" แม่ขา
เมนส์หนูมาตั้งเดือนแล้ว ทำไมไม่หมดสักที"
เสียงสาวน้อยวัย 12 ถามคุณแม่ด้วยความงุนงง
นี่เพิ่งเป็นครั้งแรก
สำหรับการต้อนรับวัยสาวเต็มตัวของลูกเลยพลอยทำให้คุณแม่วิตกกังวลไปด้วย
ก็รอบเดือนอะไรจะนานขนาดนี้ ขนาดสมัยตัวเองเด็กๆ มีแรกๆ แค่ 3-4 วันก็หมดแล้ว !!!
เจอกรณีแบบนี้
อย่าเพิ่งตกอกตกใจค่ะ และควรบอกสาวน้อยของเราให้คลายกังวล
เพราะนี่คือช่วงปรับตัวของเด็กสาวหลังเริ่มมีรอบเดือน ซึ่งในแต่ละคนจะมีภาระแตกต่างกันไป
ตามสภาพร่างกายและวิถีชีวิตของแต่ละคน
รศ.พญ.เฉลิมศรี ธนันตเศรษฐ จากภาควิชาสูตินรีเวช โรงพยาบาลรามาธิบดี พูดถึงเรื่องนี้ให้ฟังว่า
" การมีเมนส์เป็นปรากฏการณ์สุดท้ายของการเปลี่ยนแปลงจากเด็กหญิงไปสู่วัยสาว
เพราะก่อนหน้านี้เด็กมีการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายมาแล้วประมาณ 2-3 ปี คือเริ่มมีขนใต้รักแร้
หน้าอกเริ่มตั้งเต้า มีอาการเจ็บหัวนม จากนั้นรอบเดือนจะมา แบบอยู่ดีๆ ก็ เอ๊ะ
มีเลือดเลอะกางเกงใน
" อาการที่มีเลือดออกนี้ยังไม่ใช่จากการตกไข่ในช่วงแรก เพราะรังไข่ยังไม่สามารถผลิตไข่ถึงขั้นสุกเต็มที่
และเกิดการตกไข่ได้ เพราะฉะนั้นเมนส์รอบแรกๆ จะเป็นลักษณะที่มดลูกเริ่มตอบสนองต่อฮอร์โมน
ซึ่งสร้างเพิ่มขึ้นจากรังไข่แต่ยังไม่เป็นรอบ เด็กผู้หญิงส่วนใหญ่พอเริ่มมีเมนส์ครั้งแรกแล้ว
อาจหายไปสัก 2-3 เดือน และเริ่มมีใหม่ หรือจะมีในลักษณะกะปริตกะปรอยอยู่นานวัน"
สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องต้องใช้เวลาปล่อยให้ร่างกายจัดระบบตัวเองกว่าประจำเดือนจะเข้ารอบปกติ
ยกเว้นเด็กที่มีอาการเมนส์มานานวันและในปริมาณมากๆ อาจต้องได้รับการแก้ไข
" อันนี้เกิดจากสาเหตุของเยื่อบุโพรงมดลูกตอบสนองต่อฮอร์โมนไม่เท่ากัน
และไม่เหมือนกันในแต่ละคน รังไข่ของเด็กผู้หญิงแต่ละคนอาจสร้างฮอร์โมนในระดับไม่เท่ากัน
ในเด็ก 10 คน อาจพบ 1-2 คนที่มีประจำเดือนแปรปรวนมาก"
คุณหมอบอกว่าเมื่อค้นหาสาเหตุประจำเดือนแปรปรวนของเด็กเหล่านี้พบว่า
มีสาเหตุมาจากความเครียดทางจิตใจ ส่วนที่มาจากความเจ็บป่วยทางร่างกายมีน้อยมาก
" ความเครียดในจิตใจของเด็กมักเชื่อมโยงกับเรื่องสังคม
เพราะเด็กยุคใหม่จะอยู่ในภาวะการแข่งขันสูงโดยเฉพาะในเรื่องการเรียน แล้วยังอยากผอม
ทำให้ทานอาหารน้อย เมื่อบริโภคไม่เป็นก็ทำให้เด็กขาดสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโต
ซึ่งมีผลต่อการทำงานของร่างกาย
" บางทีเด็กอาจได้รับความกดดันในครอบครัว หรืออยู่ในสังคมที่ไม่ดี
เหล่านี้ล้วนมีผลต่อการมีรอบเดือนของเขาทั้งนั้น
" ปัจจุบันมีเด็กกลุ่มอย่างนี้มาปรึกษาหมอมากกว่า 10-20 ปีที่แล้ว บางคนเมนส์มาเยอะจนซีด
ถ้ามามากในสภาพพอรับได้ หมอจะแนะนำให้ดูแลสุขภาพที่จะขจัดความเครียดต่างๆ
แต่ถ้าคนที่ตกเลือดมากจนถึงขั้นต้องแอดมิตเข้าโรงพยาบาล เราจะฉีดฮอร์โมนเพื่อเพิ่มระดับฮอร์โมนในร่างกาย
แล้วเลือดจะหยุด
" หมอบางคนก็อาจให้เด็กทานยาคุม ซึ่งได้ผลระดับหนึ่งเหมือนกัน
เพราะยาคุมจะไปช่วยระดับฮอร์โมนที่รังไข่ยังผลิตไม่เพียงพอ
เพราะรังไข่ต้องใช้เวลาเซ็ตประมาณ 1-2 ปีจึงจะเข้ารอบในแต่ละเดือน
จึงต้องเพิ่มฮอร์โมนเข้าไปชดเชยก่อน"
แต่ถ้าจะแก้ให้ตรงจุดคือ ต้องขจัดความเครียดออกไปจากจิตใจของเด็กค่ะ
เพราะไม่เช่นนั้นเมื่อเด็กหยุดยาคุมเมนส์ก็จะมาเยอะอีก คุณหมอจึงบอกว่า
ต้องอาศัยการพูดคุยในครอบครัวเพื่อหาสาเหตุของปัญหาที่แท้จริงดีที่สุด
แต่ถ้าคุณพ่อคุณแม่ไม่ทราบในจุดนี้ และกังวลกับเรื่องการมีรอบเดือนของลูกก็มาปรึกษาหมอสูติฯ ได้
" ไม่ต้องกังวลว่าลูกจะถูกตรวจภายใน เพราะหมอจะไม่ตรวจภายในกับเด็กที่เพิ่งเข้าสู่วัยรุ่นและวัยสาว
เพราะสาเหตุไม่ได้เกิดจากตัวมดลูกเป็นโรค แต่เกิดจากฮอร์โมนยังไม่เข้าระบบ
เราจึงใช้วิธีพูดคุยหาสาเหตุมากกว่า" คุณหมอกล่าวทิ้งท้ายอารมณ์ดี
พร้อมกับบอกว่าไม่ต้องกังวลเรื่องความไม่คงที่ในระยะ 1-2 ปีแรกของการมีรอบเดือน
แต่ถ้าลูกอายุ 18 แล้ว ยังไม่มีรอบเดือนนี่สิน่าเป็นห่วง
ควรรีบพาไปพบแพทย์ด่วนที่สุด
(update 12 พฤษภาคม 2004)
[ ที่มา..
life & family ปีที่ 8 ฉบับที่ 96 มีนาคม 2547 ]
|