั้น คุณแม่ตั้งท้องครบกำหนดแล้วหรือไม่ ถ้าครบกำหนดแล้วควรพิจารณาผ่าตัดคลอดเลยโดยไม่ต้องรอให้เจ็บท้อง เพราะถ้ารอเช่นนั้นอาจทำให้เสียเลือดมากได้

แต่ถ้าตรวจพบขณะตั้งท้องยังไม่ครบกำหนด คุณหมอมักจะพิจารณาดูว่ามีเลือดออกทางช่องคลอดมากน้อยเพียงใด คุณแม่บางรายคุณหมออาจตรวจพบรกเกาะต่ำโดยบังเอิญ ขณะตรวจด้วยอัลตราซาวนด์เพื่อดูลูกในท้องด้วยเหตุผลอื่น และรกเกาะต่ำนั้นก็ไม่ทำให้เลือดออกแต่ประการใด กรณีเช่นนี้สามารถรอได้จนกว่าจะตั้งท้องครบกำหนด

ในคุณแม่บางรายที่ตั้งท้องยังไม่ครบกำหนดร่วมกับมีเลือดออกทางช่องคลอดไม่มากนัก เช่นในกรณีของคุณเย็นใจก็สามารถรอได้เช่นกัน เหตุผลสำคัญในการรอก็คือ เพื่อให้ลูกในท้องมีการเจริญเติบโตต่อไปจนครบกำหนดจะได้ไม่มีปัญหาเกี่ยวกับการทำงานของอวัยวะต่างๆ โดยเฉพาะระบบการหายใจซึ่งพบว่าถ้าให้คลอดก่อนครบกำหนด ลูกในท้องอาจเสียชีวิตได้ เนื่องจากปอดยังทำงานไม่ดีพอ

ในระหว่างรอนี้คุณหมอจะแนะนำให้คุณแม่นอนพักมากๆ งดเว้นการทำงานหนักและการมีเพศสัมพันธ์ โดยหวังว่าจะทำให้รกได้รับการกระทบกระเทือนน้อยที่สุด เลือดจะได้หยุดและไม่ไหลออกต่อ

ถ้าภายหลังการพักผ่อนแล้วพบว่ามีเลือดหยุดไหล คุณหมอจะให้ฝากท้องไปเรื่อยๆ จนกว่าจะตั้งท้องครบกำหนดแต่ต้องนัดมาดูบ่อยๆ ในคุณแม่บางรายที่คุณหมอไม่แน่ใจว่า ถ้าให้กลับบ้านแล้วจะพักผ่อนได้พอเพียง คุณหมอก็อาจให้นอนในโรงพยาบาลนานไปเลย ตั้งแต่วินิจฉัยได้ว่าเป็นรกเกาะต่ำ และรอจนตั้งท้องครบกำหนดแล้วรีบนำไปผ่าตัดคลอดก่อนที่จะเจ็บท้องคลอด เพราะถ้ารอให้เจ็บท้องเลือดจะออกมากจนเป็นอันตรายได้

คุณแม่บางรายที่ตั้งท้องยังไม่ครบกำหนด และคุณหมออยากรอให้ลูกในท้องโตขึ้นอีกจนครบกำหนด แต่เผอิญมีเลือดออกมากและไม่มีทีท่าว่าจะหยุด หรือเลือดเคยหยุดไปแล้วกลับไหลออกมาใหม่เช่นในกรณีของคุณเย็นใจ ก็จะต้องผ่าตัดคลอดโดยเร็ว แม้ว่าลูกจะยังโตไม่มากพอก็ตาม เพราะถ้าปล่อยทิ้งไว้อาจเป็นอันตรายต่อตัวคุณแม่เอง คืออาจจะเสียเลือดมากจนช็อกได้


ข้อเตือนใจ

ถ้าคุณแม่ที่ตั้งท้อง
- มีอายุมาก (เกิน 35 ปีขึ้นไป)
- มีประวัติเคยขูดมดลูก เคยผ่าตัดที่มดลูก เคยมีมดลูกอักเสบ
- มีประวัติเคยคลอดมาหลายครั้งแล้ว
- มีประวัติสูบบุหรี่จัด

หรือขณะที่ตั้งท้องคุณแม่
- มีเลือดออกทางช่องคลอดโดยไม่มีอาการเจ็บท้องร่วมด้วย
- ตั้งท้องแฝด

พึงระลึกเสมอว่ากำลังเสี่ยงต่อการตั้งท้องที่มีรกเกาะต่ำ จึงควรให้ประวัติที่ถูกต้องแก่คุณหมอที่ดูแล เพื่อคุณหมอจะให้การดูแลที่ถูกต้องต่อไป


(update 10 กันยายน 2004)
[ ที่มา.. นิตยสารดวงใจพ่อแม่ ปีที่ 8 ฉบับที่ 91 พฤษภาคม 2546 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600