สถิติคนเกิดทั่วโลก ผู้ชาย-ผู้หญิง มีอัตราการเกิดเท่าๆ กัน แต่ผู้หญิงกลับมีอายุยืนกว่า
เพราะพวกผู้ชายด่วนลาโลกไปก่อน ด้วยโรคภัยไข้เจ็บซึ่งล้วนมีสาเหตุจากการดำเนินชีวิตที่เสี่ยงกว่า
ทั้งการบริโภค การเสพสุรา บุหรี่ ฯลฯ
ทุกวันนี้ คนทั่วโลกที่มีอายุมาก ล้วนเป็นผู้หญิง แต่การมีอายุมากไม่ได้หมายถึงชีวิตมีความสุข
ถ้าเป็นคนชราแล้วโรครุมเร้า ชีวิตย่อมไร้คุณภาพ ในเมื่อเกิดเป็น "ผู้หญิง" ที่มีแนวโน้มแก่ง่ายตายยาก
ผู้หญิงเราจึงควรศึกษาใส่ใจเรื่องสุขภาพ โดยเริ่มตั้งแต่วัยเด็กเรื่อยไปจนถึงวัยผู้ใหญ่
เตรียมกายเตรียมใจเป็นคนวัยชราในบั้นปลายชีวิตอย่างมีคุณภาพและมีความสุข
วิธีดูแลสุขภาพกาย-ใจ ของสตรี เริ่มตั้งแต่ :-
1. วัยสาว อายุ 8 -13 ปี เป็นวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงจากวัยเด็กไปสู่วัยผู้ใหญ่
จะมีการเปลี่ยนแปลงทั้งทางร่างกาย อารมณ์ และจิตใจ
- ทางร่างกาย จะมีพัฒนาการทางเพศขั้นที่ 2 เช่น มีการเจริญของเต้านม
การเปลี่ยนแปลงรูปร่างสรีระแบบสตรี เป็นต้น มีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว
มีพัฒนาการทางระบบประสาทส่วนกลาง ต่อมใต้สมองและรังไข่ มีประจำเดือนเกิดขึ้น
- ทางอารมณ์ เด็กในวัยนี้เริ่มมีความคิดเป็นของตัวเอง มีความรู้สึกสนใจในเพศตรงข้าม
สถาบันครอบครัวควรให้การดูแลเอาใจใส่และเข้าใจในการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นของเด็กในวัยนี้
เพื่อจะได้ให้ความรู้และคำอธิบายแก่บุตรหลานของตนเองในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
ตลอดจนความรู้ในเรื่องเพศศึกษา เพื่อลดปัญหาที่เด็กมีความวิตกกังวล
ป้องกันไม่ให้บุตรหลานได้รับการชักจูงไปในทางที่ไม่ถูกต้อง
2. วัยเจริญพันธุ์ เป็นวัยที่ร่างกายมีความพร้อมสำหรับการมีบุตร
ดังนั้นถ้ายังไม่พร้อม ควรมีการเลือกวิธีการคุมกำเนิดที่ถูกวิธี เช่น การเลือกใช้ยาคุมกำเนิด ยาฉีดคุมกำเนิด
ยาแผงคุมกำเนิด การใช้ถุงยางอนามัย เป็นต้น นอกจากนี้ในวัยนี้เป็นวัยที่มีความเสี่ยงต่อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
เช่น ซิฟิลิส โรคเอดส์ เป็นต้น จึงควรมีความรู้ และความเข้าใจถึงวิธีการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
สตรีวัยเจริญพันธุ์ควรรับการตรวจภายในและตรวจเช็คมะเร็งปากมดลูกอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
ส่วนสตรีที่กำลังจะแต่งงาน ควรเตรียมความพร้อมก่อนการแต่งงานทั้ง 2 ฝ่าย
โดยมารับคำปรึกษาการตรวจร่างกายเพื่อช่วยให้ครอบครัวที่จะเกิดขึ้นมีความสมบูรณ์ทั้งทางร่างกายและจิตใจ
สตรีที่กำลังตั้งครรภ์ควรมารับการฝากครรภ์ตั้งแต่ระยะแรก
เพื่อจะได้รับทราบความรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงทั้งทางร่างกาย และจิตใจที่เกิดขึ้นขณะตั้งครรภ์
และการปฏิบัติตัวในขณะตั้งครรภ์ เพื่อช่วยให้การตั้งครรภ์ดำเนินไปอย่างราบรื่น
และป้องกันไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนในขณะตั้งครรภ์
สตรีที่มีบุตรควรให้การเลี้ยงบุตรด้วยนมมารดา ซึ่งมีคุณค่าทางสารอาหาร
และเป็นการสร้างสัมพันธ์ระหว่างทารกและมารดาอีกด้วย
นอกจากนี้ควรมีการคุมกำเนิดที่ถูกวิธีอย่างน้อยเป็นเวลา 2 ปี
เพื่อให้มารดามีสุขภาพที่แข็งแรงและพร้อมต่อการตั้งครรภ์ครั้งต่อไป
3. วัยหมดระดู เป็นวัยที่รังไข่หยุดการทำงาน
โดยแสดงออกมาในลักษณะการขาดประจำเดือนติดต่อกันอย่างน้อย 1 ปีขึ้นไป
โดยทั่วไปอยู่ในช่วงอายุระหว่าง 43 - 52 ปี (อายุเฉลี่ยประมาณ 49 ปี) ซึ่งจะเกิดการเปลี่ยนแปลงต่างๆ
เช่น มีการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมน การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพและสรีรวิทยา เช่น ช่องคลอดแห้ง
ปัสสาวะผิดปกติไม่สามารถกลั้นปัสสาวะได้ มีอาการร้อนวูบวาบ หงุดหงิดง่าย เกิดภาวะกระดูกพรุน
มีความเสี่ยงต่อโรคระบบหัวใจและหลอดเลือด ผิวหนังแห้งเหี่ยว ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติ ตามวัย
สตรีวัยหมดระดูควรเข้าใจในการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ วันละ 30 นาที
สัปดาห์ละ 3-5 ครั้ง รับประทานอาหารที่มีแคลเซียมเพียงพอ รับประทานอาหารที่มีกากใย
ซึ่งจะช่วยให้การขับถ่ายเป็นปกติ
ในเรื่องของการใช้ฮอร์โมนทดแทนนั้น จะใช้กรณีที่สตรีนั้นมีข้อบ่งชี้ และไม่มีข้อห้ามในการใช้
และอยู่ภายใต้การดูแลจากแพทย์ นอกจากนี้ยังควรมารับการตรวจสุขภาพ ตรวจภายใน
และตรวจเช็คมะเร็งปากมดลูกประจำปีอย่างสม่ำเสมออีกด้วย
ไม่ว่าจะเป็นหญิงวัยเล็ก หญิงวัยกลาง หรือหญิงวัยใหญ่ ทุกคนควรใส่ใจ
ทำความเข้าใจในธรรมชาติความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ของร่างกาย
และหมั่นดูแลสุขภาพตนเองอย่างถูกต้องอยู่เสมอ
พ.ญ.นุสารี กิจวิกัย สูติ-นรีแพทย์
(update 15 พฤศจิกายน 2004)
[ ที่มา...
กรุงเทพวันอาทิตย์ ปีที่ 16 ฉบับที่ 5980 วันอาทิตย์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2547 ]
|