ช่องว่างความรู้กับสุขภาพ


ตลาดการซื้อขายบริการสุขภาพ มีข้อเหมือนกับตลาดการซื้อขายบริการซ่อมรถยนต์หลายประการ ที่เด่นที่สุดเห็นจะเป็น "ช่องว่างของความรู้ ระหว่างผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการ"

ทุกคนโดยเฉพาะผู้หญิง คงมีประสบการณ์กล้าๆ กลัวๆ ที่จะเชื่อใจช่างเมื่อได้รับคำแนะนำ ว่ารถคุณต้องทำการเปลี่ยนเครื่องเคราราคาแพงอีกแล้ว ที่โรงพยาบาลก็เช่นกัน ท่านเคยสงสัยหรือไม่ว่าการตรวจสารพัดอย่างที่แพทย์สั่ง การผ่าตัดที่แพทย์แนะนำ หรือยาที่แพทย์สั่งจ่ายให้เรานั้น เป็นอะไรที่เราจำเป็นต้องทำ ต้องกิน หรือเป็นอะไรที่จะทำให้อาการของเราทุเลาลงได้จริงหรือ ?

งานของแพทย์ คือ การซ่อมสุขภาพให้กับเรา งานของช่างซ่อมรถ คือ การทำให้รถวิ่งได้ดีเหมือนเดิม เมื่อมองลึกลงไปสิ่งที่ทั้งสองวิชาชีพนี้ขายให้กับลูกค้านั้นเหมือนกัน คือ ความรู้เฉพาะทางที่เขาได้ร่ำเรียนและมีประสบการณ์ เป็นความรู้ความชำนาญที่ลูกค้าไม่มี สองวิชาชีพนี้จะต่างกันเล็กน้อยตรงที่แพทย์หรือบุคลากรในโรงพยาบาลมีฐานะทางสังคม เป็นที่ยอมรับมากกว่าเมื่อเทียบกับช่างซ่อมรถ ธรรมชาติของคนเรามักบอกว่า เราสามารถเชื่อใจแพทย์ได้มากกว่าช่างซ่อมรถ ความรู้สึกนี้เป็นความรู้สึกที่ถูกเสมอไปหรือไม่

คำถามข้างต้นนั้นไม่มีใครตอบได้ แต่ ผู้ใช้บริการสามารถสร้างเกราะป้องกันตนเองได้ โดยการเติมความรู้พื้นฐานเฉพาะทางต่างๆ ใส่ตนเองให้มากที่สุด เพื่อลดช่องว่างความรู้ระหว่างคุณและผู้ให้บริการ

อย่างไรก็ตาม เรื่องทางการแพทย์เป็นเรื่องซับซ้อน ที่เราไม่สามารถตัดสินได้เองทั้งหมดว่า ข้อมูลที่ได้รับมาเชื่อถือได้จริงหรือไม่ การตัดสินใจผิดอาจก่อให้เกิดผลร้ายมหาศาล การเชื่อเรื่องยาสมุนไพรลดความอ้วนโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ จนมีเหตุการณ์น่ากลัวเกิดขึ้นให้เห็นมาก็มีมากแล้ว

วิธีที่ดีที่สุด คือ การหาผู้รู้เป็นที่ปรึกษาเหมือนบริษัทที่แต่งตั้งผู้ชำนาญสาขาต่างๆ เป็นกรรมการ ในทำนองเดียวกัน เราทุกคนโดยเฉพาะเมื่อสูงอายุขึ้นและมีความต้องการเรื่องการดูแลสุขภาพมากขึ้น ควรหาแพทย์ที่เราไว้วางใจเป็นแพทย์ประจำตัวหรือแพทย์ประจำครอบครัว ดูแลสมาชิกทุกคนในบ้าน เปรียบเสมือนกรรมการบริษัทผู้ให้คำปรึกษาด้านสุขภาพนั่นเอง

จะว่าไปแล้ว แนวความคิดเรื่องแพทย์ประจำตัว หรือแพทย์ประจำครอบครัวนี้เป็นเรื่องย้อนยุค หากคุณชอบดูละครพีเรียด คุณคงคุ้นเคยกับ “หลวงแพทย์” ผู้ซึ่งจะถูกรับมารักษาเจ้านาย ไม่ว่าเจ้านายจะเป็นโรคอะไรก็ตาม ในระยะหลังนี้เนื่องจากการแพทย์ได้ก้าวหน้าไปไกลมาก ความรู้ทางการแพทย์มีเพิ่มมากขึ้นจนกลุ่มแพทย์ได้กระจายตัวกันออกเพื่อทำงานเชิงลึกในด้านต่างๆ สมัยนี้แทนที่เจ้านายจะได้รับการตรวจรักษาจาก “หลวงแพทย์” ท่านเดียว เจ้านายต้องไปหาหมอหัวใจเพื่อดูแลหัวใจ ต้องไปหาหมอไตเพื่อดูแลเรื่องไต ต้องไปหาหมอเบาหวานเพื่อดูแลเรื่องน้ำตาลในเลือด ต้องไปหาหมอตาเพื่อดูแลตา ไปๆ มาๆ ระบบนี้ชวนให้สงสัยว่า แพทย์เฉพาะทางนั้นกำลังให้การรักษาเจ้านาย หรือกำลังทำการซ่อมอวัยวะของเจ้านายกันแน่ ถึงแม้ว่าความรู้ความชำนาญของแพทย์กลุ่มนี้ คงจะมีมากกว่า “หลวงแพทย์” มากมาย แต่มีแพทย์ท่านใดที่รู้จักเจ้านายดีเท่า “หลวงแพทย์” หรือไม่

ทุกวันนี้ มีผู้ใกล้วัยสูงอายุสมัยใหม่หลายท่านเดินเข้ามาหาแพทย์และบอกว่า ต้องการให้เป็นแพทย์ประจำตัว ดูแลเรื่องของสุขภาพทั้งหมด จริงอยู่แพทย์ท่านนี้ไม่สามารถรอบรู้ไปหมดทุกเรื่อง แต่สิ่งที่สำคัญคือเขาต้องรู้พอ ที่จะให้คำแนะนำและส่งข้อมูลต่อให้แพทย์เฉพาะทางเพื่อทำการรักษาต่อได้ การมีแพทย์ประจำตัวเช่นนี้ จะทำให้ร่างกายทั้งร่างได้รับการเอาใจใส่อย่างครบถ้วน แพทย์ผู้นี้สามารถเป็นแพทย์ด้านใดก็ได้ เพราะแพทย์ทุกท่านผ่านการฝึกฝนการเป็นแพทย์ทั่วไปมาแล้ว คุณสมบัติที่สำคัญที่สุดของแพทย์ท่านนี้คือ คะแนนความมั่นใจและคะแนนความเชื่อถือที่คุณมีให้นั่นเอง

นอกจากผู้รับบริการจะต้องปรับตัวหาความรู้ หาผู้รู้เป็นที่ปรึกษา ผู้ให้บริการต้องปรับตัวเช่นกัน โดยการทำงานอย่างมีจริยธรรม ให้เกียรติผู้รับบริการ อธิบายถึงข้อดีและข้อเสียต่าง ๆ พร้อมทั้งเพิ่มพูนความรู้ให้กับตนเองเพื่อให้ข้อมูลที่ให้ออกไปนั้น ทันต่อสถานการณ์ตลอดเวลา ทั้งนี้เพื่อลดช่องว่างความรู้สุขภาพที่มีอยู่ในปัจจุบันให้แก่เรานั่นเอง

ธัญญา หิมะทองคำ
โรงพยาบาลเทพธารินทร์


(update 4 มิถุนายน 2004)
[ ที่มา... กรุงเทพวันอาทิตย์ ปีที่ 15 ฉบับที่ 5805 วันอาทิตย์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2547 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600