ก่อนแจกลายเซ็นอันมีค่า อ่านสักนิดเพื่อรักษาสิทธิของท่าน
...รถยนต์ยอดฮิตของวัยกระเตาะในปัจจุบัน
คงหนีไม่พ้นรถยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแจ๊ส เห็นรูปร่างหน้าตาอันน่ารักน่าชังทั่วเมือง
ดิฉันจึงตัดสินใจขอเลือกน้องแจ๊สนี่แหละมาเป็นรถส่วนตัวคันแรก
ในวันไปรับน้องแดงแจ๊สของดิฉันออกจากครรภ์ฮอนด้า ได้เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ดิฉันหงุดหงิด
ขอขยับเขียนเรื่องการลงนามรับทราบและยินยอม ให้พี่น้องคนไทยได้อ่านบ้าง...
ขณะที่ดิฉันนั่งรอให้เจ้าหน้าที่ร่างกำยำไปเข็นน้องแดงออกจากห้องคลอด
ได้มีเจ้าหน้าที่สาวสวยนำเอกสารมาให้ดิฉันลงชื่อ - คำชี้แจงทั้งหมด
ที่ดิฉันได้มีเพียงว่าดิฉันต้องแจกลายเซ็นอันขยุกขยุยของดิฉันกี่ครั้ง ที่ใดบ้าง
ด้วยเป็นคนไม่ชอบแจกของรวมถึงลายมือชื่อ โดยไม่มีที่มาที่ไปและแถมเจ้าหนุ่มกำยำ
ก็ใช้เวลาเข็นน้องแจ๊สนานเหลือเกิน ดิฉันจึงมีเวลาอ่านข้อความที่เจ้าหน้าที่สาวยื่นให้ดิฉันทั้งหมด
ปรากฏว่าสิ่งที่สาวต้องการให้ดิฉันลงนาม คือ การลงนามรับทราบว่าดิฉันได้รับการอธิบายเรื่องต่างๆ
ทั้งหมดเกี่ยวกับตัวน้องแดง ที่ดิฉันกำลังจะพากลับบ้านเรียบร้อยแล้ว อ้าว! หน้าน้องแดงดิฉันก็ยังไม่ได้เห็น
ดิฉันจึงปฏิเสธที่จะลงชื่อพร้อมบอกสาเหตุว่า ดิฉันยังไม่ได้รับข้อมูลอะไรเลย จะลงชื่อได้อย่างไร
สาวเจ้าดูฉงนกับคำบอกเล่าของดิฉันไม่น้อย
นอกจากศูนย์บริการรถยนต์แล้ว อีกสถานที่หนึ่งที่คุณอาจหลงไปว่าคุณเป็นดาราเข้าแล้ว
เพราะต้องมีการแจกลายเซ็นกันแบบนับไม่ถ้วน คือ โรงพยาบาล หากคุณมีประสบการณ์พาญาติพี่น้อง
หรือเพื่อนเข้ารับการรักษา โดยเฉพาะการรักษาแบบที่ต้องมีการนอนค้างที่โรงพยาบาลหรือมีการผ่าตัด
กว่าจะจบกระบวนการเอกสารต่างๆ ไม่แปลกที่คุณจะเจอตัวเองบิดไปบิดมาด้วยความเบื่อ
เอกสารแต่ละอย่างที่คุณต้องลงชื่อเมื่อเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลนั้น มีความสำคัญมาก
โดยเฉพาะ ใบยินยอมรับการรักษา ซึ่งเป็นการลงนามที่ฝรั่งเรียกว่า informed consent
คำว่า informed แปลว่าได้รับข้อมูล consent แปลว่า ยินยอม รวมกันแล้วหมายความว่า
คุณจะยอมลงนามในเอกสารฉบับนี้ก็ต่อเมื่อคุณได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการรักษาจนเป็นที่พอใจ
และไม่มีข้อสงสัยอะไรอีกแล้ว
โดยปกติ ก่อนการเข้ารับการรักษาเป็นผู้ป่วยในของโรงพยาบาลหรือก่อนการเข้าห้องผ่าตัด
คุณจะต้องลงนามในใบยินยอมรับการรักษาหรือการผ่าตัด เอกสารนี้มีความสำคัญทั้งสำหรับตัวผู้ป่วยเอง
โรงพยาบาล และแพทย์ผู้ทำการรักษา
สำหรับผู้ป่วยนั้น เอกสารฉบับนี้แสดงการใช้สิทธิในการมีส่วนร่วมรับรู้และร่วมตัดสินใจเรื่องการรักษา
ที่กำลังจะเกิดขึ้น หากผู้รับการรักษาหรือผู้ปกครองของผู้รับการรักษาไม่ยินยอมลงชื่อ
การรักษาก็จะเกิดขึ้นไม่ได้ ผู้ป่วยมีสิทธิเต็มที่ที่จะได้รับข้อมูลทุกอย่างเกี่ยวกับการรักษา
เช่น การวินิจฉัยโรค ทางเลือกในการรักษา กลไกการรักษา แนวโน้มของผลการรักษาของแต่ละทางเลือก
อาการข้างเคียงและความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น ระยะเวลาที่ใช้ในการรักษา ประมาณการค่าใช้จ่าย เป็นต้น
สำหรับแพทย์และโรงพยาบาลนั้น ใบยินยอมรับการรักษาเป็นเสมือนเครื่องป้องกันการฟ้องร้อง
กรณีเกิดเหตุไม่คาดคิด เนื่องจากการเรื่องการแพทย์เป็นการทำงานกับความไม่แน่นอน
เหตุการณ์ไม่คาดฝันสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาทั้งจากสาเหตุของความคลาดเคลื่อนในการทำงาน
และสาเหตุจากธรรมชาติของผู้ป่วยเอง อย่างไรก็ตามจริยธรรมของแพทย์เป็นสิ่งที่แพทย์ต้องยึดมั่น
และถือปฏิบัติเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของผู้ป่วยตลอดเวลา
ในประเทศไทย เรายังไม่ให้ความสำคัญกับใบยินยอมรับการรักษานี้มากนัก
เนื่องจากการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายด้านการแพทย์ยังไม่แพร่หลาย ในสหรัฐอเมริกา
ปัจจัยหลักอย่างหนึ่งที่ผลักให้ค่ารักษาพยาบาลขึ้นไปสูงลิ่วและภาระตกอยู่ที่ประชาชน
คือ malpractice insurance หรือค่าใช้จ่ายในการซื้อประกัน กรณีการถูกฟ้องร้องของแพทย์นั่นเอง
ต้องนับว่าประชาชนไทยโชคดีที่ยังสามารถเข้าถึงบริการรักษาพยาบาลในราคาที่ค่อนข้างถูกอยู่
แต่นี่ก็ไม่ใช่เหตุผลที่เราควรปล่อยปละละเลยสิทธิการได้รับข้อมูลและการมีส่วนในการตัดสินใจของตนที่พึงได้
ครั้งต่อไปก่อนแจกลายเซ็นอันมีค่า อ่านสักนิดเพื่อรักษาสิทธิของท่าน
ธัญญา หิมะทองคำ
โรงพยาบาลเทพธารินทร์
(update 19 มิถุนายน 2004)
[ ที่มา...
กรุงเทพวันอาทิตย์ ปีที่ 16 ฉบับที่ 5819 วันอาทิตย์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2547 ]
|