เลือกหมอสูติฯ แบบไหน ตรงใจคุณ


เมื่อรู้แน่แล้วว่าท้อง ขั้นตอนต่อไปก็ต้องไปฝากท้อง แต่จะไปฝากที่ไหน จะเลือกหมออย่างไรดี นี่คงเป็นคำถามที่อยู่ในใจของคุณแม่มือใหม่เกือบทุกคน...ใช่ไหมคะ

เลือกหมอสูติฯ อย่างไร ให้เหมาะกับตนเอง จากการได้พูดคุยกับคุณแม่มาจำนวนมาก เราจึงประมวลเป็นวิธีการเลือกหมอสูติฯ อย่างง่ายๆ รวมถึงข้อดีข้อเสียของแต่ละปัจจัยในการเลือก เพื่อเป็นแนวทางสำหรับคุณแม่คนใหม่ทุกคนค่ะ

1. ใกล้บ้านแต่ไม่ (ต้อง) ดัง คุณแม่ส่วนใหญ่จะเลือกโรงพยาบาลใกล้บ้าน เพราะหนึ่งไม่ต้องเดินทางไกล สองเวลาจะคลอด หรือหากเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นก็สามารถเดินทางไปถึงโรงพยาบาลได้ในเวลาอันรวดเร็ว แต่โรงพยาบาลใกล้บ้านจริงๆ ก็อาจจะมีข้อจำกัดบางอย่าง เช่น บริการอาจไม่ดีเท่าที่ต้องการ หรือเครื่องไม้เครื่องมือไม่ทันสมัยเหมือนในโรงพยาบาลใหญ่ ซึ่งถ้าพิจารณาแล้วไม่ได้แย่นักหนา การเลือกใกล้บ้านคุณแม่ก็จะสะดวกกว่าค่ะ

2. ชื่อดังแต่อยู่ไกล คุณแม่บางคนต้องหาสถานพยาบาลชื่อดัง หรือคุณหมอชื่อดังจึงจะมั่นใจที่จะฝากท้องด้วย ความมีชื่อเสียงเป็นเครื่องการันตีได้ในระดับหนึ่งว่า คุณภาพการให้บริการดีในระดับใช้ได้ และด้วยความมีชื่อเสียงสถานพยาบาลนั้นก็จะพยายามรักษาระดับคุณภาพในการบริการไว้ให้ได้ ความน่าเชื่อถือจึงเกิดขึ้น
แต่ชื่อดังคนก็ต้องวิ่งเข้าหาเป็นธรรมดา ดังนั้นต้องทำใจว่าจะต้องไปรอคิวนาน ไหนจะไกลบ้านอีกและเนื่องจากคนไปหาเยอะ คุณหมอจึงอาจจะให้เวลาตรวจได้ไม่นาน ไม่มีเวลาตอบข้อซักถามเรื่องต่างๆ ได้จุใจคุณแม่ คุณแม่บางคนต้องไปรอคุณหมอดังๆ นาน 3-4 ชั่วโมง เพื่อที่จะตรวจแค่ 5 นาที ดังนั้นคุ้มหรือเปล่าก็ต้องลองชั่งใจดูค่ะ

3. รู้จักมักคุ้นกันดี การรู้จักกับหมอมาก่อน อาจจะเป็นเพื่อน เป็นญาติหรืออื่นๆ คุณแม่จะรู้สึกสบายใจ มีอะไรก็สามารถปรึกษาคุณหมอได้ตลอด โทรปรึกษาก็ยังได้ รวมถึงสบายใจที่จะถาม จะปรึกษาทุกเรื่อง แต่คุณแม่บางคนอาจจะอาจจะมีปัญหาว่าเขินที่จะฝากท้องกับหมอที่สนิทกัน ทำให้ไม่กล้าพูดคุยซักถาม และนึกไปถึงตอนคลอดว่าไม่อยากให้คนรู้จักทำคลอดให้ อันนี้ก็แล้วแค่คนค่ะ จะเลือกแบบไหนก็แล้วแต่สะดวกใจ

4. เพื่อนแนะว่าดี วิธีนี้คุณแม่เกือบร้อยทั้งร้อยเลือกใช้ คือถามจากเพื่อนที่เคยมีลูกว่าฝากท้องที่ไหน ดีหรือเปล่า ถ้าดีก็ไปฝากตามที่เดียวกัน วิธีนี้จะทำให้คุณแม่ได้ข้อมูลที่ละเอียดเกี่ยวกับหมอและโรงพยาบาลนั้นๆ แต่ก็ต้องดูดีๆ นะคะ เพราะคนเราจริตไม่เหมือนกัน คนนั้นชอบแบบนี้ เราอาจจะไม่ชอบก็ได้ค่ะ แต่หาข้อมูลไว้ก็ไม่เสียหาย ถ้าตรงตามแบบที่เราชอบ การไปฝากท้องที่เดียวกับเพื่อน ก็จะช่วยให้เราสบายไปอีกเปลาะหนึ่ง

5. โรงพยาบาลของรัฐ โรงพยาบาลของรัฐมีข้อดีคือราคาค่าบริการถูก และมีการบริการตรวจที่หลากหลาย แต่ต้องทำใจว่ารอคิวยาว และการบริการก็อาจจะไม่เอาอกเอาใจอย่างเอกชน แต่คุณภาพของบุคลากรค่อนข้างมีมาตรฐานที่เชื่อถือได้

6. โรงพยาบาลเอกชน รู้กันดีว่าราคาค่อนข้างแพงแต่บริการดี ไม่ต้องรอคิวนาน สำหรับมาตรฐานเรื่องบุคลากรก็แล้วแต่โรงพยาบาล บางแห่งก็น่าเชื่อถือ แต่บางแห่งก็ไม่น่าไว้ใจ เพราะฉะนั้น ถ้าคุณแม่จะเลือกฝากท้องกับโรงพยาบาลเอกชน น่าจะต้องหาข้อมูลเกี่ยวกับโรงพยาบาลนั้นๆ หลายๆ ทาง เช่น ถามเพื่อน หรือคนรู้จักก่อนจะไปฝากท้องด้วย

7. โรงพยาบาลที่เป็นโรงเรียนแพทย์ โรงพยาบาลที่เป็นโรงเรียนแพทย์ เช่น ศิริราช รามาฯ รพ.จุฬาฯ หรือโรงพยาบาลประจำจังหวัดใหญ่ๆ เช่น ขอนแก่น เชียงใหม่ สงขลา เป็นโรงพยาบาลที่เป็นโรงเรียนแพทย์ด้วย ดังนั้นคุณแม่ต้องทำใจเลยว่า วันดีคืนดีอาจมีนักศึษาแพทย์มาดูงานเกี่ยวกับการตรวจหรือการคลอดของเราได้ ซึ่งถ้าไม่คิดมาก คิดเสียว่าเป็นการศึกษา และมีประโยชน์ต่อคนอื่นก็จะสบายใจ
แต่โรงเรียนแพทย์ก็มีข้อดีคือ เครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ จะพร้อมและทันสมัย รวมถึงมีวิทยาการในการรักษาใหม่ๆ ที่พร้อมกว่าโรงพยาบาลทั่วไปมาก และหมอสูติฯ ในโรงเรียนแพทย์ก็เชื่อได้เลยว่ามีประสบการณ์มาก เจอเคสต่างๆ เกี่ยวกับแม่ท้องมาเยอะ ดังนั้นการวินิจฉัยและการให้คำปรึกษาจะเชื่อถือได้ หรือถ้าเกิดมีปัญหามีภาวะผิดปกติต่างๆ เกิดขึ้น คุณหมอจะวินิจฉัยและสามารถดำเนินการช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็วและพรั่งพร้อม

8. ความประทับใจแรกพบ เมื่อคุณแม่หาข้อมูลทุกทาง ในที่สุดก็ตัดสินใจเลือกได้แล้วว่าจะฝากท้องที่ไหน แต่ก็ยังไม่ใช่ว่าเมื่อตัดสินใจแล้วจะเปลี่ยนไม่ได้ เพราะเราต้องตัดสินใจอีกทีตอนที่ได้พบกับการบริการของสถานพยาบาลนั้นๆ และการให้คำแนะนำปรึกษาของคุณหมอว่าเป็นไปอย่างที่เราต้องการหรือไม่ เรียกว่าความประทับใจแรกพบเป็นสิ่งจำเป็น
หากคุณหมอพูดคุยให้คำแนะนำดี และเรารู้สึกสบายใจจะฝากท้องกับคุณหมอคนนี้ก็ดีไป แต่หากไม่เป็นไปอย่างที่คิด เช่น คุณหมอไม่ตอบคำถามที่เราสงสัย ไม่แนะนำอะไรที่เราต้องการรู้ ตรวจให้เสร็จๆ ภายใน 5 นาที ถ้าเป็นแบบนี้เราก็มาพิจารณากันใหม่ได้ว่าอาจจะต้องเปลี่ยนหมอสูติฯ ผู้ดูแลหรือเปลี่ยนโรงพยาบาล ซึ่งเป็นสิทธิที่แม่ท้องทุกคนสามารถทำได้ค่ะ


อย่างไรก็ตามนี่เป็นแค่แนวทางคร่าวๆ แต่จะเลือกแบบไหนและอย่างไร ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างค่ะ ที่สำคัญคือความสะดวกกายและสบายใจของคุณแม่เองเป็นหลัก เพราะนี่เป็นเพียงทัศนะที่หลากหลายของคุณแม่หลายคน ที่เคยใช้แล้วบอกว่าเวิร์กมาก เลยเอามาเล่าสู่กันฟังเพื่อเป็นทางเลือกสำหรับคุณแม่มือใหม่ค่ะ


(update 30 กรกฎาคม 2004)
[ ที่มา.. นิตยสารรักลูก ปีที่ 21 ฉบับที่ 248 กันยายน 2546 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600